โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทำงานหนักเกินไป รีเช็ก 10 สัญญาณเตือนก่อนร่างพัง รับกันยายนที่ไม่มีวันหยุด

SistaCafe

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2566 เวลา 09.00 น. • MintPiyada

ต้อนรับเดือนกันยายน เดือนที่ไม่มีวันหยุดเลย สำหรับชาวออฟฟิศอย่างเราจิตใจห่อเหี่ยวมากถึงมากที่สุด การทำงานแบบไม่ได้หยุดพักเลยทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจเราอ่อนล้า โหยหาวันหยุด ยิ่งนับวันยิ่งนาน และสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ สัญญาณเตือนของการ ทำงานหนักเกินไป แบบไม่ได้หยุดพัก บางคนหยุด เสาร์-อาทิตย์ บางคนหยุดวันอาทิตย์วันเดียว บางคนทำงานเป็นกะ การจะออกไปเที่ยวหรือทำอะไรในวันหยุดอาจจะไม่เป็นดังใจนัก

ความรู้สึกเหนื่อยเกิดขึ้นได้ทั้งความเหนื่อยในระดับปกติ ที่เดี๋ยวก็หายเมื่อได้พัก หรือความเหนื่อยระดับมากที่เข้าขั้น Burnout และมันขะข้ามาหาเราโดยไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเป็นคนบ้างานและก่อนที่เราจะรู้ตัว ก็เหนื่อยเกินกว่าจะสนใจตัวเองและแก้ไขความเหนื่อยนี้

วันนี้เราจะมาพาทุกคนมารีเช็กว่าตัวเองกำลังทำงานหนักเกินไปและต้องการเวลาพักหรือเปล่า ?

10 สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลัง ทำงานหนักเกินไปทำงานหนักเกินไป สัญญาณที่ 1.ขาดสมาธิ

https://pin.it/17baVsS

เวลาที่เราขาดสมาธิเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะการจะทำอะไรให้สำเร็จนั้นยากมาก ๆ โดยเฉพาะกับเวลาที่เรามีหลายอย่างให้ต้องโฟกัสแต่กลับไม่สามารถหาจุดโฟกัสได้ ปัญหานี้ถ้าเกิดขึ้นบางวันก็สามารถจัดการได้แต่ถ้ามันเกิดขึ้นทุกวันล่ะ มันก็อาจจะจัดการได้ยากขึ้นถ้าเราปล่อยให้กลายเป็นเรื้อรัง

Tips เพิ่มสมาธิในการทำงาน
1.แบ่งเวลางานออกเป็นช่วง ๆ และกำหนดเวลาที่ต้องทำงานและเวลาที่ให้ตัวเองพักผ่อน ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ให้มุ่งมั่นทำงานโดยไม่มีสิ่งรบกวนทั้งโทรศัพท์ เสียงรบกวน
2.พยายามทำงานในหนึ่งงานในเวลาเดียว หลีกเลี่ยงการทำงานพร้อมกันหลายอย่างเพราะจะทำให้สมาธิลดลง
3.สร้างพื้นที่ทำงานที่เรียบร้อยและสะอาดเข้าไว้ เพื่อช่วยให้สมาธิความรู้สึกสงบและมีประสิทธิภาพ
4.ใช้แอปพลิเคชันในการติดตามเวลาและการจัดการกับงาน เช่น To-do list, ปฏิทิน

5.ฝึกสมาธิเพิ่มความสามารถในการรับรู้และการตั้งใจ

6.พักผ่อนและการออกกำลังกายช่วยในการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ ทำให้มีพลังงานและสมาธิที่ดีขึ้น

7.รับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น ผัก ผลไม้สด อาหารที่มีโปรตีนและไขมันดีต่อสมอง

