โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

LIFE & HEALTH : การเจาะชิ้นเนื้อเมื่อพบก้อนที่เต้านม ลดความกังวลใจ

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

ปัจจุบันนี้มะเร็งเต้านมยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในผู้หญิง กล่าวคือพบเป็นอันดับหนึ่งของโรคมะเร็งในผู้หญิง และยังคงมีอัตราเสียชีวิตสูงมาก ทั้งที่การดำเนินโรคนั้นสามารถรักษาได้อย่างหายขาดเมื่อพบในระยะแรกๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านมมักตรวจเจอในระยะท้ายๆ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่สาวๆ ทุกๆ คน ควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก พญ.แพรวพรรณ ทองทับ รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านมโรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางรายอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เจอความผิดปกติจากการตรวจคัดกรอง ด้วยการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ ส่วนอาการที่พบได้บ่อยอย่างหนึ่ง คือ การพบเจอก้อนที่เต้านม ซึ่งหากเป็นก้อนที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง จะนำไปสู่การเจาะชิ้นเนื้อเพื่อวินิจฉัยโรคในลำดับต่อไป

การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อดูว่าก้อนที่เต้านมมีหน้าตาหรือรูปร่างอย่างไร มีโอกาสที่จะเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาหรือเนื้อร้ายมากน้อยแค่ไหน โดยรังสีแพทย์จะประเมินค่าออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า BI-RADSคะแนนนี้จะบ่งบอกความน่าจะเป็นในการเป็นมะเร็ง ซึ่งมีค่าตั้งแต่ BIRADS 1 -BIRADS 5 มีความหมาย ดังนี้

l BI-RADS 1 หมายถึง ตรวจไม่พบ ความผิดปกติใดๆ แนะนำให้ตรวจคัดกรองปีละ 1 ครั้ง

l BI-RADS 2 หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่มีได้ตามปกติธรรมชาติในเต้านมเช่น หินปูนธรรมดา ซีสต์หรือถุงน้ำเต้านมก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แนะนำให้ตรวจปีละ 1 ครั้ง

l BI-RADS 3 หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่คาดว่าน่าจะปกติที่พบได้ในเต้านม (probably benign) โอกาสเป็นมะเร็ง 0-2% แนะนำตรวจซ้ำทุกๆ 6 เดือน จนครบ 2 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตราย

l BI-RADS 4A หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้2-10%

l BI-RADS 4B หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้10-50%

l BI-RADS 4C หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 50-95%

l BI-RADS 5 หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ โอกาสเป็นมะเร็ง >95%

หากตรวจคัดกรองแล้ว เจอความผิดปกติที่มีคะแนนตั้งแต่ BI-RADS 4 ถึง BI-RADS 5 แพทย์จะแนะนำให้เจาะชิ้นเนื้อเพื่อให้ทราบผลการวินิจฉัยที่แน่ชัดโดยการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อ ในวันที่เจาะไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารก่อนตรวจ แต่หากผู้ป่วยรับประทานยาในกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด มีความจำเป็นต้องแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ทราบ และจำเป็นต้องหยุดยาก่อนเจาะชิ้นเนื้อประมาณ 5-7 วัน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเลือดหยุดยากระหว่างทำหัตถการ

การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยเริ่มแรกแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณที่พบก้อนเนื้อ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในขณะฉีดยาชาเท่านั้น โดยระหว่างการเจาะชิ้นเนื้อผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่จะได้ยินเสียงของเข็มเจาะชิ้นเนื้อระหว่างการเจาะ

