โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กทม.” สางปมใบส่งตัวผู้ป่วย “บัตรทอง” แนะปชช. สิทธิได้ตามเดิมจนกว่าจะหมดอายุ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2567 เวลา 11.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ ( 25 มี.ค.67) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชุมร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงประเด็นการจัดการระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งมีการปรับรูปแบบการจ่ายเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.67 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า หลังปรับการจ่ายเงินทำให้มีผลต่อการรับบริการ กรณีที่การรักษาของผู้ป่วยเกินศักยภาพคลินิก คลินิกจะออกใบส่งต่อให้ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลตามสิทธิ และหากผู้ป่วยมีใบนัดรักษาต่อเนื่องสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรับส่งต่ออนุโลมให้ใช้เข้ารักษาที่ไหนก็ได้ (OP Anywhere) ซึ่งในระยะเปลี่ยนผ่าน ประชาชน คลินิก และหน่วยบริการยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน

ทำให้ต้องหารือร่วมกันระหว่าง (กทม.) กับ (สปสช.) ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดการระบบบริการสาธารณสุขตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.67 ที่ผ่านมา อาจจะทำให้ประชาชนสับสน โดยเฉพาะเรื่องใบส่งตัวจากหน่วยปฐมภูมิไปยังโรงพยาบาลต่างๆ และมีประเด็นสงสัย อาทิ โรงพยาบาลอาจต้องการให้ทำใบส่งตัวใหม่ หรือประชาชนอาจยังไม่เข้าใจจึงมาขอทำใบส่งตัวใหม่จากทาง ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ของกทม. ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สปสช. ให้แนวทางดำเนินการว่าใบส่งตัวที่ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ถือว่าให้ใช้ได้ตามปกติจนกระทั่งหมดอายุ ซึ่ง กทม. ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามแนวทาง ส่วนคลินิกหรือโรงพยาบาลเอง ก็คงต้องเป็นแนวทางปฏิบัติที่ สปสช. จะไปเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยในอนาคต ขณะที่ เรื่องระบบส่งตัวจะมีจากคลินิกส่งตัวให้ ศบส. หรือ ศบส. ส่งตัวให้โรงพยาบาลก็จะเป็นระบบที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ สปสช. กำหนด

อีกทั้ง ตามแนวทางดังกล่าวหมายความว่าจากนี้เป็นต้นไป ต้องเริ่มจากหน่วยปฐมภูมิ คือ คลินิก หรือ ศบส. ที่ตนเองลงทะเบียนอยู่ จากนั้นการส่งต่อก็จะเป็นไปตามขั้นตอนหากคลินิกเห็นว่ารับมือไม่ไหวก็ส่งไปยัง ศบส. หรือหน่วยระดับสอง หากไม่ไหวก็ส่งต่อไปหน่วยระดับสาม คือโรงพยาบาล เป็นขั้นตอนที่มีการคัดกรองเพื่อลดภาระที่จะไปสู่โรงพยาบาลให้มากที่สุด

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ชี้แจงว่า กรณีที่หน่วยงานมีปัญหาเรื่องใบส่งตัวเดิมที่เคยส่งตัวไปยังโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว อาจจะเกิดความสับสนเข้าใจไม่ตรงกัน และต้องมีการเรียกกลับมารับใบส่งตัว ซึ่งในส่วนของสังกัดกรุงเทพมหานครทั้งหมดผู้ว่าฯ กทม. ได้มีการสั่งการว่าให้ดำเนินการจนกว่าใบส่งตัวจะหมดอายุ เชื่อว่าตรงนี้จะแก้ปัญหาไปได้เยอะ

โดยในส่วน สปสช. ก็รับปากผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยบริการที่รับส่งต่อ และจะรับนโยบายผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงนโยบายในอนาคตที่ใบส่งตัวควรใช้เป็น “ระบบอิเล็กทรอนิกส์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ทั้งนี้ สำหรับการจ่ายเงินมีความชัดเจนว่าเงินส่วนแรกที่จะจ่าย มีการเปลี่ยนเป็นลักษณะเหมาจ่ายรายหัวประชากรที่ขึ้นทะเบียนในเครือข่าย เพราะฉะนั้นเครือข่ายจะมีทั้ง ศบส. และคลินิก และมีการส่งต่อไปก็จะตามจ่ายในส่วนหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมด กำหนดครั้งละไม่เกิน 800 บาท

สุดท้ายนี้ กรณีถ้าประชาชนไม่ได้มีใบส่งตัวไปในส่วนของโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ จะมีกองทุนอีกกองหนึ่งตามไปจ่าย ซึ่งได้มีการซักซ้อมกับหน่วยบริการให้ความมั่นใจว่าในแง่กลไกการเงินมีการดูในทุกระดับ แต่ต้องเรียนว่าไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนเดินทางไปรับบริการยังโรงพยาบาลใหญ่โดยที่ไม่มีระบบอะไร เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...