Thai PBS Verify สกัดกั้นข้อมูลเท็จ ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ “ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง 2569” บน TikTok
ใกล้เข้ามาทุกขณะสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งยิ่งทำให้โลกออนไลน์กลายเป็นสมรภูมิข่าวสารของการแย่งชิงคะแนนเสียงด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok ซึ่งมีผู้ใช้งานในประเทศไทยมากกว่า 50 ล้านคน และรวมถึงกลุ่ม First-Time Voter หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกจำนวนมหาศาล ความท้าทายที่ตามมาคือการแพร่กระจายของ "ข้อมูลเท็จ" หรือ Fake News ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญของประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ TikTok จึงได้จับมือกับ Thai PBS Verify และภาคีเครือข่าย เปิดตัว "ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง 2569" เพื่อเป็นปราการด่านหน้าในการสกัดกั้นข้อมูลบิดเบือน
พลังเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์: เกราะคุ้มกันข้อมูลบน TikTok
คุณชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy - SEA, TikTok เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกที่นำเทคโนโลยีมาผสานกับความเชี่ยวชาญของมนุษย์ โดยระบุว่า ตัวเทคโนโลยีของ TikTok หากมีการลง Content ที่มีการสร้างด้วย AI จะต้องได้รับติ๊กถูกก่อน ก่อนที่จะลง Content นั้น ซึ่งจะเรียกว่า AI CG ซึ่งเป็น AI Community Guideline ของเรา ส่วนของเนื้อหาในแพลตฟอร์มนั้น TikTok จะมีทีมดูแลทั้งตัวของ Machine Learning และกลุ่มคน รวมถึงการร่วมเป็น Partner กับ Fact-Checker ต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งสำหรับในประเทศไทยได้มีการร่วมมือกับ Lead Story ที่ได้รับมาตรฐาน IFCN รวมถึง Partner จากในประเทศไทย เช่น Thai PBS Verify และ Cofact
[caption id="attachment_8675" align="aligncenter" width="811"]
ชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy - SEA, TikTok[/caption]
สำหรับการลงคลิปใน TikTok นั้น หากเป็นการลงในรูปแบบ Organic สามารถทำได้ตามปกติ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองก็ลงได้ แต่หากเป็น Content ที่เรียกว่า IO หรือ Information Operation ตัว Platform จะมีการออกรายงานอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส ซึ่งจะเป็น Community Guideline Enforcement ที่ทุกคนสามารถเข้าไปดูได้ โดยจะมีรายดารการตรวจพบกระบวนการที่พยายามทำ Content ที่เรียกว่า IO ลงมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อมีการจับได้ก็จะมีการเตือนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเนื้อหาของประเภทนี้ จากประเทศอะไร จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งแพลตฟอร์มพยายามเผยแพร่เพื่อสร้างความโปร่งใส และเปิดเผยตรวจสอบได้
ปัจจุบันแพลตฟอร์มของ TikTok มีผู้ใช้มากกว่า 50 ล้านคน ในจำนวนนั้นมี First-Time Voter หรือผู้ที่ไม่เคยเลือกตั้งมาก่อนจำนวนมาก TikTok จึงถือเป็นพื้นที่ที่ดี ที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลในการเลือกตั้งที่ถูกต้องได้ ซึ่ง TikTok ได้มีการอิงกับหน่วยงาน เช่น กกต. เพื่อที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องของการเลือกตั้งโดยตรง ส่วนการร่วมเป็น Partner กับหน่วยงาน Fact-Checker เช่น Thai PBS Verify ถือเป็นปราการอีกหนึ่งชั้น ที่ช่วยทำ Content ในการเตือนใจคนให้รู้สึกระวัง ในเรื่องของการคัดกรอง Content หรือ Verify Content ก่อนที่จะแชร์ออกไป ซึ่งในช่วงของการเลือกตั้ง ก็จะมีการขึ้นในส่วนของ Label ขึ้นมา ว่าหากต้องการดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ให้กดเข้าไปที่หน้าของข่าวสารการเลือกตั้ง โดยพิมพ์คำว่า "เลือกตั้ง" ในช่องค้นหา ซึ่งเมื่อพิมพ์แล้วก็จะมีหน้าเพจที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจาก Thai PBS Verify อยู่ภายในนั้น
เมื่อข่าวปลอม "ไม่ได้ผิด 100%" แต่แฝงด้วยเจตนาทำลาย
คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "ความซับซ้อน" ของข้อมูลในช่วงเลือกตั้งว่า
