โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI มอง SET สัปดาห์นี้ “ผันผวน” เซ่นสงครามตะวันออกกลาง ชูลงทุน AOT-KTB

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 02.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ (16 มิ.ย.68) คาดการณ์ว่า SET Index สัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนบริเวณ 1,100-1,140 จุด ในลักษณะ Sideway-Sideway down แม้ราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน จะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานและพยุงตลาดไว้ได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดดังกล่าวท่ามกลางความไม่แน่นอนการค้าโลกกลับกดดันบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม เช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก (DJIA -1.8%, STOXX600 -0.9%, FTSE100 -0.4%) ซึ่งอาจส่งผลให้เงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาลแทน

ขณะเดียวกัน ปัจจัยในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากประเด็นเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ส่งผลให้ต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะ 1.) สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้การประชุม JBC ระหว่างสองฝ่ายเมื่อ 14-15 มิ.ย. จะเสร็จสิ้นพร้อมมีการลงนามบันทึกการประชุมแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

2.) ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะการปรับครม. ที่ต้องจับตา เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าโครงการสำคัญของรัฐ ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยอ่อนตัว โดยเฉพาะหลังโครงการดิจิทัลวอลเล็ตถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดและยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่มาทดแทน

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์มองว่าแม้จะมีแรงกดดันด้านลบทั้งจากปัจจัยในและนอกประเทศ แต่เรามองว่าดัชนี SET มีโอกาสย่อตัวลงมาไม่ลึกมากและยังสามารถยืนเหนือ 1,100 จุดได้ เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดได้ปรับฐานลงมาค่อนข้างมากพอสมควรแล้ว ประกอบกับ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช้านี้ที่เริ่มมีแรงรีบาวด์

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน แนะนำคือ 1.) หุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งขึ้นและสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มขยายเป็นวงกว้าง ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่างสายการบิน อาจถูกดดันจากต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

2.) หุ้นกลุ่ม Defensive และ High Yield Play

3.) หุ้นที่ได้รับอานิสงค์จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาทิ หุ้นกลุ่มเดินเรือ หลังความเสี่ยงต่อเส้นทางเดินเรือโลกอย่างช่องแคบเฮอร์มุซ อาจได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น หรือ หุ้นกลุ่มยางธรรมชาติ ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ต้นทุนวัตถุดิบยางสังเคราะห์อย่างปิโตรเลียมสูงขึ้น รวมถึงเป็นการเก็งกำไรสินค้า Commodity

อีกทั้งสัปดาห์นี้ จับตาการประชุมของธนาคารกลางทั้ง BOJ (17 มิ.ย.) และ FED – BOE (19 มิ.ย.) โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC และคาดการณ์ Dot Plot ใหม่ของ Fed เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ระยะถัดไป โดยอ้างอิงจาก CME FedWatch ตลาดให้น้ำหนักว่า Fed จะยังมีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% ก่อนที่จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนก.ย.

นอกจากนี้ ติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน (20 มิ.ย.) รวมถึงรายงานตัวเลขข้อมูลเงินเฟ้ออังกฤษและยูโรโซน (18 มิ.ย.) และดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (20 มิ.ย.)

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ฝ่ายนักวิเคราะห์เชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะสะท้อนประเด็นลบไปพอสมควรแล้ว และ AOT ได้ชี้แจงว่าผลกระทบต่อรายได้จากสัมปทานอยู่ที่ราว 2.2-2.5 พันลบ. ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 4 พันลบ.

(Take profit : 31.75 / Stop loss : 28.75)

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นธนาคารที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่อาศัยในไตรมาส 1/68 โดยธนาคารเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินเชื่อบ้านแลกเงินในไตรมาส 1/68 ซึ่งผู้บริหารธนาคารฯเชื่อว่าจะช่วยให้สินเชื่อกลุ่มนี้ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ KTB เป็นหุ้น Top pick ในกลุ่มธนาคารของเราเพราะน่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงรวมทั้งมีคุณภาพสินทรัพย์ดีและงบดุลแข็งแกร่ง

(Take profit : 22.7 / Stop loss : 21.7)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...