โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชอบญี่ปุ่นต้องรู้ ! 7 สิ่งชื่อดังระดับโลกที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

ถ้าพูดถึง“ญี่ปุ่น” หลายคนคงนึกถึงการเป็นเจ้าแห่งการสร้างสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีที่ใดในโลกทำมาก่อน สิ่งต่าง ๆ ที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นก็มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในไปทั่วโลก

แต่ถ้าหากว่าเราต้องเป็นไกด์นำเที่ยวญี่ปุ่นล่ะ เวลามีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาถามว่า “บอกหน่อยสิ… อะไรที่มีต้นกำเนิดมาจากที่ญี่ปุ่นบ้าง?” เราจะลิสต์อะไรขึ้นมาเป็นคำตอบกันบ้าง ? แต่รับรองว่าถ้าอ่านเรื่องนี้จบแล้ว เราสามารถให้คำตอบไปได้เลยว่า “สิ่งเหล่านี้คิดค้นที่ญี่ปุ่นเป็นที่แรกนะ”

1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Instant Ramen)

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น = บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่วางขายกันทั่วโลกนั้นมีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นในปี 1958 โดย Momofuku Ando ซึ่งช่วงที่ออกมาครั้งแรกนั้นได้รับความนิยมมากจนถึงกับเป็นประเด็นร้อนในละครช่วงเช้าของญี่ปุ่นเลย

2. อีโมจิ (Emoji)

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น = อีโมจิ

ถ้านึกถึงภาษาญี่ปุ่นที่ใช้แพร่หลายกันทั่วโลก คำว่า “ซูชิ” “ราเมน” “คาวาอี้” จะมาเป็นอันดับแรก ๆ รวมไปถึงคำว่า “อีโมจิ” ด้วย โดยบางคนที่ใช้คำนี้ยังไม่รู้เลยว่า “อีโมจิ” เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ชาวต่างชาติหลายคนจึงรู้สึกประหลาดใจที่ได้รู้ว่าคำว่า “อีโมจิ” เป็นคำที่มาจากญี่ปุ่น

เมื่อครั้งที่อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นชินโซ อาเบะ ได้เดินทางไปที่ทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกา อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เคยกล่าวถึงภาษาญี่ปุ่นที่ทำให้นึกถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นเมื่อได้ฟัง มีคำว่า “คาราเต้” “คาราโอเกะ” “มังงะ” “อนิเมะ” และรวมถึงคำว่า “อีโมจิ”” ด้วย

นอกจากนี้ ทาง Oxford Dictionaries ได้เคยเลือกสัญลักษณ์อีโมจิที่เป็นหน้าร้องไห้เป็น “คำศัพท์แห่งปี – Word of the year” ประจำปี 2015

3. โอเทลโล่ (Othello)

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น - โอเทลโล่

โอเทลโล่ – Othello หมากกระดานยอดฮิต หลายคนคิดว่าโอเทลโล่มีที่มาจากต่างประเทศ (ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น) แต่เชื่อเถอะ เกมหมากกระดานยอดฮิตนี้มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น

ที่มาของชื่อ โอเทลโล่ นั้น มาจากโศกนาฏกรรมเรื่องดังของ วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โอเทลโล่ ทหารผิวสี และ เดสเดโมนา ภรรยาคนขาวของเขา

4. ระบบนำทางในรถยนต์ (Car Navigation System)

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น - ระบบนำทาง

ระบบนำทางในรถยนต์หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Car Navi – カーナビ ระบบแรกพัฒนาจากบริษัทฮอนด้า ด้วยระบบ Electro Gyro-Cator ส่วนระบบนำทางในรถยนต์ที่ใช้ระบบ GPS นั้นมาจากบริษัทมาสด้า และระบบนำทางในรถยนต์ที่แนะนำเส้นทางเดินรถระบบแรกของโลกมาจากบริษัทโตโยต้า

5. มีดคัตเตอร์

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น - คัตเตอร์

มีดคัตเตอร์ ของใช้คู่บ้านและออฟฟิศที่เรารู้จักกันดีมีต้นกำเนิดที่ญี่ปุ่น ในปี 1956 จากแรงบันดาลใจที่เราอาจคาดไม่ถึง

แรงบันดาลใจแรก เกิดจากการที่ช่างทำรองเท้าในสมัยก่อนใช้แก้วแทนมีดในการตัดวัสดุ พอเวลาผ่านไป เมื่อแก้วชิ้นนั้นเริ่มทื่อหรือไม่คมเท่าก่อนแล้ว เขาก็จะหักส่วนที่ไม่คมทิ้ง และยังคงใช้ส่วนที่เหลือตัดวัสดุต่อไป

แรงบันดาลใจที่สอง เกิดจากช็อกโกแลตแท่งที่ทหารอเมริกาในญี่ปุ่นชอบหักกิน

จากแรงบันดาลใจที่กล่าวมา ทำให้เกิดการประดิษฐ์มีดที่มีรอยที่สามารถหักได้เหมือนช็อกโกแลตแท่ง สามารถใช้ได้หลายครั้งด้วยการหักส่วนที่ไม่คมแล้วทิ้งไป เป็นมีดคัตเตอร์ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

6. เกมคอนโซล

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น - เกมคอนโซล

ถ้าพูดถึงคำว่า “เกม” ขึ้นมาเมื่อไร เชื่อว่าเราต้องนึกถึงความญี่ปุ่นกันอย่างแรกแน่นอน ทั้ง Nintendo Swich และ PlayStation ต่างก็มีต้นกำเนิดอยู่ที่ญี่ปุ่น

7. ซูโดกุ (Sudoku)

7 สิ่งที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น - ซูโดกุ

“ซูโดกุ” เกมตัวเลขที่หลายคนชื่นชอบ เป็นคำย่อมาจากภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “ตัวเลขต้องมีเพียงเลขเดียว” เพราะตัวเกมสามารถเติมหมายเลข 1 ถึง 9 ลงในตารางได้เพียงช่องละ 1 ตัวเลขเท่านั้น

ถึงจะมีคำกล่าวอ้างว่าจริง ๆ แล้วเกมซูโดกุนี้ถูกคิดค้นโดยนักคณิตศาสตร์ชาวสวิสเมื่อปี 1984 แต่หากเกมนี้จะไม่ได้มีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าญี่ปุ่นได้ทำให้เกมซูโดกุเป็นที่รู้จักและเล่นกันแพร่หลายไปทั่วโลก

สรุปเนื้อหาจาก japanwonderguide

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...