8.ฝึกหายใจลึก ๆ ช่วยในการคลายความเครียด

ทำงานหนักมากเกินไป สัญญาณที่ 2. ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้

https://pin.it/2q12EVS

บ่อยแค่ไหนที่เราจ้องมองหน้าจอว่างเปล่าเป็นเวลานานกว่าจะมีแรงจูงใจจะทำมัน? เรารู้สึกว่าแพชชั่นหรือไอเดียไม่มาสักที คิดอะไรก็ไม่ออก ไม่อยากทำแต่บางครั้งก็ต้องทำเพราะใกล้ถึงกำหนดแล้ว

ทำไมจึงยากที่จะทำงานให้สำเร็จ? เรารู้สึกเครียดหรือมีปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่า เช่น ความเหนื่อย ปัญหาสังคม ปัญหาส่วนตัว เราอาจจะต้องทบทวนตัวเองและคอยสำรวจความรู้สึกเรื่อย ๆ ว่าเรารู้สึกอย่างไร เพราะอะไร?

มีทริคเล็ก ๆ จากนักจิตวิทยาที่เราใช้แล้วได้ผลดีคือ การจดบันทึกความรู้สึกในแต่ละวัน ถ้าสามารถจดให้ละเอียดได้เท่าไหร่ยิ่งดี จะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นและความรู้สึกเบาลง

ทำงานหนักจนเกินไป สัญญาณที่ 3. เราทำงานเสร็จก็จริง แต่ใช้เวลา 2 เท่าจากปกติ!

https://pin.it/3BGol9x

เช่น การเขียนอีเมลที่ใช้เวลา 5 นาทีแต่เราใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง? เมื่องานใช้เวลานานเกินควร มักเป็นสัญญาณว่าไม่มีแรงจูงใจพอที่จะทำงานนั้น ๆ ลองระบุปัญหาที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากทำงานนี้เลย และลองกลับไปพักผ่อน การทำอะไรก็ตามเพื่อดูแลตัวเองมีประสิทธิภาพมากกว่าการบังคับตัวเองให้ทำ เพราะบางครั้งที่เราบังคับและฝืนทำ จะทำให้งานออกมาแบบไม่มีประสิทธิภาพ ค่อย ๆ ให้เวลาตัวเองในการพักผ่อนและตอบคำถามในสิ่งที่ทำให้ใจเราไม่สงบ

การทำงานหนักเกินไป สัญญาณที่ 4. งานทุกงานดูยากกว่าที่เคยเป็น

https://pin.it/ukx0LOK

บางครั้งที่งานดูยากและยิ่งใหญ่กว่าความเป็นจริงและนั่นก็สะท้อนความคิดที่ซ่อนอยู่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าเรากำลังทำงานหนักเกินไปและต้องการหยุดพัก ถ้าปกติเราเป็นคนที่สู้ไม่ถอย งานยากเหรอ มาเถอะ ไม่เคยกลัว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าทุกอย่างดูยากไปหมด ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน แต่เมื่อเทียบแล้วมันไม่ได้ยากกว่างานก่อน ๆ เลย เรา จง พัก ซะ

Tips : หากรู้สึกว่างานยาก ให้พยายามทำให้เสร็จเป็นอย่างแรกในตอนเช้า "กินกบตัวนั้นซะ" ที่บอกให้เราหยิบงานยากมาทำ แล้ววันทั้งวันจะเป็นวันที่ดี จากนั้นก็ให้เวลาตัวเองพักเที่ยงเพื่อลุยงานต่อทั้งวัน แวะพักเบรกออกไปเดินเล่น รับแสงแดด ผ่อนคลาย ไปซื้อกาแฟบ้าง

ทำงานหนักมากเกินไป สัญญาณที่ 5. รู้สึกอ่อนล้าอยู่ตลอดเวลา

https://pin.it/2T0r43k

เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกง่วงนอนนิดหน่อยในตอนเช้า แต่ถ้ารู้สึกเหนื่อยและง่วงทุกวัน ให้ถามตัวเองว่าต้องทำอะไรเพื่อให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้ารวมถึงความรู้สึกทำงานหนักเกินไปด้วย

ไม่ว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและงานของจะเป็นอย่างไรให้ เลือกการนอนเป็นอันดับ 1 ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่ายังไงเราต้องได้นอน!

