โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สลด!! ผึ้งเพชฌฆาต แตกรังรุมต่อยคุณตาดับ 1 เจ็บ 2 เหยื่อเล่านาทีชีวิตรอดตาย

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

ผึ้งหลวงเพชฌฆาต! ที่จ.อุดรธานี เกิดเหตุสลด ผึ้งหลวงแตกรัง หล่นจากต้นไม้ใหญ่รุมต่อยชาวบ้านกำลังไปเก็บเห็ด 2 คุณตาเข้าไปช่วยอย่างระทึก ถูกผึ้งรุมต่อยต้องหมอบหนี สุดท้ายคุณตาวัย 67 ปีถูกผึ้งต่อยเจ็บหนักมานอนอยู่บ้านเสียชีวิตวันนี้ ชาวบ้านหวั่นผึ้งรังนี้อาฆาตฆ่าคนอีก นายกฯ เตรียมหาทางเอาผึ้งออก หญิงรอดชีวิตเผยรอดตายมาได้เพราะตาวิเชียรแท้ๆ แต่คุณตาต้องมาตายแทน เตรียมให้ลูกบวชหน้าไฟทดแทนบุญคุณ

9 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านถูกฝูงผึ้งหลวงรุมต่อยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุเกิด ที่ บ้านดงไร่น้อย ม.11 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ สำหรับรังผึ้งหลวงนั้นสร้างอยู่ที่ต้นกระถินณรงค์ ความสูงจากพื้นดินราว 10-15 เมตร หากมองขึ้นไปข้างบน ดูแล้วรังใหญ่มาก ขนาดรังผึ้งหลวงน่าจะเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ฟุต ที่อย่ากิ่งไม้ของต้นกระถินณรงค์ บริเวณถนนซอยข้างปั๊มบางจาก เขตเทศบาล ต.นาข่า โดยชาวบ้านไม่รู้ว่ารังผึ้งหลวงมาทำรังตั้งแต่เมื่อไร แต่ต่อยมีคนเจ็บและคนตายด้วย ทราบว่าผึ้งหลวงแตกรังต่อยชาวบ้านเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา โดยผู้บาดเจ็บสาหัสได้เสียชีวิตแล้วขณะนี้กำลังนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดเจริญชัย ทราบชื่อว่า นายวิเชียร บุญวิเศษ อายุ 67 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บเล็กน้อยทราบชื่อ คือ นางขวัญฤดี กัลยาบุตร อายุ 46 ปี โดยแพทย์ให้กลับบ้านได้แล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางขวัญฤดี อายุ 46 ปี ชาวบ้านบ้านดงไร่น้อย ม.11ต.นาข่า หญิงสาวเคราะห์ร้ายที่ถูกผึ้งหลวงต่อย แต่รอดตายมาได้ เพราะคุณตาวิเชียรช่วยเอาไว้ พร้อมเล่าเหตุการณ์วันนั้นว่า วันเกิดเหตุขณะนั้นตนกำลังจะไปชวนน้าออกไปเก็บเห็ด แต่พอไปถึงบ้านน้ากลับไม่เจอน้าเพราะน้าออกไปนาแล้ว จึงขับรถจยย.ออกมาระหว่างทางพบว่ามีแมลงบินเข้ามาชนที่หน้าและรุมต่อยโดนจึงจอดรถและวิ่งหนี ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร หลังถูกต่อยเจ็บมากจึงร้องวิ่งตะโกนขอความช่วยเหลือ ใกล้ๆ กันมีคนเลี้ยงควายอยู่ใกล้ ๆ ตอนนั้นไม่รู้ว่าใครนำเอาใบตาลมาให้ ตนจึงเอามาปกคลุมตัวและคลานออกมาประมาณ 30 นาที จึงหลุดพ้นมาได้ จากนั้นก็ไปโรงพยาบาลรักษาตัว 2 วัน และเพิ่งโรงพยาบาลออกมาวันนี้

สำหรับผึ้งหลังนี้ตนก็ไม่รู้ว่ามาอยู่นานหรือยังแต่อาทิตย์ก่อนเพิ่งไปแหย่ไข่มดแดงก็ยังไม่เห็นเพราะว่ารังผึ้งอยู่สูง ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นทราบต่อมาว่าเป็นคนแถวบ้าน ทราบชื่อคือคุณตาวิเชียร ตอนนั้นปั่นจักรยานผ่านมาเห็นตนร้องให้ช่วยจึงรีบเข้ามาช่วยและมาถูกผึ้งต่อยจนเสียชีวิต ส่วนตัวตนรู้สึกสงสารคุณตามาก ต้องมาเสียชีวิตเพราะช่วยหนู ขอขอบคุณและแสดงความเสียใจกับคุณตาวิเชียรด้วย โดยงานศพของคุณตาตนเองจะให้ลูกชายบวชอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เพื่อให้ดวงวิญาณไปสู่สุขติ

นายบัวพันธุ์ อายุ 76 ปี ตาของนางขวัญฤดี หนึ่งในคนที่เข้าไปช่วยนางขวัญฤดี บอกว่า ช่วงนั้นตนกำลังเลี้ยงควายอยู่บริเวณแถวนั้นพอดีได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือจึงเข้าไปทำการช่วย เมื่อไปถึงก็พบว่าหลานสาวถึงผึ้งต่อย จึงร้องตะโกนบอกให้หลานคลานก้มต่ำๆ อย่าลุกไม่งั้นผึ้งจะต่อย จากนั้นตนจึงรีบวิ่งไปเอาก้านใบตาลซึ่งตกอยู่มาคลุมตัวหลาน ระหว่างนั้นผึ้งก็ยังคงรุมต่อยและต่อยตนเองด้วย ตนก็วิ่งหนี พอหลานคลานออกมาพ้นมาได้หลานลุกได้จึงพาขึ้นสามล้อและพาตัวส่งโรงพยาบาล

พี่หนิง อายุ 49 ปี หลานตาวิเชียร เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงหมาหอนตลอดทั้งคืน ซึ่งปกติหมาก็ไม่เคยหอนแบบนี้ส่วนตัวคิดว่าแกคงจะมาหา หรือแกยังไม่อยากตาย สำหรับตาวิเชียร ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นลุง ซึ่งแกก็เป็นคนดีหาเช้ากินค่ำ รู้สึกเสียใจที่ลุงเสียชีวิต โดยศพของลุงจะทำการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.)

ทางด้าน ด้านพ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาข่า เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเทศบาลฯได้รับการร้องขอจากประชาชนให้เข้ามาช่วยนำรังผึ้งลงมาหวั่นจะทำร้ายชาวบ้านอีก และเพื่อความสบายใจของชาวบ้าน จะได้ประสานขอรถกระเช้าของเทศบาลนครอุดรธานีมาใช้แล้วเอารังผึ้งหลวงลงมาในคืนนี้ ส่วนสาเหตุที่ผึงต่อยประชาชนนั้นทราบว่า วันเกิดเหตุฝนตก คาดว่าผึ้งไม่สามารถเกาะรังได้ จึงงตกลงมา ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีคนเดินผ่านมาจึงลุงต่อยเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตมา ณ ตรงนี้ด้วย-001

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...