พาไปหลงเสน่ห์อาคิตะ จังหวัดที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมมาบรรจบกันอย่างสวยงาม
ถ้าเอ่ยถึงชื่อ จังหวัดอาคิตะ หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงน้องหมาแสนรู้น่ารักที่มีต้นกำเนิดที่จังหวัดอาคิตะ แต่นอกจากน้องหมาแล้ว จังหวัดอาคิตะยังมีธรรมชาติที่สวยงามมากมายอย่างหุบเขาดาคิกาเอริ และคาคุโนะดาเตะหมู่บ้านซามูไรที่ไม่ว่าจะไปเยือนฤดูไหนก็สวยงดงามเสมอ
และเรายังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารจากเมนูท้องถิ่นเลื่องชื่ออย่าง “คิริทัมโปะ” และ “ไก่บ้านฮิไนจิโดริ” ที่ถ้ามาเยือนอาคิตะแล้วต้องหาชิมให้ได้ รวมถึงมาเงะวัปปะสินค้าท้องถิ่นอันทรงคุณค่าทำจากต้นซีดาร์อาคิตะ ที่ว่ากันว่าเป็นไม้เนื้อหอมที่ดีที่สุด ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมแล้วก็ไปอ่านบทความกันต่อได้เลยค่ะ
ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่หมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ
วันต่อมาพวกเราไปเที่ยวกันต่อที่ถนนหมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะ (角館武家屋敷通, Kakunodate Bukeyashiki Dоri) หรือบางคนก็เรียกว่าลิตเติ้ลเกียวโต (Little Kyoto) นอกจากที่นี่จะมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระแล้ว ใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นอีกช่วงที่มีสีสันไม่แพ้กัน ..พิกัดนี้แนะนำว่าต้องปักหมุดเลยค่ะ
ตลอดเส้นถนนบุเคะยาชิกิ (Bukeyashiki Street) ของหมู่บ้านซามูไรคาคุโนะดาเตะนั้นมีเป็นย่านหมู่บ้านซามูไรอายุหลายร้อยปีที่ได้รับการอนุรักษ์และยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ด้านข้างถนนจะเต็มไปด้วยต้นซากุระที่เป็นสายพันธุ์มาจากเกียวโต ต้นเมเปิ้ล ต้นแปะก๊วย และต้นสนที่แต่ละต้นอายุหลักร้อยปีขึ้นไป บรรยากาศและสไตล์ที่มีกลิ่นอายคล้ายกับเกียวโตทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็นลิตเติ้ลเกียวโตแห่งโทโฮคุนั่นเองค่ะ
ด้านถนน 2 ข้างทางก็ยังคงหลงเหลือบ้านซามูไรให้เราได้ชมกันด้วยค่ะ บ้านซามูไรบางหลังยังมีลูกหลานเชื้อสายซามูไรอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน บนถนนเส้นนี้จะมีบ้านซามูไรจำนวน 6 หลังที่เปิดให้เข้าชม มีทั้งเข้าชมฟรี และที่มีค่าเข้า ภายในบ้านแต่ละหลังก็จะมีการจัดแสดงวิถีชีวิตของซามูไรในสมัยก่อนรวมถึงวัตถุโบราณ อาทิ ชุดเกราะซามูไรและดาบที่เราสามารถลองสัมผัสหรือยกได้
นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่นงามๆ และบ้านซามูไรบางแห่งที่เปิดเป็นคาเฟ่ให้นั่งพักกันอีกด้วย ซึ่งภาพใบไม้แดงที่ตัดกับอาคารบ้านซามูไรเก่าแก่เป็นภาพที่สวยงามมาก ใครที่ชอบถ่ายรูปคงจะฟินกับที่นี่แน่นอนค่ะ
