สายชำระ...อัตลักษณ์อันโดดเด่นของสุขาไทย
ขณะนี้ สถานการณ์ที่ผู้คนทั้งโลกกำลังเฝ้าจับตาคือ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นสงครามระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ ได้ระดมสรรพกำลังมากมายโดยเฉพาะกำลังทางเรือและทางอากาศจำนวนมากเข้าไปเตรียมพร้อมในตะวันออกกลาง ในส่วนของกำลังทางเรือนั้นประกอบด้วยเรือรบทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบนานาชนิด ในส่วนของเรือบรรทุกเครื่องบิน ประกอบด้วย USS Abraham Lincoln (CVN-72) ซึ่งปฏิบัติการในพื้นที่แล้ว และ USS Gerald R. Ford (CVN-78) ขณะนี้ยังอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ปฏิบัติการตะวันออกกลาง โดยปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford (CVN-78) ในขณะนี้เป็นที่มาของเรื่องราวในบทความนี้
USS Gerald R Ford เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ราคา1.33หมื่นล้านเหรียญ มีลูกเรือประจำการ 4,600 นาย ถือเป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการโจมตีในต่างประเทศของสหรัฐฯซึ่งกำลังจะไปเผชิญหน้ากับอิหร่านประสบปัญหาส้วมอุดตัน และระบบระบายน้ำเสียชำรุด จากการสัมภาษณ์ลูกเรือ พบว่าห้องสุขาส่วนใหญ่จากทั้งหมด 650 ห้องใช้งานไม่ได้ เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาตามปกติ เพราะเรือรบมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ว่า การขาดแคลนห้องน้ำทำให้เกิดคิวยาวถึง 45 นาทีทุกวัน เกิดการทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งระหว่างลูกเรือและช่างซ่อมตัวเรือ ซึ่งรับผิดชอบงานประปาและการซ่อมแซม ยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก ที่จริงแล้ว ช่างเทคนิคต้องทำงานถึง 19 ชั่วโมงต่อวันเพื่อจัดการกับความสกปรกนี้
ปัญหาระบบส้วมบนเรือ USS Gerald R. Ford เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เคยมีรายงาน ปัญหาระบบชักโครกอุดตัน ในช่วงการทดสอบและการฝึกปฏิบัติการช่วงแรก ๆ (ประมาณปี 2022) เนื่องจากระบบท่อสุขาภิบาลของเรือใช้ ระบบส6ญญากาศ (vacuum system) คล้ายเครื่องบิน แต่ลูกเรือบางส่วนทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรลงชักโครก เช่น
- ผ้าเช็ดทำความสะอาดหรือทิสชู่เปียก (wipes)
- กระดาษขำระที่หนาเกินมาตรฐาน
- วัสดุอื่นที่ย่อยสลายยาก
จึงทำให้ท่ออุดตันหลายจุด ต้องรื้อพื้นและเพดานบางส่วนเพื่อซ่อม การซ่อมบำรุงต้องใช้เวลาซ่อมหลายวัน มีรายงานว่าค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงรวมหลายแสนดอลลาร์ ส่งผลต่อกำหนดการทดสอบเรือบางช่วง ระบบท่อถูกออกแบบให้รองรับเฉพาะ “ของเสียมนุษย์ + กระดาษชำระมาตรฐาน” เท่านั้น เมื่อมีสิ่งอื่นเข้าไป ระบบสุญญากาศจะเสียสมดุลมีปัญหาทันที
ถ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ใช้สายชำระ จะสามารถลดปริมาณการใช้กระดาษชำระได้มหาศาล แต่ต้องบังคับให้ลูกเรือใช้กระดาษชำระที่ย่อยสลายได้ง่ายด้วย เป็นการแก้ปัญหาส้วมตันไปได้ส่วนหนึ่ง ใช้เวลาไม่นานก็จะชินเอง สายชำระ (Bidet spray หรือ Bidet sprayer หรือ Hand-held bidet หรือ Bum gun (ปืนฉีดก้น)) เป็นอุปกรณ์ที่คนไทยทั้งคุ้นเคยและคุ้นชิน แต่หลายคนมองว่า ไม่ค่อยจะถูกสุขอนามัย ทุกวันนี้สุขาในบ้านเราส่วนใหญ่จะมีสายชำระใช้ประจำจนคุ้นตาและกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
.
