โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช. ชูนวัตกรรมไทยลดงบนำเข้ายา-เครื่องมือแพทย์ ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 เมษายน 2569 ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ เนื่องจากไทยยังขาดดุลการค้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในระดับสูง หากยังพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่อความมั่นคงของระบบสุขภาพในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันกำหนดทิศทางสนับสนุนนวัตกรรมไทย เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จำเป็น

ทั้งนี้ สปสช. มีหน้าที่สนับสนุนการนำนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่การใช้งานจริงในระบบบริการสุขภาพ ซึ่งเมื่อมีการใช้ในวงกว้างอาจพบข้อจำกัดหรือปัญหาในการใช้งาน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยบริการในการเก็บข้อมูลการใช้งาน (feedback) เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

"นโยบายส่งเสริมนวัตกรรมไทยมีมาตั้งแต่ปี 2560 โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทยอยใช้ผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย เช่น เริ่มต้นในสัดส่วน 30% ของความต้องการใช้ทั้งหมด และขยายเพิ่มตามคุณภาพและการยอมรับในการใช้งาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยสามารถพัฒนาและแข่งขันได้"

ภญ.สมฤทัย สุพรรณกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

อย่างไรก็ตาม การผลักดันนวัตกรรมไทยยังเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตต่างประเทศและเจ้าตลาดเดิม ทั้งในด้านการแข่งขันและราคา ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะโรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้กับผู้ป่วย

อยากขอความร่วมมือแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข มาร่วมใช้ผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย พร้อมทั้งช่วยกันสะท้อนข้อมูลการใช้งานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลจริง มีน้ำหนัก และสามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของไทย ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้ตรงจุดมากขึ้น

ส่วนในด้านคุณภาพและความปลอดภัยนั้น ภญ.สมฤทัย กล่าวยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องผ่านการพิจารณาจากคณะทำงานด้านคุณภาพก่อนเข้าสู่ระบบ ต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกทั้งยังมีการติดตามประเมินผลหลังใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้ป่วย

สำหรับผลลัพธ์ในระยะยาว การส่งเสริมนวัตกรรมไทยสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์ในประเทศ ตัวอย่างเช่น ยา IVIG ของสภากาชาดไทย ที่มีราคาต่ำกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้า ทำให้สามารถจัดซื้อได้มากขึ้น ผู้ป่วยเข้าถึงได้มากขึ้น และรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีกว่า โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ปัจจุบัน สปสช. สนับสนุนนวัตกรรมไทยหลายรายการ โดยร่วมกับสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว. หรือ TILSNA) เช่น แผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคล รากฟันเทียม วัคซีน และชุดตรวจคัดกรองโรค รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและขยายการใช้งาน

นอกจากนี้ในอนาคต สปสช.จะให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ประชาชนสามารถใช้ดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เช่น ชุดตรวจสุขภาพ (self-test) และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI ทางการแพทย์ โดยยังคงเน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยคนไทยเพื่อคนไทย

หากประเทศไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ได้เอง จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า และเสริมความมั่นคงของระบบสุขภาพในระยะยาว ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...