ถ้าอยากเพิ่มความฟิน อินกับบรรยากาศย้อนยุคเข้าไปอีก แนะนำนั่งรถลากซึ่งมีบริการหลายเจ้าเลยค่ะ คนลากรถก็จะคอยอธิบายที่มาที่ไปและไฮไลท์ของหมู่บ้านซามูไรให้เราได้ฟังด้วย แต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นนะคะ โดยมีค่านั่ง 3,000 เยน (15 นาที), 5,000 เยน (30 นาที), 9,000 เยน (60 นาที)
Kakunodate Samurai Residence Street (角館武家屋敷通 Kakunodate Bukeyashiki Dori)
ที่อยู่ Semboku, Akita, Japan การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี JR Kakunodate แล้วเดินต่อ 20 นาที
แวะชิมอินานิวะอุด้งและไก่ฮิไนจิโดริ เมนูท้องถิ่นห้ามพลาดที่คาคุโนะดาเตะ
สำหรับมื้อกลางวัน วันนี้เราไปที่ร้าน Sakura no Sato (桜の里) ที่ตั้งอยู่ที่ถนนบุเคะยาชิกิของคาคุโนะดาเตะ ตัวร้านเป็นบ้านเก่าสไตล์ญี่ปุ่นให้อารมณ์แบบลิตเติ้ลเกียวโต ร้านนี้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2015 มีที่นั่งภายในร้าน 12 ที่นั่งแบบโต๊ะ และ 12 ที่นั่งแบบเสื่อทาตามิ
ไฮไลท์ของอาหารท้องถิ่นที่นี่คืออินานิวะ อุด้ง (稲庭うどん, Inaniwa Udon) อุด้งเส้นนวดมือที่ทำสด ๆ ทุกวัน และฮิไนจิโดริโอยาโกะด้ง (比内地鶏親子丼, Hinaijidori Oyakodon) ที่มีชิ้นไก่เนื้อแน่นและราดซอสรสชาติกลมกล่อม ฮิไนจิโดริเป็นไก่บ้านที่ถูกเลี้ยงตามธรรมชาติและมีไขมันในเนื้อต่ำ ใครมาเยือนจังหวัดอาคิตะ บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดกับเมนูไฮไลท์เหล่านี้
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: อินานิวะอุด้งเป็นเมนูอุด้งขึ้นชื่อของจังหวัดอาคิตะที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาแบบรุ่นต่อรุ่น กว่า 160 ปี จุดเด่นอยู่ที่การนวดเส้นให้มีความนุ่ม ลื่นคอ และที่สำคัญก็คือ อุด้งทุกเส้นที่จำหน่ายนั้นไม่ได้ผ่านการนวดด้วยเครื่องจักร แต่เป็นการนวดด้วยมือเท่านั้น โดยใช้เทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิมที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ ทำให้อินานิวะ อุด้งมีเสน่ห์และอร่อยไม่เหมือนใคร
สำหรับร้าน Sakura no Sato เป็นร้านฮอตฮิตร้านดังของถนนบุเคะยาชิกิ ถ้ามาช่วงเวลามื้อกลางวันพอดีอาจจะมีคิวยาวสักหน่อย แนะนำให้มาช่วงบ่าย ๆ คิวจะน้อยและรอไม่นานค่ะ เดินเล่นถ่ายรูปไปก่อนพอหิวโซแล้วค่อยแวะมากินอีกที
Sakura no Sato (桜の里)
ที่อยู่ 9 Higashi-katsurakucho, Omotemachi, Kakunodate-machi, Semboku-shi, Akita 014-0367 การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี JR Kakunodate แล้วเดินต่อ 15 นาที เวลาทำการ 9.00 น. – 17.00 น.
ชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดว้าวที่ หุบเขาดาคิกาเอริ
หุบเขาดาคิกาเอริ (抱返り渓谷, Dakigaeri Valley) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเมืองเซมโบกุ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักชมใบไม้เปลี่ยนสี เพราะเอกลักษณ์ของที่นี่คือแม่น้ำทามะ (Tama River) ที่ไหลผ่านช่องเขาจะเป็นสีฟ้าสด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงสีของน้ำกับแมกไม้จะตัดกันอย่างงดงาม หรือหากเดินทางมาในฤดูร้อนสีเขียวของเหล่าพรรณไม้ที่แตกยอดอ่อนก็ให้ความรู้สึกสดชื่นมาก
ดาคิกาเอริ มีความหมายว่า การโอบกอดและหันกลับ ที่มาของชื่อนั้นมาจากริมหุบเขาที่สูงชันนั่นเอง ในอดีตทางเดินนั้นแคบและชันมากจนหากมีคนสองคนเดินสวนทางกันเพื่อที่จะผ่านไปได้พวกเขาจะต้อง “ดาคิกาเอริ” ซึ่งหมายถึง “โอบกอดและหันกลับ” เส้นทางเดินป่าที่นี่จะพาเราเข้าป่าในหุบเขา โดยมีจุดชมแม่น้ำทามากาวะและน้ำตกหลายแห่ง เช่นน้ำตกมิคาเอริโนะทากิที่มีม่านน้ำหนาไหลตกลงมาตามแนวหินที่ล้อมรอบด้วยใบไม้เขียวชอุ่มเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของหุบเขา
เส้นทางชมธรรมชาติยาว 1.5 กม. ที่จะพาเพื่อนๆ ไปชมธรรมชาติสุดสวยงาม (Image credit: ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น)
จากสะพานคามิโนะอิวะฮาชิ (Kami no Iwahashi) สีแดงสด เดินลึกเข้าไปยังเส้นทางเดินธรรมชาติที่มีความยาว 1.5 กิโลเมตรลัดเลาะป่า อุโมงค์หิน แล้วเราจะพบกับบริเวณที่สองข้างทางมีวิวมุมสูงที่มองเห็นแม่น้ำทามากาวะอยู่เบื้องล่าง เดินผ่านพ้นอุโมงค์ก็จะพบกับน้ำตกมิคาเอริ (Mikaeri-no-taki) ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือพอดิบพอดี ได้ยินเสียงน้ำตกที่ไหลกระทบเบื้องล่าง ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีไปด้วย วิวนี้คุ้มมาก ๆ ค่ะ
น้ำตกมิคาเอริ (見返りの滝. Mikaeri-no-taki) เป็นน้ำตกหนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของหุบเขาดาคิกาเอริ ตัวน้ำตกมีขนาดใหญ่และไหลลงมาตามหินผาที่ล้อมรอบด้วยป่าเขียวขจี โดยมีความสูง 30 เมตรเหนือหน้าผาของหุบเขาดาคิกาเอริ เมื่อได้เห็นน้ำตกมิคาเอริ จะเข้าใจความหมายของชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า “กาเอริ (หันกลับไปมองอีกรอบ)” เพราะน้ำตกนั้นสวยมากจนต้องหันกลับไปมองแล้วมองอีกนั่นเองค่ะ
Dakigaeri Gorge (抱返り渓谷)
ที่อยู่ Tazawako Sotsuda, Semboku-shi, Akita, 014-1113 การเดินทาง จากสถานี JR Kakunodate ให้ต่อแท็กซี่ประมาณ 15 นาที (ช่วงฤดูชมใบไม้แดงจะมีรถ Shuttle Bus บริการรับส่งฟรี) ค่าเข้าชม เข้าฟรี ฤดูกาลที่แนะนำ ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน), ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)
