โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SEC Watch ปลุกม็อบใส่ขาสั้น จี้ ‘อนุทิน’ อย่าผิดสัญญา! หยุดแลนด์บริดจ์-SEC-เขียนแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่

Thai PBS

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ยันหาก นายกฯ ไม่ตอบรับ พร้อมปักหลักยาว ชวนจับตารัฐบาลเบี้ยวบันทึกข้อตกลง พร้อมตั้งข้อสังเกตการบริหารราชการ หลังพบสัญญาณความไม่ปกติ นายกฯ-รองนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (4 ส.ค. 2569) เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ทยอยปักหลักชุมนุมที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ชวนจับตากรณีรัฐบาลเบี้ยวบันทึกข้อตกลงที่ลงนามระหว่าง SEC Watch กับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยที่ผ่านมามีข้อสังเกตถึงความไม่ปกติในการบริหารงานราชการระหว่างนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทยดังนี้

  • การลงนามบันทึกข้อตกลงของรองนายกรัฐมนตรี ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะยืนยันในการเจรจากับผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่าได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาทำการเจรจา แต่ปรากฎการณ์หลายประการทำให้น่าสงสัยว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เห็นชอบด้วยกับบันทึกข้อตกลง เช่น คำให้สัมภาษณ์ในโครงการแลนด์บริดจ์ว่าสามารถนำมาดำเนินการได้ทุกเมื่อในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งตรงกันข้ามกับสาระสำคัญในบันทึกข้อตกลงที่ระบุให้โครงการนี้ต้องตัดสินด้วยงานศึกษาของคณะกรรมการจำนวน 2 ชุด และข้อตกลงข้อที่ 3 คือการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาคใต้ไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นกัน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า บันทึกข้อตกลงทั้ง 3 ข้อของเครือข่ายจะไม่ได้รับการปฏิบัติ รวมทั้งข้อเรียกร้องข้อที่ 1 คือ การยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ด้วย

  • บทพิสูจน์สำคัญเรื่องความขัดแย้งระหว่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับ รองนายกฯ พิพัฒน์ มีอยู่จริงหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากการที่ นายกฯ อนุทิน ยอมลงนามในบันทึกข้อตกลงทั้ง 3 ประการหรือไม่ หากไม่ยอมลงนามตามบันทึกข้อตกลงและสั่งการให้ปฏิบัติตามข้อตกลงแสดงว่าความขัดแย้งนี้ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากผู้มาลงนามกับเครือข่าย SEC Watch คือ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ด้วยฐานะและศักดิ์ศรีดังกล่าวหากยังถูกนายกรัฐมนตรีปฏิเสธแสดงว่าความขัดแย้งระหว่าง 2 คนนี้ถึงขั้นไม่ไว้หน้ากันแล้ว ซึ่งจะพิสูจน์ได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าหลังจากยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

  • ในวันลงนามบันทึกข้อตกลงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยเกือบทั้งภาคมาร่วมเป็นสักขีพยาน แต่บันทึกข้อตกลงที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาร่วมเป็นสักขีพยานนั้นกำลังถูกเบี้ยว นั่นแสดงให้เห็นถึงเครดิตในพรรคของรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสายภาคใต้ทั้งหมดว่า ไม่มีราคาพอให้นายกรัฐมนตรีรักษาหน้า และเครดิตของพรรคภูมิใจไทยสายใต้ ทั้งนี้เพราะการลงนามในครั้งนี้เป็นที่รับรู้กันทั่วประเทศแต่สุดท้ายแล้วพรรคภูมิใจไทยสายภาคใต้ก็ไม่มีราคามากพอที่จะรักษาข้อตกลงในกระดาษแผ่นเดียวไว้ได้

  • การบริหารงานของ นายกฯ อนุทิน มีข้อสังเกตถึงความไม่เป็นมืออาชีพ โดยเครือข่ายฯ เชื่อว่า มุ่งเน้นโครงการก่อสร้างที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้เกิดการถอนทุนจากภาษีประชาชน เห็นได้จากการประกาศโครงการก่อสร้าง missing link หลังจากโครงการแลนด์บริดจ์ถูกต่อต้าน ทั้งที่ควรจะต้องทบทวนให้หนักว่าภายใต้ภาวะวิกฤตการคลัง รัฐบาลควรจะต้องใช้งบประมาณไปกับสิ่งใด ซึ่งเครือข่ายฯ ได้นำเสนอแล้วว่า ขอให้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ซึ่งเป็นแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมก่อนการจัดทำโครงการคมนาคมขนส่ง เพื่อให้โครงการตอบสนองต่อแผนแม่บทและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง แต่ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มจะถูกใช้งบประมาณสนองผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าพัฒนาเศรษฐกิจ

“เครือข่าย SEC Watch ขอยืนยันให้รัฐบาลปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ตามหนังสือที่ได้ยื่นให้กับนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยเครือข่ายจะปักหลักรอการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องอยู่หน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะได้รับคำตอบตามข้อเรียกร้อง”

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ประธานเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ระบุว่า ยังไม่มีการกำหนดเวลาในการตอบรับของนายกรัฐมนตรี แต่หากนายกฯ ยังไม่ตอบรับ ก็ยืนยันปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ

แม้ตำรวจจะแจ้งเขตห้ามชุมนุมสาธารณะรอบทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร แต่ยืนยันยังชุมนุมตรงเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์อย่างสงบ ไม่กระทบต่อการจราจร และชุมนุมอย่างมีกาลเทศะ

“เรารู้จักกาลเทศะ ตรงนี้เป็นพื้นที่ถนน นุ่งขาสั้นได้ ไม่ใช่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่พื้นที่ศาลหลักเมืองที่จะไปใส่ขาสั้นโดยไม่ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม และขนบของสังคม มาวันนี้เราจะทำในสิ่งที่เหมาะสม และจะเคารพกาลเทศะ อันนี้เป็นที่มาของการชุมนุมขาสั้น เราตั้งชื่อการชุมนุมนี้ว่าการชุมนุมขาสั้น เพราะนายกฯ โฆษณามา 2 วันแล้วว่าจะนุ่งขาสั้น แต่หวังว่านายกฯ จะมีกาลเทศะ ไม่ใส่ขาสั้นมาทำงานในทำเนียบรัฐบาล”

ประสิทธิ์ชัย หนูนวล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ตำรวจยศสูงไหว้ “เนวิน” พบไม่ใช่ AI ที่แท้ภาพจริงปี 61

44 นาทีที่แล้ว

คลิปดรามา “เนทันยาฮู” หลุดด่า 2 รัฐมนตรีสหรัฐฯ Thai PBS Verify ตรวจพบเป็น Deepfake

53 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...