โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตัวเลขสำรองนำหน้ากำไรสุทธิ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 24 ม.ค. 2564 เวลา 23.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง

ผลพวงจากมาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน (TFRS 9) ผสมโรงกับวิกฤติโควิด-19 ทำให้เกิดอัตราเร่งทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL) หรือการตั้งสำรอง (ตามนิยามใน TFRS 9) ของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด.!

จากตัวเลขผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ปี 2563 ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง 10 แห่ง พบว่า มีตัวเลข   ECL อยู่ที่ระดับกว่า 246,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 45% เทียบกับปี 2562 อยู่ที่กว่า 170,000 ล้านบาท สวนทางกับตัวเลขกำไรสุทธิที่ลดลงกว่า 32% มาอยู่ที่ระดับ 138,300 ล้านบาท จากปี 2562 อยู่ที่ระดับ 202,723 ล้านบาท

นิยามสำคัญของ TFRS 9 คือ การปรับหลักการสำคัญ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการที่แท้จริงมากขึ้น มีการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ใช้รูปแบบ ECL ด้วยการแบ่งลูกหนี้เป็น 3 กลุ่ม นั่นคือ 1)ลูกหนี้ปกติ (Performing) หรือลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ คุณภาพด้านเครดิตยังดีอยู่ 2)ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Under Performing) หรือ ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงมากกว่าความเสี่ยงต่ำ คุณภาพของเครดิตเริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก 3)ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นสูงมาก (Non-Performing) หรือลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงมากกว่าความเสี่ยงต่ำ มีหลักฐานชัดเจนถึงการด้อยค่าของคุณภาพของเครดิต

กรณีหากเป็นลูกหนี้ปกติจะต้องรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด (ECL) ช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่หากเป็นลูกหนี้แบบ Under performing และ non-performing จะต้องรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ตลอดอายุสัญญา เข้าไปในงบกำไรขาดทุน (P/L)

ส่วนการรับรู้ดอกเบี้ยหากลูกค้าถูกจัดในกลุ่ม Performing หรือ Under Performing จะต้องรับรู้ดอกเบี้ยรับจากยอด “ลูกหนี้ขั้นต้น” แต่ถ้าหากลูกหนี้ถูกจัดในกลุ่ม Non-Performing แล้ว จะต้องรับรู้ดอกเบี้ยรับจากยอดลูกหนี้สุทธิ (จากค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต)

นัยสำคัญของผลกระทบจาก ECL ระยะสั้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนจากตัวเลขกำไรสุทธิปี 2563 ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ลดลง นอกเหนือไปจากตัวเลขกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19

แต่อีกนัยสำคัญตัวเลข ECL ที่สูง ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงหรือป้องกันความเสี่ยง กรณีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีผลกระทบรุนแรงทั้งในและต่างประเทศ จนนำไปสู่อีกหนึ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการที่ให้ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือลูกค้าอีกด้วย

ประเด็นสำคัญคือปี 2564 ตัวเลข ECL จะยังเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้นหรือเลวร้ายกว่าที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้ เพราะหากไม่ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง นั่นหมายถึงตัวเลขกำไรสุทธิจะถูกบดบังจากตัวเลข ECL ดั่งเช่นปีที่ผ่านมา ที่สำคัญหากตัวเลข ECL เพิ่มขึ้น จะถือเป็นการส่งสัญญาณการชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี “การตั้งการ์ดสูง” ของธนาคารพาณิชย์ทำให้มั่นใจได้ว่า “ธนาคารไม่ล้ม” อย่างแน่นอน เพียงแต่จะฟื้นตัวได้ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง..!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...