ตำรวจยศสูงไหว้ “เนวิน” พบไม่ใช่ AI ที่แท้ภาพจริงปี 61
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
[caption id="attachment_14617" align="aligncenter" width="466"]
ภาพเพจ Anti FakeNews อ้างภาพ “ตำรวจยศสูงยกมือไหว้นักการเมืองชื่อดัง” เป็นภาพ AI[/caption]
Thai PBS Verifyพบบัญชีเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand หรือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทยDE โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า
“เช็กแล้ว แชร์เลย
เหตุการณ์ตำรวจยศสูง ยกมือไหว้นักการเมืองชื่อดัง
ข่าวปลอม ยืนยันโดย : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากกรณีมีการแชร์ภาพ “ชายบุคคลหนึ่งแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสูง กำลังยกมือไหว้แบบนอบน้อมนักการเมืองชื่อดัง” ผลการตรวจสอบพบว่า เป็นภาพที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี AI
จากการพิจารณารูปภาพแล้ว สังเกตเห็นได้ว่า ตัวหนังสือที่อยู่บนเสื้อบอล มีความผิดแปลกไปจากเดิม ไม่ได้เขียนด้วยภาษาไทย หรือภาษาใด ๆ ที่มี นอกจากนี้เครื่องหมายต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะของการสร้างรูปด้วย AI นั่นเอง
แยกได้ ไหวตัวทัน
#ข่าวปลอม#ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม#AntiFakeNewsCenter#AFNCThailand#ข่าวสาร#ตำรวจ#AI#นักการเมือง”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 22 ครั้ง ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69
ภาพตำรวจไหว้ “เนวิน” เป็นภาพที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verifyใช้การค้นหาภาพย้อนกลับจาก Google Lensจนไปเจอโพสต์ในเฟซบุ๊กของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jim Bandonแชร์ภาพตำรวจกำลังยกมือไหว้ นายเนวิน ชิดชอบ พร้อมข้อความระบุว่า
“ เครื่องแบบราคาแพงด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี
…แต่หัวใจติดป้าย "VIP Only"
โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา
[caption id="attachment_14618" align="aligncenter" width="702"]
ภาพเฟซบุ๊กแชร์ภาพตำรวจยกมือไหว้นายเนวิน ชิดชอบ[/caption]
Thai PBS Verifyนำภาพในโพสต์ดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI เช่น Hive moderationและ Deepfakecheckพบว่า ภาพดังกล่าวไม่แสดงผลว่าถูกสร้างจาก AI แต่อย่างใด
[caption id="attachment_14620" align="aligncenter" width="2560"]
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ Hive moderation[/caption]
[caption id="attachment_14621" align="aligncenter" width="2560"]
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ deepfakecheck[/caption]
ต่อมา Thai PBS Verify นำภาพดังกล่าวไปค้นหาด้วย Google Lensพบว่าภาพไปตรงกับข่าว “เนวิน”ควง นายห้างใหญ่ ขี่บิ๊กไบค์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีฯ แนะผลิตไบโอดีเซล แก้ปาล์มราคาดิ่งที่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักข่าวมติชนเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61
[caption id="attachment_14623" align="aligncenter" width="1984"]
ภาพข่าว “เนวิน”ควง นายห้างใหญ่ ขี่บิ๊กไบค์ สักการะศาลหลักเมืองนครศรีฯ แนะผลิตไบโอดีเซล แก้ปาล์มราคาดิ่ง[/caption]
โดยภาพนี้เมื่อเปรียบเทียบ จะเห็นว่าโลโก้เสื้อ การยืนและโพสต์ท่าเหมือนกัน และภาพที่ตำรวจยกมือไว้ลักษณะเหมือนกัน
[caption id="attachment_14624" align="aligncenter" width="1746"]
ภาพเปรียบเทียบรูปเนวินจากโพสต์ (ซ้าย) และจากเว็บไซต์มติชน(ขวา)[/caption]
ตำรวจในภาพคือใคร ?
ขณะเดียวกัน Thai PBS Verify ตรวจสอบบุคคลในภาพ มีความคล้ายกับภาพบุคคลที่ปรากฎในข่าวเดียวกัน
[caption id="attachment_14625" align="aligncenter" width="2300"]
ภาพเปรียบเทียบตำรวจที่นั่ง (ซ้าย) และภาพตำรวจยกมือไหว้ (ขวา)[/caption]
จากนั้นนำภาพนี้ไปค้นหาด้วย เมื่อใช้ Google Lens พบว่าเป็น พลตำรวจตรี ฐากูร เนตรพุกกณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชในขณะนั้น ปัจจุบันเกษียณราชการแล้วเมื่อปีงบประมาณ 2563
[caption id="attachment_14627" align="aligncenter" width="2102"]
ภาพเปรียบเทียบ พลตำรวจตรี ฐากูร เนตรพุกกณะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช [/caption]
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ เพจ Anti-Fake News Center Thailand เสนอว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ข้อสังเกตเรื่อง “ตัวหนังสือที่อยู่บนเสื้อบอล มีความผิดแปลกไปจากเดิม ไม่ได้เขียนด้วยภาษาไทย หรือภาษาใด ๆ ที่มี” เมื่อตัวสอบด้วยการใช้คำสำคัญ “เสื้อบุรีรัมย์ยูไนเต็ด” พบว่า เสื้อที่อยู่ในโพสต์กับเสื้อบุรีรัมย์ยูไนเต็ด 2018 เป็นเสื้อแบบเดียว ซึ่งมีการซื้อขายในแพลตฟอร์มออนไลน์
[caption id="attachment_14628" align="aligncenter" width="2340"]
ภาพเปรียบเทียบเสื้อในโพสต์ (ซ้าย) และภาพในแพลตฟอร์มออนไลน์ (ขวา)[/caption]
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
ภาพที่ถูกอ้างว่าเป็น “ตำรวจยศสูงไหว้นักการเมือง” และถูกระบุว่าเป็นภาพ AI นั้น แท้จริงแล้วเป็น ภาพเหตุการณ์จริงในปี 2561จากกรณีที่ เนวิน ชิดชอบ เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช โดยการตรวจสอบของ Thai PBS Verify ทั้งผ่านเครื่องมือตรวจจับ AI และการค้นหาภาพย้อนหลัง พบว่าไม่มีหลักฐานว่าเป็นภาพปลอม อีกทั้งตำรวจในภาพยังตรงกับ ฐากูร เนตรพุกกณะ ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงเวลาดังกล่าว สรุปคือเป็นการนำภาพเก่ามาเผยแพร่ใหม่พร้อมข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจนทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นข่าวปลอมจาก AI