โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผอ.โรงเรียนสาวแค้นแจ้งความ'คุณนาย ขรก.'หมิ่นประมาทใส่ร้ายเป็นกิ๊กสามี

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ต.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ผอ.โรงเรียนสาววัย 42 ปีพร้อมนิติกรประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 และเพื่อนผู้บริหาร หอบเอกสารเดินสายแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมเอาผิดกับผู้หญิงรายหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็น "คุณนาย" ของข้าราชการระดับสูง กล่าวหามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทั้งแชทข้อความด้วยถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี ทำให้ได้รับความอับอายทั้งที่ไม่เป็นความจริง ลั่นเอาผิดให้ถึงที่สุด

วันที่ 6 ต.ค.65 ที่ สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นางสาวสุจิตรา อายุ 42 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาคู พร้อมด้วย ดร.อาทิตยา บริพันธ์ นิติกร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 และเพื่อนผู้บริหาร 3 คนนำเอกสารที่เป็นข้อความการแชททางไลน์เข้าขอคำปรึกษาด้านคดีความและแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.หญิง กาญจนา ถาวรฟัง รอง ผกก.สภ.เขาวง เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นคุณนาย หรือภรรยาข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งใน อ.นาคูในข้อหาหมิ่นประมาท และข่มขู่ทำให้ได้รับความหวาดกลัว

โดยก่อนหน้านี้นางสาวสุจิตรา พร้อมด้วย ดร.อาทิตยา บริพันธ์ นิติกร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 และเพื่อนผู้บริหารโรงเรียน ได้เดินทางไปปรึกษาด้านคดีความที่ สภ.นาคู ก่อนที่จะเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมที่ สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี พ.ต.อ.กันตพัฒน์ ภาคธรรม ผกก.สภ.เขาวงและพนักงานสอบสวน ให้คำปรึกษาและรับแจ้งความ

นางสาวสุจิตรา กล่าวว่า สาเหตุที่ตนพร้อมด้วยนิติกรเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้ เนื่องจากถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นภรรยาผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งใน อ.นาคู หมิ่นประมาทและข่มขู่ทางแชทไลน์ ทั้งที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่เป็นความจริง ซึ่งตนได้เก็บหลักฐานการแชทและเอกสารประกอบอื่นๆ ไว้หมดแล้ว โดยเหตุการณ์เริ่มจากวันที่ 30 ก.ย.65 ที่ผ่านมา ซึ่งสมาคมครูและบุคลากรทางการศึกษา อ.นาคู ได้จัดงานเลี้ยงเกษียณที่โรงเรียนบ้านนาคูพัฒนา "กรป.กลางอุปถัมภ์" ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานจึงไปร่วมงานด้วย พอเลิกงานและกลับมาถึงบ้านหลังเวลา 21.00 น.ก็มีแชทจากผู้หญิงคนหนึ่งทักเข้ามาอ้างว่าได้ไอดีจากคนอื่นจึงทักมาเพื่อพุดคุยเรื่องที่ตนมีความสัมพันธ์กับสามีของเขา ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงใน อ.นาคู และขอให้หยุดการกระทำนั้นเสีย

นางสาวสุจิตรา กล่าวอีกว่า การแชทด้วยข้อความของผู้หญิงรายดังกล่าวทำให้ตนรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีของผู้หญิงคนดังกล่าว ทั้งที่ไม่เป็นความจริงเลย จู่ๆ ก็ทักมากล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง เพราะตนกับผู้หญิงคนนี้รวมทั้งสามีของเขา ตนไม่รู้จักมักคุ้น เคยเห็นออกงานเพียงครั้ง 2 ครั้งเท่านั้น ตนพยายามอธิบายหลายครั้ง แต่ผู้หญิงคนดังกล่าวยังแชทมาต่อว่าตนอีกหลายครั้ง ถ้อยคำหลายแชทบ่งบอกถึงการดูหมิ่น เหยียดหยาม หยาบคาย รวมทั้งเข้าข่ายข่มขู่ จะใช้สิทธิ์คุณนายเข้าไปหาที่โรงเรียน ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว ไม่มีสมาธิในการทำงานและรู้สึกเสื่อมเสียเกียรติอย่างแรง เนื่องจากทราบว่าผู้หญิงคนนี้ ยังมีการแชทไปถึงคนอื่นอีกด้วย ทำให้สังคมมองว่าตนเป็นคนไม่ดี คนรู้ทั้งอำเภอ ทำให้ผู้ได้รับแชทเข้าใจผิด กระทบถึงจิตใจแม่ที่สูงอายุและคนในครอบครัว คิดว่าตนประพฤติตนเสื่อมเสีย เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรี จึงได้มาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้หญิงคนนั้นให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นหรือคุณนายคนคนดังกล่าวที่ตนมาแจ้งความเป็นตัวจริง เสียงจริง ยืนยันจากภาพโปรไฟล์และเคยเห็นตัวจริงทั้งภาพนิ่งและคลิปโดยมีภาพสามีของผู้หญิงคนนี้ประกบคู่ด้วย จึงยืนยันว่าเป็นตัวจริง ไม่ใช่คนอื่นแอบอ้างแน่นอน

ขณะที่ ดร.อาทิตยา บริพันธ์ นิติกร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ดูแลด้านกฎหมายและคดีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ทั้ง 7 อำเภอ อย่างไรก็ตาม กรณีของนางสาวสุจิตราดังกล่าว หลังจากได้รับเรื่องแล้วได้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชา รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ในสายงานผู้บังคับบัญชาของสามีผู้หญิงคนดังกล่าวอีกหลายท่าน ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความในครั้งนี้ สำหรับหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้หญิงคนดังกล่าวได้ ในข้อหาหมิ่นประมาท และข่มขู่ให้ได้รับความเกรงกลัว

ด้าน พ.ต.อ.กันตพัฒน์ ภาคธรรม ผกก.สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งลงมารับเรื่องด้วยตนเองพร้อมพนักงานสอบสวน กล่าวว่า หลังรับแจ้งความแล้วจะรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำให้เร็วที่สุด หรือให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...