หน้าร้อน ต้องระวัง สาเหตุเสี่ยง "ไฟไหม้" กับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "ไฟ"
เดือน เม.ย.2567 เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้หลายต่อหลายที่ หลายคนตั้งคำถามทำไมช่วงนี้มีเหตุไฟไหม้บ่อยครั้ง แต่ละครั้งสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะหากเกิดเพลิงไหม้ในชุมชนแออัด อาคารขนาดใหญ่ รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรม จะสร้างความเสียหายให้มากขึ้น ย้อนเหตุการณ์ไฟไหม้ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ เกิดเหตุการณ์ใดที่ไหนบ้าง
- วันที่ 22 เม.ย. ไฟไหม้โกดังเก็บกากของเสียอุตสาหกรรมและสารเคมีอันตราย ในพื้นที่บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ต.บ้านค่าย จ.ระยอง อพยพ 250 ครัวเรือนหนีไฟไหม้หลัง 9 ชั่วโมงยังคุมเพลิงได้แค่วงจำกัด
ต.บ้านค่าย จ.ระยอง
วันที่ 25 เม.ย. เวลา 02.10 น. สารเคมีไทโอยูเรีย รั่วไหลออกจากถังเก็บโรงงานในซอยพระราม 2 ซอย 20 แขวงบางมด กทม. ชุดปฏิบัติการตอบโต้สารเคมีฯ ประสานรถดับเพลิงและกู้ภัยเข้าดับกลางดึก
วันที่ 25 เม.ย. เวลา 17.35 น. ไฟไหม้ป่าหญ้า ซ.ลาดปลาเค้า 72 เขตบางเขน กทม. กลุ่มควันลอยสูง โดยพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและแคมป์คนงานก่อสร้าง แม้เหตุการณนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บร้ายแรง แต่ทำให้ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบได้รับผลกระทบ รู้สึกแสบตาแสบจมูก และได้กลิ่นเหม็นไหม้
ไฟไหม้ป่าหญ้า ซ.ลาดปลาเค้า 72
วันที่ 25 เม.ย. เวลา 20.15 น.ไฟไหม้ที่บ่อทิ้งขยะชุมชนของเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ที่กองสูงมากกว่า 4 เมตรในพื้นที่กว่า 17 ไร่ เพลิงโหมรุนแรงมีกลิ่น ควันฟุ้งกระจายไปทั่วรอบบริเวณ
วันที่ 26 เม.ย. เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนพัฒนาใหม่ (ชุมชนคั่วพริก) เขตคลองเตย ต้องระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100 นาย รถน้ำกว่า 10 คัน จึงคุมเพลิงได้ เหตุการณ์นี้ บ้านเรือนเสียหาย 20 หลังคาเรือน ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุสั่งตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวช่วยผู้ได้รับผลกระทบ
วันที่ 27 เม.ย. ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานเวลา 12.09 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัทรองเท้าชื่อดัง ย่าน ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. โดยเพลิงลุกไหม้ตู้อบรองเท้าภายในบริษัท ไม่กี่นาทีต่อมา เพลิงสงบ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 27 เม.ย. เกิดเหตุไฟไหม้บ้านทั้งหลัง ต.ท่าข้าม จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนต้นเพลิงมาจากรถตู้ ที่เจ้าของบ้านจอดไว้ที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะลุกลามไปไหม้ตัวบ้านจนเสียหายทั้งหลังอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้เจ้าของบ้านคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรในรถตู้
ไฟไหม้บ้านทั้งหลัง ต.ท่าข้าม จ.ฉะเชิงเทรา ต้นเพลิงมาจากรถตู้
อ่าน : ป้องกัน "ไฟไหม้" ความรู้เบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้
เหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น "ไฟไหม้" เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอด และไม่ควรประมาท เพราะหลายครั้งมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ทั้งที่ บ้าน ที่ พักอาศัยบนอาคารสูง สำนักงาน แล้วอย่างนี้จะเอาตัวรอดจากเหตุไฟไหม้ได้อย่างไร หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วควรทำสิ่งใดก่อน รวมถึงวิธีการปฎิบัติตน วันนี้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้วดังนี้ แต่ก่อนอื่นมารู้จักองค์ประกอบที่ทำให้เกิดไฟกันก่อน
องค์ประกอบของไฟมี 3 อย่าง
ออกซิเจน - เชื้อเพลิง - ความร้อน 3 สิ่งรวมตัวกันก่อให้เกิดไฟ
1.เชื้อเพลิง : เชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ อยู่ในสภาพของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ
2.ออกซิเจน : ซึ่งมีอยู่ในอากาศประมาณ 21% โดยปริมาตร ที่ช่วยให้ติดไฟ แต่หากออกซิเจนลดต่ำลงไฟก็จะไหม้ช้าลงหรือดับมอดไป
3.ความร้อน (HEAT) ที่ทำให้เชื้อเพลิงเปลี่ยนสถานะเป็นไอหรือก๊าซ ที่เรียกว่า ความร้อนถึงจุดวาบไฟ และอีกอย่างคือ ความร้อนถึงจุดติดไฟ หรือจุดชวาล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเร็ว พอเพียงที่จะติดไฟได้จะมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะทางสารสมบัติของเชื้อเพลิงด้วย
ดังนั้น หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไป "ไฟ" จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้
เปลวไฟ
รู้จักประเภทของ "ไฟ"
ไฟประเภท A ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ กระดาษ เสื้อผ้า พลาสติก เศษใบไม้ และขยะแห้ง วิธีดับไฟประเภทนี้ คือ ลดความร้อน (Cooling) โดยใช้น้ำ
ไฟประเภท B ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากวัตถุเชื้อเพลิงเหลว และ ก๊าซ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ วิธีดับไฟประเภทประเภทนี้คือ กำจัดออกซิเจน โดยใช้ผงเคมีแห้ง ใช้ฟองโฟม
ไฟประเภท C ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากอุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า วิธีดับไฟประเภทนี้คือ ตัดกระแสไฟฟ้า แล้วใช้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มี CFC ไล่ออกซิเจนออกไป
ไฟประเภท D สารเคมีติดไฟ เช่น ผงแมกนีเซียมเซอร์โครเมียม ไททาเนียม ผงอลูมิเนียม วิธีดับไฟประเภทนี้คือ ทำให้อับอากาศหรือใช้สารเคมีเฉพาะ (ห้ามใช้น้ำเป็นอันขาด)
ปัจจุบันมีการผลิตเครื่องดับเพลิงที่สามารถดับไฟได้หลายประเภท วิธีการใช้ต้องดูที่ถังว่ามีป้าย A-B หรือ B-C หรือแม้แต่ A-B-C เพื่อนำไปดับไฟได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ระยะเวลาการเกิดไฟไหม้และลุกลามของไฟ
ยกตัวอย่าง เกิดเหตุไฟไหม้ภายในห้อง
1 นาที : ไฟลุกลามกระจายทั่วห้อง
2 นาที : ควันไฟลอยตัวปกคลุมชั้นบน
3 นาที : พื้นห้องมีควันไฟปกคลุมหนาแน่น
4 นาที : ไฟลุกลามทั่วบริเวณ ครอบคลุมทั้งชั้นบนและชั้นล่าง
5 นาที : มีควันพิษและความร้อนสูง ทำให้ผู้ประสบเหตุเสียชีวิตได้
แฟ้มภาพ ประกอบข่าว
ต้องรู้ พร้อมรับมือเหตุไฟไหม้
หากสูดอากาศที่มีความร้อน 150 องศาเซลเซียส เข้าสู่ ร่างกาย ปอดจะถูกทำลายและอวัยวะภายในหยุดทำงาน ส่งผลให้หมดสติและเสียชีวิตได้
เพลิงไหม้ที่ลุกลามในห้อง เป็นเวลา 1 นาทีขึ้นไป ทำให้อุณหภูมิสูงถึง 700 องศาเซลเซียส หากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจะเสียชีวิตทันที
ความมืด เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะมีควันไฟสีดำ ทึบปกคลุมพื้นที่ทันที ขณะที่ กระแสไฟฟ้าจะดับ เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นและอพยพออกจากอาคาร
เมื่อเกิดเพลิงไหม้ผู้ประสบภัยมีระยะเวลาในการอพยพหนีไฟอย่างปลอดภัยเพียง 2 นาทีแรก เนื่องจากไฟยังไม่ลุกลามขยายวงกว้างและมีควันไฟปกคลุมเบาบาง
การสังเกตลักษณะของควันไฟ
ควันไฟที่พุ่งออกจากช่องประตูและหน้าต่างอย่างรวดเร็ว แสดงว่า จุดที่เป็นต้นเพลิงอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว
ควันไฟสีดำและเคลื่อนที่เร็ว แสดงว่า อยู่ใกล้จุดต้นเพลิง
ควันไฟสีจางและเคลื่อนที่ช้า แสดงว่า อยู่ไกลจากต้นเพลิง
ควันไฟหนาแน่น แสดงว่า เพลิงไหม้บริเวณดังกล่าว มีก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
ควันไฟที่มีลักษณะเดียวกัน ทั้งรูปร่าง สี และความเร็วพุ่งออกมาจากช่องต่างๆ แสดงว่า ต้นเพลิงเป็นพื้นที่อับอากาศหรือไฟลุกไหม้เต็มที่แล้ว
ควันไฟสีดำ หนาแน่น แสดงว่า มีแนวโน้มที่ควันอาจลุกติดไฟกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่และมีการเผาไหม้ต่อเนื่องในจุดที่ห่างออกมาจากต้นเพลิง
ควันไฟสีเทา (ไม่เป็นสีดำ หรือสีขาว) ลอยออกมาจากช่องประตูและหน้าต่างที่ปิดอยู่หรือรอยต่อฝาผนัง แสดงว่า เพลิงลุกไหม้เต็มพื้นที่และกำลังลุกลามออกมา ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณดังกล่าวและให้รีบอพยพออกจากอาคาร
