โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นศ.สาวต่างชาติกรี๊ดบ้านแตก เจอ'คางคก'แอบซุกในกระเป๋าจากไทยไปเวลส์

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

10 ส.ค.65 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ในสหราชอาณาจักร รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อพบคางคกอยู่ในกระเป๋าเดินทางหลังจากที่เธอเดินทางกลับมาจากประเทศไทย ซึ่งใช้เวลาเดินทางนานถึง 36 ชั่วโมงและเป็นระยะทางไกลกว่า 9,600 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ฮันนาห์ ทูเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ กล่าวกับเว็บไซต์ข่าวเวลส์ออนไลน์ว่า เธอได้เดินทางไปเป็นอาสาสมัครที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านในเวลส์ เธอหยิบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นบางส่วนออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แต่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ เช้าวันต่อมา ในระหว่างที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่ ก็ได้ยินเสียงและเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวในกระเป๋าเดินทาง เธอจึงรีบปิดกระเป๋า วิ่งออกจากห้องนอน พร้อมกรีดร้องเสียงดัง

อย่างไรก็ตาม เพื่อนร่วมบ้านของเธอตกใจตื่นขึ้นมาและช่วยยกกระเป๋าเดินทางไปไว้ในห้องน้ำ เมื่อทั้งสองเปิดกระเป๋าก็พบว่ามีคางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมา เธอรู้สึกกลัวมาก เพราะรู้มาว่าสัตว์บางชนิดในประเทศไทยเป็นสัตว์อันตราย และไม่แน่ใจว่าคางคกตัวนี้มีพิษหรือไม่

อย่างไรก็ดี ฮันนาห์ได้ตั้งชื่อคางคกตัวนี้ว่า ร็อบเบิร์ต (Robbert) ทั้งยังระบุว่า คางคกตัวนี้อยู่ในกระเป๋าเดินทางบนเที่ยวบิน 13 ชั่วโมง และติดอยู่ในนั้นเป็นเวลารวมทั้งหมด 35 ชั่วโมงนับตั้งแต่ที่เธอเดินทางออกจากประเทศไทยมาถึงบ้านในนครคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์

อย่างไรก็ดี หญิงสาวชื่อ ‘แจ็คกี้’ ซึ่งมีรสนิยมเลี้ยงและอุปการะสัตว์แปลก ๆ เช่น กิ้งก้าเบียร์ดดรากอน (bearded dragon) ตุ๊กแกลายเสือดาว และอิกัวนาแดง ได้อาสาเข้ามาช่วยเหลือฮันนาห์และนำคางคกตัวนี้ไปเลี้ยงต่อ โดยตั้งชื่อใหม่ให้มันว่า ‘ออซซี’ (Ozzy) แจ็คกี้ระบุว่า ออซซีเป็นคางคกสายพันธุ์เอเชียทั่วไป ตอนนี้มันมีสุขภาพแข็งแรงและกินอาหารได้เยอะมาก

ที่มา : BBC, WalesOnline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...