โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รุกเตือน! ‘ดื่มไม่ขับ’ ตั้งจุดวัดแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ ย้ำชัด ‘ไม่เป่า = เมาแล้วขับ’

เดลินิวส์

อัพเดต 12 เมษายน 2569 เวลา 4.30 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“สงกรานต์ปลอดภัย ตำรวจดูแลคุณ” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติรุกเตือน “ดื่มไม่ขับ” ตั้งจุดวัดแอลกอฮอล์มีมาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัย ย้ำชัด

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 เม.ย. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร ณ จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ บริเวณถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ” เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ พร้อม พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ และคณะได้พบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน และร่วมประชาสัมพันธ์เชิงรุก แจ้งเตือนและรณรงค์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงอันตรายของการขับรถขณะเมาสุรา พร้อมทั้งสุ่มตรวจผู้ขับขี่หากพบมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่มีอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้นั่งคอยบริเวณ “จุดพักใจ” เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลง พร้อมมีน้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลังไว้บริการ ส่วนผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน คือเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีทุกราย

โดยจากสถิติการบังคับใช้กฎหมายจราจรข้อหาเมาแล้วขับ วันที่ 10 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้กระทำผิดทั่วประเทศ 2,617 ราย และพบว่าเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ 26 ราย ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสีย จึงขอความร่วมมือผู้ขับขี่ “ดื่มไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน

ทั้งนี้ ความผิด “เมาแล้วขับ” มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำ (ภายใน 2 ปี นับจากวันที่กระทำความผิดครั้งแรก) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 - 100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และโทษจะเพิ่มมากขึ้นหากเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ อันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาเเล้วขับ และอาจเข้าข่ายมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอีกด้วย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ฝากกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับข้าราชการตำรวจทุกนายที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมฝากกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะการดื่มสุราแล้วขับขี่ เพราะเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ขอให้พี่น้อง ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจแอลกอฮอล์ ซึ่งทุกจุดตรวจมีมาตรฐานเดียวกันตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด และจะไม่มีใครสามารถแอบอ้างความช่วยเหลือเพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินคดีได้

“ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร หากมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอให้งดการขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทาง”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมดูแลประชาชนในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อาทิ โครงการฝากบ้านกับตำรวจ ซึ่งสถิติในวันแรก 10 เมษายน 2569 มีพี่น้องประชาชนไว้ใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 1,896 หลัง แบ่งเป็นลงทะเบียนที่สถานีตำรวจ 232 หลัง และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Police Care 1,637 หลัง โดยผู้เข้าร่วมโครงการสูงสุดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 465 หลัง รองลงมาคือ พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล 324 หลัง และตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 289 หลัง ทั้งนี้เพื่อสร้างตวามอุ่นใจให้ประชาชน "สงกรานต์ปลอดภัย ตำรวจดูแลคุณ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...