สาเหตุที่อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้
ความประมาทและความร้เท่าไม่ถึงการณ์ : ทั้งการไม่ดับไฟบุหรีก่อนทิ้ง การจุดธูปเทียนหรือยากันยุงทิ้งไว้โดยไม่ดูแล การเผาขยะและหญ้าแห้งในบริเวณที่ติดไฟง่าย รวมถึงการจัดเก็บวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงใกล้แหล่งความร้อน จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้
ไฟฟ้าลัดวงจร : การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน สายไฟฟ้าเสื่อมสภาพ การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไม่ถูกวิธีการไม่ดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ใน สภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงการใช้ฟิวส์ หรือสายไฟฟ้าที่มีขนาดไม่เหมาะสม กับปริมาณกระแสไฟฟ้า ทำให้ไฟฟ้า ลัดวงจรเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ได
ก๊าซหุงต้มรั่วไหล เนื่องจากก๊าซหุงต้ม เป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติไวไฟ หากใช้งาน อย่างไม่ถูกวิธีหรือถังก๊าซไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ก๊าซรั่วไหล หากมีประกายไฟ ในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ได้
ภาพประกอบข่าว
ดังนั้น จึงควรปฎบัติ ดังนี้
หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
ใช้ปลั๊กพ่วงที่คุณภาพ
ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งที่เลิกใช้งาน
หมั่นตรวจสอบถังก๊าซหุงต้น
ติดตั้งช่องทางออกฉุกเฉิน
ติดตั้งถังดับเพลิงในจุดที่เห็นชัด
ติดตั้งเครื่องตัดไฟอัตโนมัติ
เก็บวัสดุเชื้อเพลิงในบริเวณที่ปลอดภัย
ระมัดระวังเมื่อต้องทำกิจกรรมเกี่ยวกับไฟ
ติดหมายเลขสถานีดับเพลิงให้เห็นชัดเจน
การปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้
ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก ประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น
เพลิงไหม้เล็กน้อย : ใช้ถังดับเพลิงควบคุม เพลิงในเบื้องต้นพร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
เพลิงไหม้รุนแรง : ตะโกนบอกหรือกดสัญญาณเตือน เพลิงไหม้ เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบ พร้อมอพยพออกจากพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ จากนั้นให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง
เปิดประตูออกไปช้า ๆ และอพยพไปตามเส้นทางหนีไฟที่ปลอดภัย
หากมีความร้อนสูง ห้ามเปิดประตูออกไป เพราะอยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้ ให้ใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันไฟสามารถลอยเข้ามาได้
หลีกเลี่ยงการสูดดมควันไฟเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก หรือใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่อัดอากาศบริสุทธิ์แล้วนำมาครอบศีรษะ เพื่อป้องกันการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย ทำให้หมดสติและเสียชีวิต
โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อบอกตำแหน่งที่ติดอยู่ และส่งสัญญาณให้ผู้อื่นทราบจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
หมอบคลานต่ำหรือย่อตัวให้ใกล้กับระดับพื้นมากที่สุด เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อยู่เหนือพื้นในระดับไม่เกิน 1 ฟุต
ภาพประกอบข่าว
หมายเลขโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉิน
191 เหตุด่วนเหตุร้าย
199 แจ้งไฟไหม้ - ดับเพลิง
1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน
1677 วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน
1554 หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล
1646 สายด่วนของศูนย์เอราวัณ
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ก็ไม่ควรประมาท และหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ
อ้างอิงข้อมูล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
อ่านข่าวอื่น ๆ
เช็กการจราจร "เลนห้ามจอด" - กทม.เร่งประสานขนส่งฯ ลงโทษแท็กซี่ไม่รับคนไทย
อวสานจุดเช็กอินสุดฮิต "ฟูจิ" จ่อตั้งแผงกั้นสูง 2.5 เมตรคุมท่องเที่ยว