คิริทัมโปะ เมนูท้องถิ่นของอาคิตะ มาเยือนถึงถิ่นต้องห้ามพลาด
สำหรับมื้อเย็น เราจะไปลองอีกเมนูพื้นเมืองชื่อดังของอาคิตะกัน นั่นคือคิริทัมโปะ (きりたんぽ, ข้าวที่ถูกตำให้เป็นแป้งแล้วปั้นพันรอบไม้ซีดาร์ก่อนจะนำไปย่าง) มื้อนี้เราไปที่ร้าน Akita Kiritanpoya ร้านอาหารที่มีอาหารพื้นเมืองของจังหวัดอาคิตะเกือบทุกเมนูรวมถึงคิริทัมโปะ ภายในร้านจะจัดธีมเป็นเหมือนกับบ้านนายพราน (マタギの家, matagi no ya) โดยภายในร้านตกแต่งด้วยเครื่องมือทำนา เครื่องมือล่าสัตว์ และหนังหมีต่างๆ ซึ่งนักล่าสัตว์ในอดีตออกล่าในพื้นที่ภูเขา เช่น ฮอกไกโด โทโฮคุ คันโตเหนือ บรรดานักล่าสัตว์มักจะออกล่าเป็นกลุ่มและใช้วีธีล่าสัตว์แบบโบราณ
นอกจากจะได้อร่อยกับคิริทัมโปะแล้ว เรายังจะได้เห็นคิริทัมโปะตอนย่างในเตาร้อนๆ ด้วยค่ะ และนอกจากเมนูทั่วไปอย่างคิริทัมโปะนาเบะแล้ว ยังมีอีกเมนูนั่นคือมาตางิคิริทัมโปะนาเบะ เมนูนี้จะเป็นการนำคิริททัมโปะไปต้มในซุปมิโสะ โดยว่ากันว่าเป็นวิธีอร่อยกับคิริทัมโปะแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ในซุปยังมีเนื้อสัตว์ป่าเช่นเนื้อกระต่ายและเนื้อหมูป่าด้วย
มื้อค่ำนี้เป็นอาหารท้องถิ่นอาคิตะล่ะค่ะ! (Image credit: ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น)
นอกจากคิริทัมโปะแล้ว พวกเรายังสั่งฮิไนจิโดรินากิโทริ (เมนูไก่ย่างเสียบไม้) และยากิโซบะ (เส้นโซบะผัด) สไตล์โยโกเตะที่จะเสิร์ฟพร้อมกับไข่ดาวที่โปะลงบนจานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเมนูที่อร่อยและเข้าถึงรสชาติได้ไม่ยากเลย
ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้จักร้านนี้อย่างไว สามารถชมคลิปรีวิวร้านนี้ได้ที่นี่ค่ะ
Akita Kiritanpoya Akita-ekimae Honten (秋田きりたんぽ屋 秋田駅前本店)
ที่อยู่ 2-7-6 Nakadori, Akita-shi, Akita 010-0001 การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี JR Akita (秋田駅) เดินต่อ 2 นาที เวลาทำการ จันทร์-เสาร์: 17:00–23:00 น.
คืนก่อนวันหยุดราชการ: 17:00–0:00 น.
อาทิตย์ และวันหยุดราชการ: 11:30–15:00 น. / 17:00–0:00 น.
แวะเยี่ยมสุนัขสายพันธุ์อาคิตะที่เมืองโอดาเตะ
ถ้าคุณเป็นคนรักน้องหมา เมืองโอดาเตะเป็นเมืองที่คุณห้ามพลาด เพราะเมืองนี้เป็นเมืองต้นกำเนิดของน้องหมาพันธุ์อาคิตะ โดยเมืองนี้มี “Akita Dog Visitor Center (秋田犬の里, Akita inu no sato)” เป็นแหล่งรวมคนรักน้องหมาอาคิตะ ซึ่งฮาจิโกะ สุนัขผู้ภักดีที่รอคอยเจ้านายกลับมาจนถึงวันสิ้นลมเองก็เป็นสายพันธุ์อาคิตะเช่นกัน ภายในอาคารมีมุมนิทรรศการบอกเรื่องราวเกี่ยวกับน้องหมาฮาจิโกะให้เราได้ชมกันด้วย
นอกจากนี้ภายในยังมีของฝากต่าง ๆ รวมถึงสินค้าไอเทมน้องหมาอาคิตะให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย เชื่อว่าทาสน้องหมาต้องฟินแน่นอนค่ะ
