โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 129 จุด รับกลุ่มเทค–AI หนุน ลุ้นดัชนี PCE ชี้ดอกเบี้ยเฟด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (18 ก.พ.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางการประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,662.66 จุด เพิ่มขึ้น 129.47 จุด หรือ +0.26% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.INX) ปิดที่ 6,881.31 จุด เพิ่มขึ้น 38.09 จุด หรือ +0.56% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,753.64 จุด เพิ่มขึ้น 175.25 จุด หรือ +0.78%

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นเทคโนโลยีหลังราคาปรับตัวลงก่อนหน้านี้ โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท Baird ให้ความเห็นว่า ความอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้ดึงดูดแรงซื้อ เนื่องจากตลาดยังมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว แม้ก่อนหน้านี้ระดับราคาจะอยู่ในโซนค่อนข้างสูง

หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังมีรายงานว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงระยะเวลาหลายปีในการจำหน่ายชิป AI จำนวนหลายล้านตัวให้กับ Meta Platforms ซึ่งหุ้น Meta เพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่หุ้น Amazon บวก 1.8% และหุ้น Microsoft เพิ่มขึ้น 0.7% ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปรับตัวโดดเด่นกว่าดัชนีอื่น

หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล เช่น Sandisk, Western Digital และ Seagate Technology Holdings ปรับตัวขึ้นระหว่าง 1.7%–4.4% จากแนวโน้มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่รองรับ AI ที่เพิ่มขึ้น

ด้านหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1.1% โดยหุ้น Cadence Design Systems ทะยานขึ้น 7.6% หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4/2568 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่หุ้น Analog Devices บวก 2.6% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 สูงกว่าตลาดประเมิน และหุ้น Global Payments พุ่งขึ้นกว่า 16% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรรายปีสูงกว่าคาดการณ์

ด้านปัจจัยนโยบายการเงิน เฟดได้เผยแพร่รายงานการประชุมวันที่ 27–28 มกราคม 2569 ซึ่งระบุว่า กรรมการส่วนใหญ่เห็นพ้องในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมดังกล่าว แต่ยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 50% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี PCE ทั่วไปเดือนธันวาคมจะเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนก่อนหน้า และคาดว่า Core PCE จะเพิ่มขึ้น 3.0% จาก 2.8%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...