โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คตท.เคาะตั้ง "ภราดร" นั่งประธานอนุฯ ปราบสินบนในภาครัฐ

Thai PBS

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (23 ก.ค.2569) เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ประชุมเป็นประจำ โดยระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ได้ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐ ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือดีอี ทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นกรรมการ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเรื่องโครงการความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ภายใต้โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา ซึ่งทางคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และคณะกรรมการ คตท. มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ควรจะดำเนินการและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบในหลักการและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบรับข้าราชการในภาครัฐ เป็นความเห็นชอบร่วมกันในคณะกรรมการ คตท. ว่า เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และทำลายระบบราชการอย่างรุนแรง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องท้องถิ่น ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการ และอาจจำเป็นจะต้องมีกฎหมายเฉพาะ เพื่อจัดการกับผู้ที่ทุจริต หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวการผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน รวมทั้งการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง โดยจะมอบหมายให้ ก.พ.ร.เสนอต่อ ครม. และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยกร่างกฎหมายเรื่องนี้

ที่ประชุมยังหารือยกระดับมาตรฐานบริการในภาครัฐเพื่อให้ปลอดการทุจริต ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นผู้ดำเนินการเพื่อช่วยกันปราบทุจริต

นายปกรณ์ ยังกล่าวถึง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชนฉบับใหม่ ขณะนี้กำหนดรายละเอียดว่าจะบังคับใช้กับธุรกิจใดบ้าง คาดว่าเบื้องต้นเป็นธุรกิจโรงแรมและร้านกาแฟ ซึ่งต้องดูว่ามีเรื่องใดที่จะปรับปรุงในส่วนกฎหมายรอง

รัฐบาลมีความหนักแน่น และแน่วแน่ในการผลักดันเรื่องแก้ไขปัญหาการทุจริตให้ครบวงจร ไม่ให้มีปัญหาทิ้งไว้ให้ลูกหลานในอนาคต และพยายามทำให้ดีที่สุด

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พอใจที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องนี้ คณะกรรมการ คตท.ที่แต่งตั้งขึ้น ได้ขับเคลื่อนอย่างชัดเจนกับแผนนโยบาย โดยเฉพาะที่เราทำร่วมกับ ก.พ.ร.ในแง่ของในโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา เชื่อว่าจะช่วยได้มาก รวมถึง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ที่มีความจำเป็นต้องเผยแพร่ให้ชัดเจนทั้งประชาชน เอกชน และนักธุรกิจ ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคประชาชน เพราะ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ไม่ได้ใช้เฉพาะภาคเศรษฐกิจ แต่รวมถึงประชาชนที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ

นายพจน์ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลที่ตั้งใจอย่างจริงจังและประชุมเป็นประจำ แต่ต้องยอมรับว่า การแก้ไข พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ มีความล่าช้า ควรแก้กฎกระทรวง หรือกฎระเบียบของกรมก่อน เพื่อขับเคลื่อนให้ได้จริง โดยเฉพาะโครงการ Reinvent Thailand ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฉะนั้นหากเราปลดล็อกความสะดวกในแง่ของกฎหมาย ก็จะสามารถขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น

ขณะที่ น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา เพื่อให้แต่ละหน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการ หรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง มาพัฒนาและปรับแก้กระบวนการอนุมัติของหน่วยงาน ซึ่งจะทำงานร่วมกับองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน ว่าหน่วยงานใดมีความสุ่มเสี่ยง และนำไปปรับแก้เพื่อเสนอกลับเข้ามา รวมทั้งพิจารณาว่ามีการแก้ไขจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ 335 แห่ง โดยจะทำให้เกิดผลระยะแรกภายใน 6 เดือน

ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นการนำข้อมูลมาดูร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ประชาชน และภาครัฐ ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการพูดคุยมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจากนี้ทุกภาคส่วนจะทำงานอย่างไร

"วันนี้สิ่งที่เห็นเพิ่มเติม คือ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก และตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ ว่าจะมีการขยับตัวอย่างไร และมีการพูดถึงการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นอย่างเปิดเผย เชื่อว่าข้อมูลที่สร้างการรับรู้ในครั้งนี้ จะส่งต่อไปถึงสังคมไทยในวงกว้าง ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และสื่อสารไปยังองค์กรระหว่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงจะส่งผลดีต่อการประเมินดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทยได้"

อ่านข่าว :

ตำรวจคาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ สรุปคดีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

“นายกฯ” สั่งเรียกคืนความมั่นใจประชาชน หลังเหตุยิง จนท.เสียชีวิต 5 นาย ปชช.เจ็บ 6 คน

ส.นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ห่วงใยสื่อมวลชนเผชิญภาวะเลิกจ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สสน.เตือนปี 69 เสี่ยงท่วมซ้อนแล้ง (23 ก.ค.69) I ตรงประเด็น

16 นาทีที่แล้ว

นายกฯ อนุทิน ฟ้อง “เป๋า ไอลอว์” ปมเปิด 9 ชื่อโยงคดีฮั้ว (23 ก.ค.69) I ตรงประเด็น

19 นาทีที่แล้ว

ประณามเหตุยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี นายกฯ กำชับเฝ้าระวังทุกจุด หลังความรุนแรงถี่ขึ้น

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub-อดีตกรรมการบริษัท ปมไม่แจ้งเหตุถูกแฮก 1,700 ล้านบาท

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

นายกฯ สั่งเร่งติดตาม เหตุกราดยิงนราธิวาส จนท.เสียขีวิต 5 (23 ก.ค.69) I ตรงประเด็น

Thai PBS

นายกฯ อนุทิน ฟ้อง “เป๋า ไอลอว์” ปมเปิด 9 ชื่อโยงคดีฮั้ว (23 ก.ค.69) I ตรงประเด็น

Thai PBS

"พลพีร์"รมช.มท. นำชุดปฏิบัติการพิเศษฯ จับกุม 5 โรงแรมเถื่อนเมืองภูเก็ต

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

รมช.ปิยะรัฐชย์ มุ่งยกระดับความโปร่งใส สร้างความมั่นใจสหกรณ์ทั่วประเทศ เปิดตัว 'ศูนย์ข้อมูลทางการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์ไทย'

VoiceTV

'รมว.สุริยะ' แจ้งข่าวดี! ไทยเจรจาสำเร็จซาอุฯ เลื่อนบังคับใช้ Saudi GAP อีก 1 ปี หนุนส่งออกสัตว์ปีกไทยต่อเนื่อง

VoiceTV

"อดีตรองผอ.ข่าวกรอง" ประชด ! บอกทหารให้วางปืนลง หลัง "บิ๊กดุลย์" เบรกใช้คำว่าไล่ล่า

สยามรัฐ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...