บรรดาของฝากธีมน้องหมาอาคิตะ (Image credit: ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น)
ที่ Akita Dog Visitor Center นี้ นอกจากพบน้องหมาอาคิตะตัวจริงเสียงจริงแล้ว เรายังสามารถซื้อของที่ระลึกต่างๆ ได้ด้วย รวมถึงของที่ระลึกธีมน้องหมาอาคิตะที่คนรักหมาต้องเลิฟแน่นอน
บริเวณใกล้ ๆ กัน ก็มีรถรางสีเขียวที่เคยเป็นแลนด์มาร์กจุดนัดพบที่หน้าสถานีชิบุย่า ซึ่งตอนนี้ไม่มีแล้วเพราะถูกย้ายมาตั้งที่เมืองโอดาเตะ ในจังหวัดอาคิตะ บ้านเกิดของน้องหมาฮาจิโกะ สุนัขสายพันธุ์อาคิตะ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมาค่ะ สาวแซ่บ & อปลุง ขอเก็บภาพมาฝากทุกคนนะคะ ถ้ามาญี่ปุ่นครั้งหน้าอย่าลืมแวะมาถ่ายรูปเช็กอินกับเจ้ารถรางสีเขียวกันนะคะ ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ บริเวณ Akita Dog Visitor Center เดินได้ 2 นาทีถ้วนค่ะ และที่นี่ก็มีรูปปั้นน้องหมาฮาจิโกะด้วยนะคะ
Akita Dog Visitor Center (秋田犬の里)
ที่อยู่ 13-1 Onaricho, Odate City, Akita การเดินทาง ลงรถไฟที่สถานี JR Odate (大館駅) แล้วเดินต่อ 2 นาที เวลาทำการ 09:00–18:00 น. (เม.ย. – ต.ค.) / 09:00–17:00 น. (พ.ย.–มี.ค.) / ปิดทำการวันที่ 31 ธ.ค. และ 1 ม.ค. ค่าเข้า เข้าฟรี
ทดสอบฝีมือกันกับเวิร์คช็อปงานไม้ “มาเงะวัปปะ”
มาเงะวัปปะ (曲げわっぱ) เป็นไอเทมท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัดอาคิตะที่จัดได้ว่าเป็นงานคราฟต์ชั้นสูงที่ขึ้นชื่อและก็มีราคาสูงด้วย เพราะเป็นไอเทมที่ทำจากไม้ซีดาร์อาคิตะที่มีอายุหลายร้อยปีเท่านั้น โดยจะนำมาทำเป็นภาชนะใส่อาหารต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิธีการทำที่มีมานานกว่า 150 ปีแล้ว
วันนี้สาวแซ่บ & อปลุง ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ทำงานฝีมือทำถาดมาเงะวัปปะด้วยตัวเอง ที่ Odate Kougeisha บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการทำมาเงะวัปปะที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1959 โดยพนักงานทุกคนในบริษัทต่างมีจุดประสงค์เดียวร่วมกัน คือการส่งต่องานคราฟต์อันทรงคุณค่าไปให้ถึงคนรุ่นหลังได้สืบสานต่อ ๆ กันไป
สำหรับการทำมาเงะวัปปะถาดไม้ใส่ขนมขนาด 18 ซม. ใช้เวลาทำประมาณ 1.5 ชั่วโมง ดูเหมือนจะเป็นงานที่ง่าย แต่จริง ๆ แล้วไม่ง่ายอย่างที่คิด และจากการทำเวิร์คช็อปนี้ เราเพิ่งจะรู้ว่าไม้ซีดาร์อาคิตะมีกลิ่นหอมด้วยค่ะ และลายเส้นของไม้ยังบ่งบอกถึงฤดูกาลที่ลายเส้นบนเนื้อไม้เกิดขึ้นด้วย โดยเส้นสีดำคือเกิดขึ้นช่วงฤดูหนาว ส่วนสีขาวคือช่วงฤดูร้อน ลักษณะเด่นของไม้ซีดาร์อาคิตะคือ ผิวเรียบและลื่น มีกลิ่นหอม มีความเงา และไม่มีรอยตา ยิ่งอายุเกิน 100 ปีจะมีลายไม้ที่สวยงาม ดังนั้นมูลค่าของมาเงะวัปปะจึงสูงมาก ๆ ค่ะ
