โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “อาโอโมริ” ที่ไม่ไปไม่ได้!

conomi

อัพเดต 21 มี.ค. 2567 เวลา 18.14 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

วันนี้ conomi พาเพื่อน ๆ มาเที่ยวจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู ภูมิภาคโทโฮคุ นั่นก็คือ จังหวัดอาโอโมรินั่นเองค่ะ! พูดถึงจังหวัดอาโอโมริก็ต้องนึกถึงแอปเปิ้ล และเทศกาลยักษ์ใหญ่อย่างเทศกาลเนบุตะ มัตสึริ รวมถึงภูเขาชิราคามิ แหล่งมรดกโลกที่มีต้นบีชที่ใหญ่ที่สุดในโลก และโอบล้อมไปด้วยป่าเขามากมาย เพื่อน ๆ คนไหนมีใจรักธรรมชาติล่ะก็ อาโอโมริคือทางเลือกที่ดีที่สุด มีที่ไหนให้เที่ยวกันบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ!

1. ปราสาทฮิโรซากิ

ปราสาทฮิโรซากิ

ปราสาทฮิโรซากิแต่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลซึการุ เป็น 1 ใน 7 ปราสาทที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ตัวปราสาทประกอบไปด้วย ประตูปราสาท คูปราสาท และป้อมตามมุมปราสาท ภายในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณ เช่น ชุดเกราะซามูไร

แม้ปัจจุบันตัวปราสาทจะมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่ก็ได้รับการบูรณะบริเวณฐานปราสาทขึ้นมาใหม่ และที่น่าทึ่งคือวิธีการบูรณะที่ใช้การยกตัวปราสาทออกจากฐานไปตั้งบริเวณข้าง ๆ โดยไม่ได้รื้อถอน ถือเป็นภาพที่แปลกตามากสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อน ๆ ลองนึกภาพปราสาทที่เหลือแต่ฐาน แต่ตัวปราสาทกลับวางอยู่ข้าง ๆ ดูสิคะ ซึ่งวิธีการบูรณะแบบนี้มีแค่ปราสาทฮิโรซากิเท่านั้น และปัจจุบันปราสาทแห่งนี้กลายเป็นสวนสาธารณะฮิโรซากิที่เต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 2,500 ต้น อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ ยังมีเรือเช่าให้พายชมวิว หรือพื้นที่สำหรับนั่งปิกนิก ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาเยอะแยะเลยล่ะค่ะ ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมดอกซากุระที่ดีสุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นนั่นเอง

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城)

ที่อยู่ 1 Shimoshiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8356, Japan เวลาทำการ 09.00-17.00 น.

*ปิดทำการวันที่ 24 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 310 เยน
เด็ก 100 เยน เว็บไซต์เพิ่มเติม hirosaki-kanko วิธีเดินทาง จากสถานี JR Hirosaki นั่งรถบัส Dotemachi Roop Bus บริเวณหน้าสถานี ลงที่ป้าย Shiyakusho mae

2. พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านเนบูตะ

この投稿をInstagramで見る

ねぶたの家ワ・ラッセ(@nebuta_warasse)がシェアした投稿

เมื่อพูดถึงจังหวัดอาโอโมริ ไม่มีใครไม่รู้จักเทศกาลเนบูตะมัตสึริ หรือเทศกาลแห่โคมไฟอันยิ่งใหญ่ ที่จัดขึ้นในเมืองโอมินาโตะ จังหวัดอาโอโมริ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี เหล่าโคมไฟรูปร่างต่าง ๆ เช่น ซามูไร เทพเจ้า ปีศาจ หรือแม้กระทั่งสัตว์น่ารัก ๆ จะถูกดึงขึ้นให้ลอยบนท้องฟ้าสูงกว่า 10 ฟุต และเมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์นี้ เพื่อน ๆ จะสะดุดตากับตัวอาคารที่ถูกตกแต่งด้วยแผ่นโลหะสีแดง ส่วนภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทศกาลเนบูตะมัตสึริ ที่สามารถเดินชมภาพถ่ายของเทศกาลในแต่ละปี รวมถึงเหล่าโคมไฟสีแดงอันโดดเด่นรูปปลาทองสีแดง ที่มีตั้งแต่ขนาดใหญ่เท่าของจริงไปจนถึงขนาดจำลองที่ย่อส่วนมาอีกที ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้เลยละค่ะ นอกจากนี้เราจะได้เห็นเกี้ยวที่ใช้ในขบวนพาเหรดอีกด้วย เป็นงานประณีตที่สวยงามสุด ๆ ไปเลย ในช่วงวันหยุดยังสามารถเข้าชมการแสดงเต้นรำ ประกอบกับดนตรีพื้นบ้านที่หาชมได้แค่ที่นี่อีกด้วยนะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านเนบูตะ (ねぶたの家)