ปริมาณของข่าวปลอมที่มาในช่วงของการเลือกตั้ง ถือเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ซึ่งในช่วงของการเลือกตั้ง ถือเป็นช่วงของการโหยหาข้อมูลของผู้คน และเป็นช่วงที่มีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของพรรคการเมือง หรือ แคนดิเดตของพรรคการเมืองนั้น ๆ
หากถามว่าข้อมูลประเภทใดที่แตกต่างจากการตรวจสอบปกติข้อมูลของการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือข่าวที่พบมักเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 100% และไม่ผิด 100% เช่นเดียวกัน แต่จะมีกลไกของการใช้ภาษา และการเลือกประเด็น ที่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้การตรวจสอบมากกว่าเหตุการณ์ปกติ ซึ่งหากเป็นเหตุการณ์ปกติ จะสามารถตรวจสอบและพบว่าข่าวนั้นเป็นภาพจริงหรือภาพปลอม ข้อมูลจริงหรือข้อมูลปลอม
[caption id="attachment_8677" align="aligncenter" width="699"]
กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส[/caption]
แต่กับข่าวในช่วงของการเลือกตั้งนั้น มักจะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ
- การทำลายชื่อเสียง
- การหยิบข้อมูลข่าวเก่ามาสร้างฐานความนิยม
- ทำลายคู่แข่งทางการเมือง
ซึ่งมักเป็นเรื่องการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองทั่วไป เพียงแต่ข้อมูลข้อเท็จจริงหรือการแสดงความคิดเห็นเหล่านั้น อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดี หรือเจตนาที่ต้องการทำลายฝั่งตรงข้าม ซึ่งการเสพข้อมูลของผู้คนในช่วงเลือกตั้งจำเป็นที่จะต้องตั้งสติให้มากขึ้น อ่านให้ละเอียดมากขึ้น หรืออาจจะต้องวกกลับไปตรวจข่าวเก่า หรือตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องที่ละเอียดมากขึ้น
กับดัก "วาทกรรม" และความอันตรายของข้อมูลที่ "ตรงจริต"
คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ชี้ให้เห็นถึงความอันตรายของข้อมูลในรูปแบบ Narrative หรือ เรื่องเล่า ว่าข้อมูลรวมมีหลายแบบ แต่ข้อมูลที่อันตรายคือข้อมูลที่ตั้งใจบิดเบือน รวมถึงทำให้คนเข้าใจผิดโดยเฉพาะ Voter จนกลายเป็นผู้ Misinformed หรือการได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจ โดยข้อมูลลักษณะนี้มักจะมาในรูปแบบของข้อมูลเท็จไปเลย คือสร้างเรื่องขึ้นมาโดยตรง โดยเรื่องเท็จลักษณะนี้ยังคงสามารถตรวจสอบได้ง่าย แต่เรื่องที่ตรวจสอบได้ยากมักจะมาในรูปแบบของเรื่องเล่า หรือ Narrative ที่ปนมากับข้อเท็จจริง เช่น บางส่วนมีข้อที่ไม่จริง, มีความคิดเห็น, มีอารมณ์ความรู้สึก และมีวาทกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในการที่จะบอกว่าจุดไหนจริง หรือจุดไหนไม่จริง เพราะมันผสมปนเปกันอยู่ภายใน จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องฝึกทักษะให้ผู้ลงคะแนนแยกแยะเหมือนกัน ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือความคิดเห็น อะไรคือความรู้สึก
[caption id="attachment_8678" align="aligncenter" width="883"]
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย)[/caption]
ยกตัวอย่างวาทกรรมพรรคนี้ขายชาติ พรรคนี้ทุนเทา พรรคนี้ชังชาติ หรือพรรคนี้ล้มสถาบัน ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมามักจะมาในลักษณะเรื่องเล่า ซึ่งถ้าหากไปตรวจสอบดูจริง ๆ จะพบว่า แต่ละเรื่องก็อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามนั้น แต่มีการปะปนกันของข้อเท็จจริง และข้อไม่จริง ซึ่งจะไม่สามารถบอกได้ว่า ไม่จริงทั้งหมดหรือถูกทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่จะฟันธงว่า ใช่หรือไม่ใช่ และเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคหรือผู้รับสาร ต้องใช้ดุลพินิจแยกแยะด้วยตนเองให้ได้ แต่สำคัญที่สุดคือ หากเป็นเรื่องที่บิดเบือนไปเลย แม้มันจะตรงกับจริตของเราก็ตาม ก็ขอให้อย่าแชร์ ขอให้เชียร์พรรคที่ชอบด้วยข้อเท็จจริงล้วน ๆ จะดีกว่า
อย่างไรก็ตามหากเราหลงไปสนับสนุนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จ จริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือบิดเบือนบ้าง ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าความไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Missinform คือการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน จนนำไปสู่การตัดสินใจผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนควรจะอยู่บนพื้นฐานของ Fact Free Fair คือ
