โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "ไข้หัดสุนัข" ภัยร้ายอันดับ 2 รองจากพิษสุนัขบ้า สาเหตุการตายเสือโคร่ง 72 ตัว

Thai PBS

อัพเดต 7 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เหตุการณ์การตายของเสือโคร่ง 72 ตัวในพื้นที่คุ้มเสือ จ.เชียงใหม่ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักวิชาการและสัตวแพทย์ทั่วประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อความสงสัยแรกนึกถึง "โรคไข้หวัดนก"

แต่ในที่สุดก็ถูกลบล้างด้วยผลการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการที่ระบุชัดว่า สิ่งที่คร่าชีวิตสัตว์ป่าเหล่านี้คือ Canine Distemper Virus (CDV) หรือ ไวรัสไข้หัดสุนัข ซึ่งเป็นไวรัสที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้เลี้ยงสุนัข แต่กลับส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อแพร่กระจายเข้าสู่กลุ่มสัตว์ป่าตระกูลแมวขนาดใหญ่

รู้จักฆาตกรล่องหน "ไวรัสไข้หัดสุนัข"

ไวรัสไข้หัดสุนัข อยู่ในสกุล Morbillivirus วงศ์ Paramyxoviridae ซึ่งมีความใกล้ชิดทางสายพันธุ์กับไวรัสโรคหัดในมนุษย์ ไวรัสชนิดนี้ถูกจัดว่าเป็นโรคติดต่อที่มีอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง โดยมีอัตราการตายสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาโรคติดเชื้อในสุนัขเลี้ยง รองจากโรคพิษสุนัขบ้าเท่านั้น จากข้อมูลของ Journal of Zoo and Wildlife Medicine โดย American Association of Zoo Veterinarians

แม้ชื่อจะระบุว่า "หัดสุนัข" แต่ในความเป็นจริง ไวรัส CDV มีความสามารถในการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ไปยังสัตว์กินเนื้อบนบกเกือบทุกตระกูล ไม่ว่าจะเป็นตระกูลสุนัข (Canidae) เช่น สุนัขจิ้งจอกและหมาป่า, ตระกูลแมว (Felidae) เช่น เสือและสิงโต, ตระกูลพังพอน (Mustelidae) เช่น นากและเฟอเรท, รวมถึงแรคคูนและหมี

ผลชันสูตรและภาวะแทรกซ้อนในเสือเชียงใหม่ จากรายงานของ น.สพ.ณรงค์ เลี้ยงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ พบว่าเสือที่ตายมีการติดเชื้อ CDV ร่วมกับเชื้อแบคทีเรีย Mycoplasma spp. ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่จู่โจมระบบทางเดินหายใจ การทำงานร่วมกันของเชื้อทั้ง 2 ชนิดส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบอย่างรุนแรง (Severe Pneumonia) ทำให้ร่างกายสัตว์ไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ตามปกติ และนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนี้ ข้อมูลทางวิชาการยังชี้ให้เห็นว่า เสือในระบบกรงเลี้ยงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะ "เลือดชิด" (Inbreeding) ซึ่งเป็นภาวะที่สัตว์มีการผสมพันธุ์กันเองในสายเลือดใกล้ชิด ภาวะนี้ส่งผลให้พันธุกรรมของสัตว์อ่อนแอลง และมีระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ด้อยประสิทธิภาพ ทำให้เมื่อได้รับเชื้อไวรัสเพียงเล็กน้อย สัตว์ก็จะแสดงอาการรุนแรงและตายได้อย่างรวดเร็ว

กลไกการแพร่เชื้อ

ไวรัสไข้หัดสุนัขมีความสามารถในการแพร่กระจายสูงมาก โดยวิธีหลักคือการผ่าน ละอองฝอย (Aerosolization) จากสิ่งคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอหรือจามของสัตว์ที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ และแม้แต่การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น ชามน้ำ ชามอาหาร หรือกรงที่ปนเปื้อนเชื้อ ก็สามารถเป็นพาหะนำโรคได้