ที่อยู่ 1 Chome-1-1 Yasukata, Aomori, 030-0803, Japan เวลาทำการ 09.00-19.00 น.

*ปิดทำการในช่วงวันหยุดสิ้นปีและวันที่ 9-10 สิงหาคม (ช่วงเทศกาลเนบูตะมัตสึริ)

ค่าเข้าชม คนละ 600 เยน เว็บไซต์เพิ่มเติม nebuta วิธีเดินทาง จากสถานีรถไฟ JR Aomori Station ไปทางทิศเหนือประมาณ 5 นาที

3. ศูนย์ศิลปะโทวาดะ

ศูนย์ศิลปะโทวาดะ

ภายในศูนย์ศิลปะโทวาดะมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับงานศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก เปรียบเสมือนการจำลองเมืองเมืองหนึ่งผ่านตัวอาคารที่ใช้เป็นห้องแสดงผลงาน และเมื่อเข้าไปข้างในเพื่อน ๆ จะสามารถเห็นถึงโครงสร้างที่แตกต่างระหว่างอาคารแต่ละหลัง ซึ่งสามารถเดินถึงกันได้ด้วยทางเดินกระจก ส่วนภายนอกตัวอาคารประติมากรรมที่โดดเด่นสะดุดตาคงไม่พ้นเจ้าม้าที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองนั่นเองค่ะ และสำหรับอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลย คือการตกแต่งไฟยามค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป ทั่วทุกอาหารและประติมากรรมต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งจะสะท้อนแสงออกมานั่นเอง

ใครสนใจที่นี่แล้วต้องการรีวิวอย่างละเอียดสามารถตามไปอ่านได้บทความ ปล่อยใจไปกับศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ Towada Art Center จังหวัดอาโอโมริ ได้เลยนะคะ

ศูนย์ศิลปะโทวาดะ (十和田市現代美術館)

ที่อยู่ 10-9 Nishi2bancho, Towada, Aomori 034-0082, Japan เวลาทำการ 09.00-17.00 น.

*ปิดทำการทุกวันจันทร์และช่วงวันหยุดสิ้นปี

ค่าเข้าชม คนละ 510 เยน

*หากวันไหนมีนิทรรศการพิเศษสามารถซื้อตั๋วชมรวมกันได้เลย ในราคา 1,000 เยน

เว็บไซต์เพิ่มเติม owadaartcenter วิธีเดินทาง นั่งรถบัสที่วิ่งระหว่าง Shinchinohe Towada Station และ Towada City ลงที่ป้าย Towada shi Chuo หลังจากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

4. แหล่งโบราณคดีซานนาอิ มารุยาม่า

แหล่งโบราณคดีซานนาอิ มารุยาม่า

พื้นที่ทางโบราณคดีซานนาอิ มารุยาม่า เป็นพื้นที่ทางโบราณคดีที่อุดมสมบูรณ์และใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณนี้นักโบราณคดีค้นพบซากหลังคา บ้านเรือนในสมัยโจมง หรือ 10,000-2,000 ปีที่ผ่านมา และยังมีอีกหลายบริเวณที่ยังต้องสำรวจอยู่

