โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

Thai PBS

อัพเดต 55 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (23 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำทีมแถลงข่าว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบในการขุดเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบั่นทอนความเชื่อมั่นการใช้กฎหมายของประเทศ

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

โดยรัฐบาลกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุนผู้สนับสนุนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น

หรือเลือกปฏิบัติการดำเนินการของรัฐ ไม่ใช่มุ่งหมายเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่จะมุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ใช้เครื่องมือทั้งในด้านการดำเนินคดีการติดตามทรัพย์สินและการขยายผลไปยังเครือข่าย ที่อยู่เบื้องหลังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม แต่จะไม่ยอมให้มีการใช้เทคโนโลยีหรือช่องทางในการลักลอบ ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และสาธารณูปโภคนอกประเทศ

ดังนั้น ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับการเฝ้าระวัง และการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายทุกคน

วันนี้ร่วมกับ รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงข่าวภารกิจการเปิดปฏิบัติการ ตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ซึ่งมีการยึดทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยปฏิบัติการมาระยะหนึ่งแล้ว

ส่วนที่รัฐมองว่า สร้างความเสียหายสูงสุดคือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของสาธารณะ ในการลักลอบต่อสายตรงผ่านหม้อแปลง ซึ่งธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ยึดทรัพย์ยังไม่พอ เพราะทรัพย์สินเหล่านี้มีมูลค่าก็ต่อเมื่อนำไปประกอบธุรกรรมธุรกิจ แต่หากนำมาแยกชิ้นส่วนหรือขายทอดตลาด ราคาแทบจะไม่มีเลย เพราะเป็นทรัพย์สินทางด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสียหายง่าย

ใครที่เป็นผู้สนับสนุนหรือใครเป็นลูกค้าเจ้าหน้าที่ของรัฐ คนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าออกไปจากระบบโดยที่จะบอกว่าไม่ทราบ แต่เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ สิ่งเหล่านี้จะต้องได้ติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สิน และยึดจำนวนเงินของทุนต่าง ๆ ให้ได้เป็นของรัฐมากที่สุดเพื่อทดแทนความเสียหายที่ได้กระทำลงไป

นอกจากนี้ สั่งการให้กรมศุลกากรและกระทรวงการคลังเข้ามาช่วยกันวางหลักเกณฑ์ ห้ามนำเข้า เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) อย่างแน่นอน จึงต้องมีการตรวจสอบว่ามีการนำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และได้สำแดงวัตถุประสงค์การใช้งานไว้ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินภารกิจดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง สามารถทลายเครือข่ายลักลอบขุดบิตคอยน์ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จะมีการแถลงผลการดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบ

นายกฯ แถลงทลายเครือข่ายลอบใช้ไฟทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องกว่า 1,900 เครื่อง

รัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่าจะบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดในลักษณะนี้อย่างเต็มที่ และเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ โดยหวังว่าจะสามารถขยายผล และติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด เพราะเชื่อว่าไม่อาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรี ยังเตือนผู้ที่ประกอบธุรกิจลักษณะนี้ให้ยุติการกระทำ เนื่องจากการตรวจสอบจะเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะร่วมกันขยายผลและติดตามการกระทำผิด จึงไม่มีทางรอดพ้นจากการบังคับใช้กฎหมาย

พร้อมกันนี้ ฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อหรือเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีแล้ว ยังอาจสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมหาศาล และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายกลับคืนได้ หากต้องการลงทุน ขอให้เลือกลงทุนในกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถรักษาและสร้างความมั่นคงทางการเงินของตนเองได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะเมื่อสูญเสียเงินไปแล้ว โอกาสที่จะได้รับคืนแทบไม่มีอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไป พร้อมตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 7 จุดใน จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม หลังพบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้า เพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ด้วยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์

โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง) ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งได้ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุดได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าในโรงงานทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย และสำนักงานของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวม 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และนครปฐม โดยตรวจพบผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ซึ่งสามารถขยายผลดำเนินคดี รวมถึงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

อ่านข่าว :

นายกฯ ลั่นไม่รู้ สถ.เลื่อนประชุม ก.กลาง ไม่มีกำหนด ปมเพิกถอน ขรก.ท้องถิ่น

รักษาการอธิบดี สถ. ประกาศฟื้นศรัทธาองค์กร กำชับห้ามแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์

“พริษฐ์” เรียกร้อง “นายกฯ” ตอบคำถาม “ไอลอว์” แทนการฟ้องคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คตท.เคาะตั้ง "ภราดร" นั่งประธานอนุฯ ปราบสินบนในภาครัฐ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ไต้หวัน" คัดค้านแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน ปมหนุนหลักการ "จีนเดียว"

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดภาพความเสียหายเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ชาวบ้านเรียกร้องยุติรุนแรง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นายกฯ” สั่งเรียกคืนความมั่นใจประชาชน หลังเหตุยิง จนท.เสียชีวิต 5 นาย ปชช.เจ็บ 6 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...