ทรัมป์เซ็นขึ้นภาษี 10% ทั่วโลกทันที หลังศาลสูงสุดคว่ำกำแพงภาษี
วันนี้ (21 ก.พ.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ได้ลงนามเอกสารบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในอัตราร้อยละ 10% ซึ่งจะมีผลแทบจะทันที โดยใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า ปี 1974 (Trade Act of 1974) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดภาษีนำเข้าเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าขนาดใหญ่และร้ายแรง เป็นเวลา 150 วัน โดยภาษีใหม่นี้จะเริ่มมีผลวันที่ 24 ก.พ.2569
ทรัมป์ยังวิจารณ์ผู้พิพากษาศาลสูงสุด 6 คน ที่ลงมติยกเลิกกำแพงภาษีเดิม โดยระบุว่าพวกเขาควรละอายใจ และก่อนหน้านี้เคยวิจารณ์ว่าผู้พิพากษาบางคนขาดความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาติ
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 เสียง ชี้ว่ากฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าแบบกว้างขวาง จึงเพิกถอนภาษีที่ทรัมป์ตั้งภายใต้กฎหมายนี้ ซึ่งครอบคลุมภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) กับหลายประเทศ ภาษีนำเข้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก จากปัญหาผู้อพยพและยาเฟนทานิล รวมถึงภาษีจากอินเดียที่เกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันรัสเซีย
ทรัมป์ยืนยันว่าข้อตกลงการค้าส่วนใหญ่ที่เจรจาไว้แล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง และจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป เพราะสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายอื่น ๆ ได้ แม้กระบวนการอาจใช้เวลานานกว่าเดิม ปัจจุบันหลายฝ่ายจับตาความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ที่ค่อนข้างเสถียรหลังเจรจา แต่การเปลี่ยนแปลงนี้อาจกระทบข้อตกลงเดิม และอาจจุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการหารือระหว่างทรัมป์กับจีนในเดือนหน้า
ด้านรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศแคนาดา ระบุว่า ผลคำตัดสินของศาลสูงสุดชี้ให้เห็นว่ากำแพงภาษีไม่ยุติธรรม แต่ภาษีที่สร้างความเจ็บปวดให้แคนาดามากที่สุดยังคงมีผลบังคับใช้ ได้แก่ ภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมร้อยละ 25 และภาษีรถยนต์กับชิ้นส่วนร้อยละ 25 ซึ่งใช้กฎหมายอื่น แคนาดาจะยังเดินหน้าร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสให้ทั้ง 2 ประเทศ
อ่านข่าวอื่น :
เปิดคำพิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ขาด "ทรัมป์" ไม่มีอำนาจเก็บภาษี
มติ 6-3 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ คว่ำภาษีนำเข้าทั่วโลกของทรัมป์ ชี้เกินอำนาจผู้นำ