ข้าง ๆ โบราณคดีแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์โจมง จิยุคัง ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่ถูกขุดพบบริเวณพื้นที่แห่งนี้ พร้อมประวัติศาสตร์สมัยโจมง เกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตของชาวบ้านในสมัยนั้น รวมถึงบ้านเรือนที่ถูกค้นพบด้วย นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถลองใส่เสื้อผ้าย้อนยุค พร้อมลองใช้สิ่งประดิษฐ์ที่เคยเป็นเครื่องมือของคนในสมัยนั้น และลองชิมอาหารท้องถิ่นได้อีกด้วย ไม่แน่ว่าที่นี่อาจได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศญี่ปุ่นอีกแหล่งหนึ่งก็ได้

แหล่งโบราณคดีซานนาอิ มารุยาม่า (三内丸山遺跡)

ที่อยู่ Maruyama-305 Sannai, Aomori, 038-0031, Japan เวลาทำการ 09.00-17.00 น.

*ปิดทำการในช่วงวันหยุดสิ้นปี

ค่าเข้าชม เข้าชมได้ฟรี เว็บไซต์เพิ่มเติม annaimaruyama วิธีเดินทาง ขึ้นรถบัสจาก Aomori Station ลงที่ป้าย Sannai Maruyama Isekimae ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

5. เกาะคาบุชิมะ

เกาะคาบุชิมะ

เกาะคาบุชิมะ หรือเกาะนกนางนวล เนื่องจากเกาะแห่งนี้กลายเป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของเหล่านกนางนวลหางดำ หรือ อุมิเนะโกะ ทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติอีกด้วย และไม่ว่าจะแดดออก ฝนตก ลมพัดแรง เพื่อน ๆ ก็ควรใส่หมวกหรือพกร่มมาด้วยนะคะ เพราะที่นี่มีนกนางนวลมากกว่า 40,000 ตัว ที่พร้อมจะปล่อยอุนจิลงบนหัวเราเมื่อไรก็ได้

และสำหรับใครที่ต้องการมาชมนกนางนวลหางดำที่นี่ ต้องมาในช่วงเดือนมีนาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่เหล่านกนางนวลออกมาจับสัตว์ทะเลกินที่เกาะนี้ และจะบินจากไปในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะฉะนั้นหากใครตั้งใจจะมาดูนกนางนวลโดยเฉพาะล่ะก็ต้องวางแผนให้ดีๆ นะคะ ไม่งั้นมาแล้วไม่เจอเสียเที่ยวแย่เลย

เกาะคาบุชิมะ (蕪嶋神社)

ที่อยู่ Same-56-2 Samemachi, Hachinohe, Aomori 031-0841, Japan เวลาทำการ เข้าชมได้ตลอด ค่าเข้าชม เข้าชมได้ฟรี เว็บไซต์เพิ่มเติม kabushimajinja วิธีเดินทาง เดินจาก JR Hachinohe Line ใช้เวลาประมาณ 13 นาที

6. ภูเขาโอโซเรซัง

ภูเขาโอโซเรซัง

ว่ากันว่าที่นี่เป็นที่เชื่อมต่อระหว่างโลกหนึ่งกับอีกโลกหนึ่ง เพราะบรรยากาศของกลิ่นซัลเฟอร์ที่อบอวลอยู่ในอากาศ ประกอบกับสองข้างทางที่มีพระพุทธรูปเรียงราย และกังหันอันน้อยหมุนติ้ว ๆ รวมถึงคำกล่าวขานที่ว่าที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมดวงวิญญาณ เพราะพื้นที่บางส่วนของยังคงมีกลุ่มควันแก๊สจากภูเขาไฟ กลิ่นกำมะถันและ น้ำพุร้อนไหลออกมา ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงมักถูกเรียกว่า จิโกกุ ที่แปลว่า นรก

บริเวณนี้ยังมีศาลเจ้าของเทพเจ้าอิตะโกะ ที่เชื่อว่าสามารถสื่อสารกับเหล่าคนตายได้ ทำให้แถวนั้นมีของไหว้ผู้ตายวางอยู่ข้าง ๆ ด้วย ดังนั้นไม่แปลกเลยหากเพื่อน ๆ รู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ยิ่งถ้าเดินลึกเข้าไปจะพบสะพานโค้งสีแดงที่ข้ามผ่านระหว่างแม่น้ำแซนซู ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้แหละค่ะที่เชื่อมต่อระหว่างโลกหนึ่งกับอีกโลกหนึ่งไว้