ไทย เป็นประเทศที่ใช้ “สายชำระ” หรือระบบฉีดล้างแบบน้ำ อย่างแพร่หลายมากจนเป็นเรื่องปกติ มีใช้ในแทบทุกบ้าน โรงแรม ปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ต่างก็ใช้สายชำระเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใช้สายชำระแบบถือ “มากที่สุดในโลก” นอกจากไทยแล้ว ประเทศในทวีปเอเชียที่ใช้สายชำระอย่างแพร่หลายมากคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา และประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ฯลฯ สำหรับ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ แม้จะไม่ได้ใช้สายชำระแบบมือถือ แต่ก็ใช้โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ (bidet toilet) อย่างแพร่หลาย เช่นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติของบริษัท TOTO โดยมากกว่า 80% ของครัวเรือนในญี่ปุ่นใช้โถสุขภัณฑ์แบบฉีดล้างอัตโนมัติ ถือว่าเป็นมาตรฐานประจำบ้าน
ในยุโรป ประเทศที่ส่วน Bidet ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้ อาทิ อิตาลี (ใช้ bidet แยกชิ้น เป็นมาตรฐานในบ้าน) สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส (ประเทศต้นกำเนิดคำว่า bidet) สำหรับประเทศที่ไม่ใช้ โดยใช้กระดาษชำระเป็นหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และหลายประเทศในยุโรปเหนือ ด้วยสาเหตุเหล่านี้คือ ความเคยชินกับการใช้กระดาษชำระ (เพราะกระดาษชำระพัฒนาเร็วตั้งแต่ศตวรรษที่ 19–20 ชาวอเมริกันจึงคุ้นชินกับการใช้ “กระดาษอย่างเดียว” และไม่ชินกับการใช้น้ำ) ยุโรปเหนือและบางมลรัฐของสหรัฐฯ อากาศหนาวจัด การใช้น้ำเย็นฉีดล้างอาจไม่สบายตัว ในฤดูหนาว น้ำเย็นจนแข็ง และวัฒนธรรมไม่ได้ผลักดัน เช่นใน สหรัฐฯ “Bidet” เคยถูกมองว่าเป็นของยุโรป เป็นของใช้หรูหราที่ไม่มีความจำเป็น ระบบบ้านไม่ได้ถูกออกแบบรองรับไว้ จึงไม่ถูกติดตั้งเป็นมาตรฐานในบ้านเรือนทั่วไป
การดูแล สายชำระ ให้สะอาด และปลอดภัย มีความสำคัญมาก เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับความชื้นตลอดเวลา ถ้าไม่ดูแลอาจเกิด คราบตะกรัน เชื้อรา หรือรั่วซึมได้
- ควรทำความสะอาดเป็นประจำ (อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง)
• ใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำแบบไม่กัดกร่อน
• ใช้แปรงขนอ่อนหรือผ้าเช็ด
• ฉีดน้ำทิ้ง 2–3 วินาทีหลังทำความสะอาด เพื่อไล่สิ่งสกปรกในหัวฉีด
• หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรดแรงหรือคลอรีนเข้มข้น เพราะทำให้ซีลยางเสื่อมเร็ว
- ป้องกันตะกรัน (โดยเฉพาะพื้นที่น้ำกระด้าง) ถ้าอยู่ในพื้นที่น้ำกระด้าง:
• แช่หัวฉีดในน้ำส้มสายชูผสมน้ำ 15–30 นาที
• หรือใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดตะกรันแบบอ่อนโยน
• เช็ดให้แห้งหลังล้าง
• หมั่นตรวจรอยรั่วอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ด้วยการเช็กจุดต่อ 3 จุด: วาล์วน้ำ ข้อต่อสาย และบริเวณหัวฉีด ถ้ามีน้ำซึมก็ขันให้แน่นขึ้น ถ้ายังรั่ว อาจต้องเปลี่ยนซีลยางหรือเปลี่ยนสายใหม่
- ปิดวาล์วน้ำเมื่อไม่ใช้ (โดยเฉพาะก่อนออกจากบ้านนาน ๆ) ช่วยลดแรงดันค้างในสาย ลดความเสี่ยงสายแตกตอนกลางคืน
- อายุการใช้งาน โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 2–5 ปี หรือเร็วกว่านั้นถ้า สายแข็ง มีสนิม แรงดันลดลง
มีรอยบวม อย่าแขวนให้หัวฉีดสัมผัสพื้น อย่าใช้แรงดันสูงสุดตลอดเวลา และสายสแตนเลสถัก จะทนกว่าสายพลาสติก