การนอนสำคัญเพราะอะไร?
1.การนอนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้ ระหว่างการนอนหลังจากการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ร่างกายจะฟื้นฟูระบบต่าง ๆ เช่น ระบบประสาท, ระบบสืบพันธุ์, ระบบภูมิคุ้มกัน

2.ส่งเสริมสุขภาพจิต: การนอนหลับด้วยความเงียบสงบช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ลดความเครียด และเพิ่มความสมดุลของอารมณ์

3.การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ระบบประสาททำงานเพื่อปรับปรุงความจำและกระบวนการเรียนรู้ การนอนหลับสม่ำเสมอช่วยให้ความจำทำงานได้ดียิ่งขึ้น

4.การนอนเพียงพอช่วยควบคุมระดับฮอร์โมน ซึ่งมีผลต่อการควบคุมน้ำหนักและการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

5.ปรับสมดุลการทำงานของระบบการทำงานของร่างกาย

6.การนอนหลับเพียงพอเป็นปัจจัยที่สำคัญในการรักษาสุขภาพ การนอนไม่เพียงพออาจทำให้เกิดภาวะเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า

7.ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อต้านการติดเชื้อและโรคต่าง ๆ

8.การนอนหลับเพียงพอช่วยลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มความสามารถในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำงานหนักจนเกินไป สัญญาณที่ 6. นับถอยหลังเวลาเลิกงาน

https://pin.it/1RzxUgz

แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากกลับบ้าน แต่ถ้าเรานับทุกนาทีแบบถอยหลังตั้งแต่บ่าย ถือเป็นสัญญาณในการเปลี่ยนแปลงที่ต้องโฟกัส อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรานับถอยหลัง เราว่างงานเกินไป? เราเครียดหรือทำงานหนักไปไหมนะ ยิ่งนับยิ่งมชทรมานเพราะถ้าเราโฟกัสกับเวลามันจะยิ่งเดินช้าลง เพราะฉะนั้นหาสาเหตุให้ได้ว่าเพราะอะไรเราถึงอยากกลับบ้าน

การทำงานหนักเกินไป สัญญาณที่ 7. ขาดแรงจูงใจ หมดแพชชั่น

https://pin.it/57kJ8zF

แรงจูงใจสำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิต ตั้งแต่การปลุกให้ตื่นในตอนเช้าไปจนถึงแรงกระเพื่อมในการทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต ลองถามตัวเองว่าแรงจูงใจของเราคืออะไร? และตอนนี้ที่ทำอยู่เรามีความสุขและสิ่งนี้สร้างแรงจูงใจให้เรามากแค่ไหน
สร้างแรงจูงใจในการทำงานกันเถอะ
1.กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน รู้ว่ากำลังทำงานเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และเห็นภาพใหญ่ของเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึง
2.เข้าใจว่างานที่เราทำมีความสำคัญต่อคนอื่น จะช่วยให้รู้สึกเชื่อมโยงกับงานมากขึ้น
3.หาความท้าทาย กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายให้ต้องพัฒนาฝีมือและความสามารถ เมื่อเริ่มเห็นผลสำเร็จจากการทำงานนี้ จะช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจ
4.แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับเพื่อนร่วมงาน
5.รางวัลตนเอง เมื่อคุทำงานได้ดี ให้ตัดสินใจทำบางสิ่งที่ชอบเป็นรางวัล
6.ค้นหาความหมายในงานว่างานมีประโยชน์ต่อสังคมหรือโลกอย่างไร
7.ให้เวลาให้ตัวเองเพื่อพักผ่อนและทำสิ่งที่ชอบเพื่อรักษาพลังงานและแรงจูงใจ
8.ใช้เวลาทำอะไรที่น่าสนใจหลังจากงาน
9.แบ่งงานใหญ่เป็นส่วนย่อยๆ และทำโครงสร้างการทำงานให้ชัดเจน
การทำงานหนักจนเกินไป สัญญาณที่ 8. เกลียดวันจันทร์