ที่นี่ยังมีเส้นทางไว้เดินสำรวจป่าได้ด้วย บริเวณนั้นก็จะมีน้ำพุร้อนอยู่ถึง 4 แห่ง ใครเดินป่ามาเหนื่อย ๆ ก็มาพักแช่ตัวสบาย ๆ ที่น้ำพุร้อนได้ เพราะน้ำพุที่นั้นมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหารด้วยนะ หรือหากใครมีโอกาสมาช่วงวันที่ 20-24 กรกฏาคม ซึ่งตรงกับเทศกาล Osore-zan มีการแสดงที่ศาลเจ้าอิตะโกะ รวมถึงผู้คนมากมายที่หลั่งไหลกันเข้ามาสักการะบรรพบุรุษของตน

กิจกรรมเยอะแบบนี้ใครกำลังวางแพลนเที่ยวภูเขาโอโซเรซังคงมีหัวหมุนกันทีเดียว เราเลยมี model course แนะนำมาให้ที่บทความ เอาใจสายมู! แนะนำคอร์สเที่ยวพาวเวอร์สปอตภูเขาโอโซเระซัน จังหวัดอาโอโมริ ไปตามเก็บกันได้เลยนะคะ

ภูเขาโอโซเรซัง (恐山)

ที่อยู่ Ohata, Mutsu, Aomori 039-4401, Japan เวลาทำการ เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม 06:00-17:00
(อาจเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล) ค่าเข้าชม – ผู้ใหญ่ 500 เยน
– เด็ก 200 เยน
(หมู่คณะ 20 คนขึ้นไป ผู้ใหญ่ 400 เยน) เว็บไซต์เพิ่มเติม mutsu-kanko วิธีเดินทาง นั่งรถบัสจากสถานี JR Shimokita แล้วต่อรถบัสจาก Shimokita ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

7. ภูเขาฮักโกดะ

สำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นขุนเขา ป่าไม้ ลำธาร ทะเลสาบ ภูเขาฮักโกดะ คือที่ ๆ คุณตามหาค่ะ เนื่องจากภูเขาแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือสุดของจังหวัดอาโอโมริ เรื่องความสวยงามของทิวทัศน์คงไม่ต้องพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ร่วง ที่ต้นไม้ผลัดกันเปลี่ยนสีให้นักท่องเที่ยวได้เพลินเพลิน ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิที่นี่ก็เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดนิยม เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพหรือวาดรูปธรรมชาติ

ในฤดูหนาวที่นี่จะถูกหิมะปกหลุมจนเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน รวมถึงต้นไม้ที่ถูกแช่แข็งจนกลายเป็น Snow Monster หรือ ปีศาจหิมะตามรูปร่างที่เปลี่ยนไป แถมยังเป็นลานสกีที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีออนเซ็นซูกายุ ที่สามารถจุคนได้เป็นจำนวนมากให้เพื่อนๆ ได้ผ่อนคลายกันด้วย หากใครไม่อยากเดินที่นี่ก็มีบริการกระเช้าให้นั่งขึ้นไปบนยอดเขา สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศาเลยละค่ะ

ภูเขาฮักโกดะ (八甲田山)

ที่อยู่ Fukazawa Komagome, Aomori, 030-0955, Japan เวลาทำการ 09.00-16.20 น.

*กลางเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ปิดให้บริการ 15.40 น.