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีการเจาะชิ้นเนื้อในปัจจุบันที่สามารถเจาะและดูก้อนเนื้อผ่านการอัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรมทำให้การเจาะชิ้นเนื้อเป็นไปอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น แม้ว่าก้อนเนื้อนั้นจะคลำไม่ได้หรือมีขนาดที่เล็กกว่าหนึ่งเซนติเมตร นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยสูง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ในขั้นตอนการรักษาทั้งหมด โดยผู้ป่วยจะมีเพียงแผลขนาดเล็กเท่ารูเข็มที่ผิวหนังเท่านั้น หลังจากทำหัตถการเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยจะได้รับการปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ในระหว่าง 3 วัน ให้ผู้ป่วยดูแลแผลไม่ให้โดนน้ำและไม่ยกของหนัก หรือออกกำลังกายเช่น เหวี่ยงแขนแรงๆ นอกจากนั้นแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าหากมีอาการปวดสามารถทานยาพาราเซตตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้

อย่างไรก็ตาม การเจาะชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลเวชธานี การส่งตรวจผลชิ้นเนื้อด่วนจะใช้เวลาประมาณ 1 วันเท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยสบายใจไม่ต้องกังวลกับการรอผลการตรวจนาน ส่วนผลชิ้นเนื้อปกติใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ในกรณีที่ตรวจพบเซลล์มะเร็งเต้านมแพทย์จำเป็นต้องมีการประเมินระยะของมะเร็งเต้านมต่อไป ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

l ระยะ 0 ระยะเริ่มต้นของเซลล์มะเร็ง ยังไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อของเต้านม เซลล์มะเร็งระยะ 0 รักษาหายได้

l ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามถึงต่อมน้ำเหลือง

l ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร และเริ่มลุกลามไปสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ แต่ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น

l ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร ลุกลามเข้าไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แล้ว แต่ก็ยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่น

l ระยะที่ 4 มะเร็งได้แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นเรียบร้อยแล้ว

มะเร็งเต้านม เป็นชนิดของมะเร็งที่สามารถรักษาหายขาดได้ เมื่อรู้ผลเร็ว โดยเฉพาะในระยะที่มะเร็งยังไม่ลุกลามนั้น หรือระยะที่ 0 นั้น สามารถรักษาหายขาดได้เกือบ 100% ดังนั้น การใส่ใจตรวจหามะเร็งเต้านมอย่างจริงจังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งพบเร็วเท่าไร ยิ่งลดความรุนแรงของโรคและอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลงได้มากเท่านั้น สำหรับวิธีการรักษามะเร็งเต้านมที่ได้ผลดีและเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 5 วิธี ดังนี้ (1) การรักษาโดยการผ่าตัด (2) การรักษาโดยการฉายแสง (3) การรักษาโดยยาต้านฮอร์โมน (4) การรักษาโดยยาเคมีบำบัด (5) การรักษาโดยยาที่มีการออกฤทธิ์จำเพาะ

การตรวจพบว่า เป็นมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก สามารถเลือกได้ว่าจะผ่าตัดเฉพาะจุดที่เป็นมะเร็ง (ผ่าตัดแบบสงวนเต้าหรือตัดเฉพาะบางส่วน) หรือจะเลือกการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ถ้าเลือกการผ่าตัดแบบสงวนเต้าจะต้องทำควบคู่กับการฉายรังสีรักษาควบคู่ไปด้วย แต่ถ้าเลือกการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมดไม่จำเป็นต้องรับการฉายรังสีรักษาหลังรับการผ่าตัด ซึ่งทั้งสองวิธีให้ผลการรักษาที่เหมือนกันคือ ผู้ป่วยมีโอกาสจะหายจากมะเร็งได้เกือบ 100% โดยไม่ต้องให้เคมีบำบัด แต่หากพบมะเร็งเต้านมในระยะที่มากขึ้น จำเป็นจะต้องมีการเสริมการรักษาโดยวิธีการอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่นการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและฮอร์โมน เพื่อลดโอกาสในการกลับมาเป็นซ้ำ ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรคและดุลพินิจของแพทย์ ปัจจุบันมีวิธีการผ่าตัดรักษาเพื่อทำให้เต้านมกลับสู่รูปร่างเดิมหรือใกล้เคียงด้วยการเสริมซิลิโคนหรือใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นมาสร้างเป็นเต้านมใหม่ ให้คนไข้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจ มีคุณภาพ สามารถทำงานได้อย่างปกติ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...