ภายในเซ็ตที่จะทำถาดใส่ขนมมีการประกอบเป็นวงกลมมาให้แล้วเพื่อประหยัดเวลาค่ะ เพียงแค่เรานำทั้ง 3 ส่วนมาประกอบติดกันด้วยกาว แล้วตอกไม้ในแต่ละจุดเพื่อเพิ่มความแน่น หลังจากที่ประกอบเรียบร้อยแล้วก็ต้องขัดเงา ลบกาวออก ขั้นตอนนี้ใครมีฝีมือในการทำงานประดิษฐ์คงไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ
เมื่อทำเสร็จแล้วอาจารย์ก็จะมอบใบประกาศให้ด้วยค่ะ ดีงามมาก ๆ เลย อาจารย์ที่ใจดีของเรายังสาธิตวิธีการดัดไม้ให้เป็นรูปวงกลมให้ชมอีกด้วยค่ะ เทคนิคนี้จะอาศัยการแช่ไม้ในน้ำ แล้วนำขึ้นมารีดน้ำออก จากนั้นค่อยงอให้เป็นรูปวงกลมแล้วใช้ไม้หนีบทีี่อาจารย์ประดิษฐ์ขึ้นเองมาหนีบไว้ให้คงรูป ขั้นตอนทั้งหมดนี้ต้องใช้ทักษะขั้นสูงเป็นอย่างมาก
การดูแลรักษามาเงะวัปปะทำได้โดยการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานชนิดอ่อน ๆ เมื่อล้างเสร็จแล้วให้ทำให้แห้งด้วยการคว่ำ หรือนำไดร์เป่าผมมาเป่าให้แห้ง ซึ่งจะยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น และควรหลีกเลี่ยงซอสสีเข้มต่าง ๆ เพราะอาจจะทำให้ชิ้นงานเป็นรอยด่างได้ นอกจากนี้ก็ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟหรือเครื่องล้างจานค่ะ
ก่อนกลับพวกเราแวะช้อปปิ้งซื้อสินค้าคุณภาพเป็นที่ระลึกกลับบ้าน สินค้าทุกชิ้นมีดีไซน์ดี คุณภาพสูง เพราะเป็นงานที่ทำด้วยมือทุกชิ้น พวกเราได้ซื้อตะเกียบไม้กลับมาเป็นที่ระลึกค่ะ เพราะมีน้ำหนักเบามาก ๆ และขัดเกลามาอย่างสวยงาม
Odate Kogeisha Handicraft Studio (大館工芸社ハンディクラフトスタジオ)
ที่อยู่ 29-15 Ieushiro, Shakanai, Odate-shi, Akita 017-0012 การเดินทาง นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Odate แล้วนั่งรถต่อ 10 นาที เวลาทำการ 10.00 – 16.00 น.
สำหรับการทำเวิร์คช็อปนั้น ผู้สนใจต้องติดต่อจองล่วงหน้า
การเดินทาง
- อาคิตะ: นั่งรถไฟชินกันเซ็นสาย Akita Shinkansen จาก สถานี JR Tоkyо (東京駅) ไปสถานี Akita (秋田駅) ใช้เวลา 230 นาที
- โอดาเตะ: นั่งรถไฟ Limited Express Tsugaru (90 นาที) จากสถานี Akita ไปสถานี JR Оdate (大館駅)
- คาคุโนะดาเตะ: นั่งชินกันเซ็นสาย Akita Shinkansen ใช้เวลา 45 นาทีจากสถานี Akita ไปสถานี Kakunodate (角館駅) หรือถ้าเดินทางมาจากโตเกียว สามารถนั่งชินกันเซ็นสาย Akita Shinkansen ได้เช่นกัน โดยใช้เวลา 190 นาที
หากเพื่อน ๆ กำลังวางแผนท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะกันอยู่ หวังว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์นะคะ และคิดว่าเพื่อน ๆ ก็คงจะหลงเสน่ห์จังหวัดอาคิตะไม่แพ้พวกเราแน่ ๆ ค่ะ ใครไปตามรอยมาแล้วแวะมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ สำหรับบทความหน้า มาติดตามการท่องเที่ยวชมวิวฤดูใบไม้ร่วงแบบเต็มอิ่มกับเราในท้องที่ไอสึ จังหวัดฟุกุชิม่ากันค่ะ
ผู้เขียน: TKLS