โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WTI ปิดลบ 4 เซนต์ ตลาดจับตาความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น Alphabet, Amazon และหุ้นบลูชิปรายใหญ่อื่น ๆ หลังศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,625.97 จุด เพิ่มขึ้น 230.81 จุด หรือ +0.47%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,909.51 จุด เพิ่มขึ้น 47.62 จุด หรือ +0.69% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,886.07 จุด เพิ่มขึ้น 203.34 จุด หรือ +0.90%

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร พุ่งขึ้น 2.65% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้น 1.27%

ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้น 0.25%, ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.08% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.51%

ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง คัดค้านการกำหนดมาตรการภาษีทั่วโลกของทรัมป์ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2568 ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

ด้านทรัมป์ระบุว่า คำตัดสินดังกล่าวเป็นเรื่องน่าอับอาย และกล่าวว่าเขาจะใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 2517 เพื่อกำหนดภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการฉุกเฉินที่ถูกศาลสูงสุดยกเลิก

หุ้นบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 3.7%, หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 2.6% และหุ้น Apple เพิ่มขึ้น 1.5%

หุ้น Hasbro, Wayfair, Williams-Sonoma และ RH ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ต่างปรับตัวขึ้นระหว่าง 0.5% ถึง 2.3%

บริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกได้ยื่นฟ้องท้าทายมาตรการภาษีวงกว้างของทรัมป์ และเรียกร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปแล้ว โดยนักเศรษฐศาสตร์จาก Penn-Wharton Budget Model เตือนว่า มีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในช่วงเช้าวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 ชะลอตัวมากกว่าที่คาด ขณะที่ข้อมูลอีกชุดหนึ่งบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในเดือนธ.ค.

นักลงทุนประเมินว่า มีโอกาสมากกว่า 50% เล็กน้อยที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมิ.ย. ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME

นักลงทุนที่ยังกังวลว่ากระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวอลล์สตรีทจะยั่งยืนหรือไม่นั้น กำลังรอดูผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Nvidia ที่จะประกาศในวันพุธหน้าอย่างใกล้ชิด

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI แกว่งตัวแรง เนื่องจากตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า มูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูงนั้นเหมาะสมหรือไม่ และยังมีหลักฐานไม่มากพอว่า การทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากใน AI จะสามารถแปลงเป็นรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างชัดเจนได้จริง

อุตสาหกรรมตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงโลจิสติกส์ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลว่า เครื่องมือ AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขัน

ด้านหุ้น Akamai Technologies ร่วงลง 14% หลังบริษัทให้บริการด้านคลาวด์คอมพิวติงแห่งนี้คาดการณ์กำไรที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาสแรกต่ำกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทประเมินไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...