โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พรีวิวงบ “7 แบงก์” ไตรมาส 2 โกยกำไร 5.2 หมื่นล้าน KKP โตสุด 43%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL ระบุในบทวิเคราะห์วานนี้ (1 ก.ค.68) คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารไว้ที่ “มากกว่าตลาด” แม้กำไรสุทธิรวมไตรมาส 2 ปี 2568 จะชะลอตัวอยู่ที่ระดับ 53,000 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 10% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) และกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงเป็นสำคัญ

โดยธนาคารที่แสดงการเติบโตของกำไรได้ทั้งจากปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า มีเพียงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ซึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการลดลงของขาดทุนรถยึดและการตั้งสำรองฯ ที่ลดลงตามผลของโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ส่งผลให้ซัพพลายรถยึดลดลง รองลงมาเป็น SCB เติบโต 6% จากปีก่อน จากการตั้งสำรองที่ลดลงจากฐานสูงในปีก่อน

ส่วนธนาคารขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น BBL, KBANK, KTB และ TTB มีกำไรลดลงจาก NIM ที่อ่อนตัวตามทิศทางดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่ชะลอตัว

ด้านสินเชื่อ DAOL คาดว่าสินเชื่อรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2568 จะหดตัวลง 0.8% จากปีก่อน และ 0.2% จากไตรมาสก่อนก่อน หรือ 1.2% เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปี (YTD) โดยเกิดจากการหดตัวของสินเชื่อรายใหญ่และ SME แม้จะมีการเร่งเบิกจ่ายจากภาครัฐและสินเชื่อรายย่อยยังขยายตัวในส่วนของบ้านแลกเงินและรถแลกเงิน

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ระดับ 3.18% จาก 3.17% ในไตรมาสก่อน และประเมินทั้งปี 2568 ตัวเลข NPL จะอยู่ที่ 3.20% จาก 3.05% ในปี 2567 ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ทั้งนี้ DAOL ยังคงประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารในปี 2568 ที่ 211,000 ล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าจะฟื้นตัว 3% ในปี 2569 มาอยู่ที่ 217,000 ล้านบาท โดยปัจจัยบวกคือการลดลงของการตั้งสำรองฯ และคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เหลือ 1.50% ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งได้รวมผลกระทบไว้ในประมาณการแล้ว

โดยในเชิงมูลค่า (Valuation) กลุ่มธนาคารยังถือว่าน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ระดับ PBV เฉลี่ยเพียง 0.62 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีถึง 1.25 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 7% เทียบกับตลาดหุ้นโดยรวมที่ 3%

อย่างไรก็ตาม DAOL แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นหุ้นเด่น (Top Pick) โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 25.00 บาท โดยประเมินว่าแนวโน้ม NPL และการตั้งสำรองฯ ของ KTB ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม เนื่องจากเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับภาครัฐเป็นหลัก อีกทั้งยังมีโอกาสในการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในอนาคต ขณะที่ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ระดับ PBV เพียง 0.66 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังถึง 1 SD โดยราคายังไม่สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ยืนเหนือระดับ 1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาสติดต่อกันถึง 5 ไตรมาส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...