สัตว์ที่หายจากโรคแล้วยังอาจสามารถแพร่เชื้อไวรัสออกมาได้นานอีกหลายสัปดาห์ ซึ่งทำให้การควบคุมโรคในกลุ่มสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมากทำได้ยากยิ่ง

จากหวัดธรรมดาสู่การทำลายระบบประสาท

อาการของโรคไข้หัดสุนัขมักแสดงออกในหลายระบบพร้อมกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้

  • ระบบทางเดินหายใจ สัตว์จะมีไข้สูง (39.5-41 องศาเซลเซียส) มีอาการซึม เบื่ออาหาร จาม ไอ และมีน้ำมูกน้ำตาไหลเป็นหนอง
  • ระบบทางเดินอาหาร พบอาการอาเจียน ท้องเสียรุนแรง (บางครั้งมีเลือดปน) และภาวะขาดน้ำอย่างหนัก
  • ระบบประสาท นี่คือระยะที่รุนแรงและมักนำไปสู่ความตาย สัตว์อาจมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก, ชัก, เดินเซ, มีพฤติกรรมสับสน หรือเป็นอัมพาต
  • อาการทางผิวหนัง ในสุนัขและสัตว์บางชนิด จะพบผิวหนังบริเวณจมูกและฝ่าเท้าหนาตัวและแข็งผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า "Hard pad disease" อย่างไรก็ตาม ในการระบาดในสัตว์ตระกูลแมวใหญ่บางครั้งอาจไม่พบอาการทางผิวหนังชัดเจนเท่าในสุนัข

ความท้าทายในการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลจาก American Kennel Club Canine Health Foundation การวินิจฉัยโรค CDV ในระยะแรกทำได้ยากเพราะอาการอาจคล้ายกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่สุนัข สัตวแพทย์ต้องใช้การตรวจเลือดเพื่อหาค่าภูมิคุ้มกัน และการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี PCR จากตัวอย่างเยื่อบุตาหรือน้ำลายเพื่อความแม่นยำ

ในด้านการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาใดที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส CDV ได้โดยตรง การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อคุมเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการใช้ยาควบคุมอาการชัก แต่หากสัตว์แสดงอาการทางระบบประสาทแล้ว โอกาสในการรอดชีวิตจะต่ำมากและอาจเกิดความพิการถาวร

แนวทางการป้องกัน "วัคซีน "คือคำตอบเดียว

ความสูญเสียที่เชียงใหม่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์ตั้งแต่อายุยังน้อย สำหรับสุนัขเลี้ยง วัคซีนรวม DHPP คือมาตรฐานพื้นฐานที่ต้องได้รับตามตารางที่สัตวแพทย์กำหนด

ในขณะที่การจัดการสัตว์ป่าในกรงเลี้ยง จำเป็นต้องมีการควบคุมสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด การจำกัดการสัมผัสระหว่างสัตว์เลี้ยงกับสัตว์ป่า และการพิจารณาใช้โภชนาการที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ การทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปก็สามารถช่วยได้ เนื่องจากไวรัส CDV มีเปลือกหุ้มที่เป็นลิโปโปรตีน ซึ่งถูกทำลายได้ง่ายด้วยสารฆ่าเชื้อ ความร้อน และแสง UV

เหตุการณ์เสือโคร่งตาย 72 ตัวนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ข่าวเศร้า แต่คือบทเรียนสำคัญในการจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมและการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ เพื่อปกป้องสัตว์อนุรักษ์ไม่ให้ต้องเผชิญกับภัยเงียบที่ร้ายแรงเช่นนี้อีกในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

ส่องสมการรัฐบาลอนุทิน "กล้าธรรม" เสริมแกร่งหรือส่วนเกิน ?

โคราชพบผู้เสียชีวิต "โรคพิษสุนัขบ้า"คนแรกของปี สสจ.เฝ้าระวัง-คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง

"มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี" ขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สตง.ปล่อย MV "ปณิธานคนตรวจเงิน" คำร้องโดย ผู้ว่าฯมณเฑียร เจริญผล

31 นาทีที่แล้ว

เขตคันนายาว เตรียมสถานที่พร้อมเลือกตั้ง-ประชามติใหม่ 22 ก.พ.นี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...