ค่าเข้าชม ค่าขึ้นกระเช้าขึ้นภูเขาฮักโกดะ

– เที่ยวเดียว 1,180 เยน
– ไปกลับ 1,850 เยน

เว็บไซต์เพิ่มเติม hakkoda-ropeway วิธีเดินทาง นั่งรถบัส JR Bus จาก Aomori Station หรือ Shin Aomori Station ไปยังทะเลสาบโทวาดะ ลงที่สถานีกระเช้าภูเขาฮักโกดะ หรือป้ายอื่นๆ ที่อยู่บริเวณเดียวกับภูเขา

8. ลำธารโออิราเสะ

ลำธารโออิราเสะ

ลำธารโออิราเสะที่ยาวกว่า 14 กิโลเมตรนี้ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไท เห็นแค่รูปก็อยากไปแล้วใช่ไหมล่ะคะ เพราะลำธารโออิราเสะแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยนะ โดยเฉพาะช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วง เหล่าใบไม้ที่เคยเขียวชอุ่ม จะพากันเปลี่ยนเป็นสีส้ม สีแดง ทำให้บรรยากาศบริเวณลำธารแห่งนี้สวยงามสุด ๆ ไปเลยค่ะ

เนื่องจากลำธารโออิราเซะไหลมาจากทะเลสาบโทวาดะ เพื่อน ๆ จึงสามารถเดินสำรวจป่าเลียบลำธารจากเมืองเนโนคูจิ ไปยังเมืองยาซูมิยะได้เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ไปกลับประมาณ 5 ชั่วโมง หรือใครอยากใช้บริการรถบัสรับส่งก็มีแวะจอดริมทางให้ได้ลงไปชมวิวบริเวณนั้นเช่นกัน อีกทั้งยังสามารถชมน้ำตกที่ไหลออกมาจากผนังของหุบเขาได้ด้วยนะ นับว่าเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ดีที่สุดในการชมทะเลสาบโทวาดะเลยค่ะ

8. ลำธารโออิราเสะ (奥入瀬渓流)

ที่อยู่ 60 Okuse, Towada, Aomori 034-0301, Japan เวลาทำการ เปิดตลอดเวลา ค่าเข้าชม ไม่มี เว็บไซต์เพิ่มเติม towadako วิธีเดินทาง นั่งรถบัส JR Bus Tohoku ที่ชานชาลา H16 จากสถานี JR Hachinohe ทางออกตะวันตก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที

9. ตลาดปลาฟุรุกาวะ

ตลาดปลาฟุรุกาวะ

ตลาดปลาขนาดใหญ่ของจังหวัดอาโอโมริ สองข้างทางของตลาดแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยแผงลอยจากสินค้าที่ส่งตรงมาจากทะเล เพื่อนๆ สามารถชิมอาหารทะเล เช่นปลาสด หรืออาหารท้องถิ่น ผักและผลไม้ตามฤดูกาล จะว่าไปแล้วขึ้นชื่อว่าตลาดปลาแต่กลับโด่งดังเรื่องอาหารการกิน ทั้งๆ ที่ภาพตลาดปลาแว๊บแรกคือเหมือนตลาดสดขายปลาอะไรทำนองนี้ ทว่าที่นี่มีการเปิดให้เป็นตลาดปลาที่คล้ายโรงอาหาร คือ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทานอาหารทะเลสดๆ ได้ไม่จำกัด เรียกว่าการกินแบบ Nokkedon ส่วนอาหารที่มีจัดเตรียมไว้แล้วจะเรียกว่า Donburi คือการนำอาหารมาโปะลงบนข้าวพูน ๆ สำหรับที่นี่เมนูยอดนิยมคงหนีไม่พ้นซาชิมิ ที่ทั้งอร่อยและราคาไม่แพงอย่างที่คิด!

Donburi 

สำหรับวิธีทาน Nokkedon หรือ Donburi เพื่อน ๆ ต้องซื้อตั๋วสำหรับถ้วยข้าวก่อน ซึ่งจะแบ่งเป็น แบบ 5 ใบ 540 เยน และแบบ 10 ใบ 1,080 เยน หลังจากนั้นจึงสามารถเดินเลือกหาอาหารได้ตามใจชอบ แล้วนั่งทานที่โต๊ะได้เลย บนโต๊ะก็มีเครื่องปรุงให้พร้อมแล้วด้วย เรียกได้ว่าบริการทุกอย่างจริง ๆ สมกับเป็นโรงอาหารแห่งอาโอโมริตามคำร่ำลือจริง ๆ ค่ะ

ตลาดปลาฟุรุกาวะ (古川市場 のっけ丼 青森魚菜センター)

ที่อยู่ 1 Chome-11-16 Furukawa, Aomori, 030-0862, Japan เวลาทำการ เปิดทำการทุกวัน เวลา 7.00 – 17.00 น.