- Fact: ข้อมูลต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
- Free: มีเสรีภาพในการเลือกโดยไม่ถูกครอบงำด้วยข้อมูลบิดเบือน
- Fair: เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ใช้ความรู้สึกเหนือความถูกต้อง
ก้าวข้าม "ความเกลียดชัง" สู่การเลือกตั้งเชิงนโยบาย
รศ. ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่า แม้แพลตฟอร์มจะมีกฎ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเนื้อหาที่แม้จะไม่ใช่ Fake News แต่กระตุ้นให้เกิด "ความไม่พอใจและความเกลียดชัง"
[caption id="attachment_8680" align="aligncenter" width="678"]
รศ. ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[/caption]
อย่างไรก็ตามหากถามว่ามีผลอย่างไรต่อสังคมและผู้เลือกตั้ง หรือ Voter ต้องบอกว่าสังคมไทย เคยผ่านการต่อสู้หรือความเกลียดชังมาหลายช่วง ซึ่งในด้านหนึ่งถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ของผู้คน ที่ได้เห็นข้อมูลที่หลากหลาย ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็อาจจะทำให้ผู้คนมองอีกฝ่ายหนึ่ง เห็นถึงปัญหาในการสื่อสารหลากหลายแบบ แต่หากถามว่าทางออกที่สำคัญที่สุดคืออะไร ส่วนตัวคิดว่าในส่วนของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่อยู่ใน Social Media ที่มีผลต่อการเลือกตั้ง จะต้องมีเงื่อนไขและมาตรการใหม่ ๆ ในการที่จะคัดกรองเนื้อหาเหล่านี้ ที่แม้จะไม่ได้เป็น Fake News จริง ๆ แต่อาจจะส่งผลต่อการกระตุ้นความไม่พอใจ ความเกลียดชัง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ควรจะเป็นเงื่อนไขในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพราะจริง ๆ แล้วในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เราควรเลือกพรรคการเมืองผ่านนโยบายที่สร้างสรรค์มากกว่า
การหาเสียงหรือการโจมตีฝ่ายตรงกันข้ามในโลกออนไลน์ที่เน้น Algorithm ในลักษณะนี้ มันจะทำให้การเมืองและสังคมไทย ไม่ก้าวไปสู่สังคมที่เต็มไปด้วยนโยบายที่สร้างสรรค์ แต่ทุกฝ่ายกลับใช้ความไม่พอใจ ความเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งที่อยู่ในรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม ก็ยังคงสามารถเห็นความเกลียดชังจากทุกฝ่าย ในการที่จะเป็นพลังหลักในการกระตุ้นให้ผู้คนออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ทั้งนี้หากไม่มีการคัดกรองข่าวที่ออกมาในโลกออนไลน์ จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้คน เพราะข่าวที่ไม่ได้มีการคัดกรองเหล่านี้ ถือเป็นข่าวที่มีผลกระทบกับผู้คนอยู่แล้ว ซึ่งสำหรับ First-Time Voter ที่เคยผ่านกระบวนการทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วงตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้รัฐบาลที่เป็นรัฐบาลที่เป็นพรรคการเมือง ที่ผู้คนออกไปเลือกมากที่สุดแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าข่าวปลอม ข่าวที่สร้างความเกลียดชัง อาจจะมีผลต่อคนรุ่นใหม่ หรือกับ First-Time Voter ไม่ได้มากนัก เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สนับสนุนพรรคการเมือง ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมเหล่านี้อยู่แล้ว
การร่วมมือระหว่าง TikTok และ Thai PBS Verify ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลบข่าวปลอม แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถ "หยุด คิด และตรวจสอบ" ก่อนที่จะตัดสินใจอนาคตของประเทศผ่านปลายนิ้ว
สำหรับการติดตามข้อมูลต่าง ๆ ของศูนย์ข้อมูลการเลือกตั้งปี 2569 ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำว่า "เลือกตั้ง" ในช่องค้นหา เพื่อเข้าถึงหน้าข่าวสารอย่างเป็นทางการที่มีข้อมูลจาก กกต. และเนื้อหาตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก Thai PBS Verify โดยตรง
[caption id="attachment_8681" align="aligncenter" width="1024"]
ศูนย์ข้อมูลเลือกตั้ง 2569[/caption]