*ปิดให้บริการทุกวันอังคาร

เว็บไซต์เพิ่มเติม aomori-ichiba วิธีเดินทาง จากสถานีรถไฟอาโอโมริมาทางตะวันออกเฉียงใต้ เพียง 5 นาที

10. Hotel Apple Land Aomori

この投稿をInstagramで見る

津軽のお宿 南田温泉ホテルアップルランド(@hotelappleland)がシェアした投稿

หากมาถึงจังหวัดอาโอโมริแล้ว ไม่รู้จะพักที่ไหน โดยเฉพาะคนที่ชอบทานแอปเปิ้ลยิ่งห้ามพลาด เราขอแนะนำโรงแรม Hotel Apple Land เมืองสึงารุเลยค่ะ! เนื่องจากแอปเปิ้ล เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดอาโอโมริ เจ้าของโรงแรมจึงปิ๊งไอเดียแปลก ๆ ขึ้น ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถมาสัมผัสได้แค่ที่นี่เท่านั้น หากได้มาพักที่นี่แน่นอนว่าต้องได้แช่ออนเซ็นที่บ่อซึการุมินามิดะ โดยมีลูกแอปเปิ้ลลอยตุ๊บป่องอยู่เต็มไปหมด พร้อมน้ำร้อนที่ไหลมาจากถ่านไม้ไผ่เผา ที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้คงความสดชื่นเอาไว้ และด้วยความที่บ่อแห่งนี้เป็นบ่อแบบเปิด ระหว่างแช่ตัวในน้ำเพื่อน ๆ สามารถสูดกลิ่นสายลม และชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ ไปพลาง ๆ ได้ นอกจากนี้จากบริเวณห้องพักยังสามารถมองเห็นวิวของภูเขาอิวากิ และ เทือกเขาชิราคามิได้ด้วย แถมยังได้ลองทานอาหารท้องถิ่นอย่าง Noresore Don ที่ทางโรงแรมจะเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าสำหรับแขกที่เข้ามาพักในโรงแรม รวมถึงอาหารอื่นๆ ที่ใช้แอปเปิ้ลเป็นวัตถุดิบหลัก สมกับเป็น Apple Land จริง ๆ ค่ะ

Hotel Apple Land Aomori (青森 南田温泉)

ที่อยู่ Minamita-166-3 Machii, Hirakawa, Aomori 036-0111, Japan เวลาทำการ ควรเข้าเช็คอินเวลา 15.00 – 22.00 น. และเช็คเอาท์เวลา 6.00 – 10.00 น. เว็บไซต์เพิ่มเติม apple-land ราคาห้องพัก ขึ้นอยู่กับห้องพักที่เลือก

*สามารถจองและเลือกห้องพักผ่านเว็บไซต์ตัวแทนจองที่พักออนไลน์ได้

วิธีเดินทาง เดินทางจากสถานี Hirosaki โดยขึ้นรถไฟ JR สาย Ou Line แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย Konan Line มาลงที่สถานี Hiraga หลังจากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้า มาเที่ยวอาโอโมริกัน!

จังหวัดอาโอโมริเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ยังหลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้เราได้เห็นกัน ออกไปกอดเขา กอดทะเลแล้ว อย่าลืมกอดตัวเองกันด้วยนะ เพราะสภาพอากาศที่อาโอโมริหนาวถึงขั้นติดลบเลยก็มี เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดติดกับฮอกไกโด ดังนั้นเพื่อน ๆ อย่าลืมเช็คสภาพอากาศ และเตรียมเสื้อผ้ามาให้เหมาะสมก่อนมาเที่ยวด้วยนะคะ

ผู้เขียน: baiosfalim

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...