https://pin.it/7lbfflP

อย่าเพิกเฉยสัญญาณของความเครียดและความเหนื่อยล้า ฟังเสียงร่างกายตัวเองเมื่อมันไม่อยากทำอะไรสักอย่างและกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำความเข้าใจ ไม่ใช่ออกห่างจากมัน อย่างความรู้สึก เกลียดวันจันทร์ หรือ Monday Blues อาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่ถ้าหากส่งผลกระทบต่อเรามากก็อาจจะต้องกลับมาดูที่สาเหตุและหาทางแก้ไข
ความรู้สึกที่ไม่ชอบวันจันทร์สามารถเกิดขึ้นทุกคนได้ มันอาจเป็นเรื่องของการเริ่มต้นวันทำงานหลังจากวันหยุดสุดสัปดาห์ หรืออาจเกิดจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นไปตามที่เราคิด สถานการณ์งานที่ท้าทาย การจัดการและเผชิญกับความรู้สึกนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะนำมันมาเป็นแรงจูงใจหรือจะทำอะไรเพื่อให้วันจันทร์เป็นวันที่ดีและมีความสุขกับตนเองมากขึ้น
การทำงานหนักเกินไป สัญญาณที่ 9. หงุดหงิดกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว

การที่เราเริ่มหงุดหงิดได้ง่ายกับสิ่งเล็ก ๆ เช่น เสียงเพื่อนร่วมงานคุยกัน เสียงรถที่ขับผ่าน เสียงคนทำของตก หรือเริ่มไม่ชอบใครสักคนในที่ทำงาน ทั้งที่ปกติเราไม่ใช่คนที่อ่อนไหวต่อเสียงหรือผู้อื่น นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังทำงานมากเกินไป และควรให้เวลาตัวเองเพื่อที่จะได้หยุดพักผ่อนบ้าง นอกจากไม่ดีกับประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ที่สำคัญคือยังไม่ดีต่อสุขภาพจิตของเราอีกด้วยนะคะ
ทำงานหนักมากเกินไป สัญญาณที่ 10. รู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ

https://pin.it/6VpXuto

ความรู้สึกแย่ที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหนักเกินไปคือ การเริ่มรู้สึกไร้ความสามารถ อย่าปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดนั้น เพราะเราทุกคนมีความสามารถและทักษะที่จะประสบความสำเร็จได้ในด้านที่แตกต่างกัน หากเมื่อเริ่มรู้สึกแบบนี้ขึ้นแล้ว บางครั้งการลาพักร้อนก็เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ ให้เวลางานมาเยอะแล้ว ถึงเวลาต้องให้เวลากับตัวเองบ้างแล้วละค่ะ :)

ขอบคุณที่มาของบทความจาก
https://www.thetalko.com/10-signs-you-are-overworked-need-a-break/

สรุปส่งท้ายอย่ารู้สึกผิดที่จะใช้วันลา อย่ารู้สึกผิดที่จะหยุดพัก การ ทำงานหนักเกินไป ไม่ได้หมายความว่างานเราจะมีประสิทธิภาพที่ดี การรู้ว่าตัวเองควรหยุดพัก รู้ว่าตัวเองต้องการชาร์จพลังต่างหากที่จะช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน สำหรับกันยายนที่ไม่มีวันหยุด ใครที่มีสิทธิวันลา ลองใช้มันสักวันสองวันถือว่าเป็นรางวัลให้กับตัวเองนะคะ
บทความแนะนำที่ไม่ควรพลาด

หมดไฟ ทำยังไงดี ? ในวันที่เหนื่อยล้า แวะพักเติมใจกันหน่อยดีไหม

How to พักร่างกายและจิตใจ ทันสมัยเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ในยุคนี้

สิ่งที่ทำแล้วดี เช็กลิสต์สิ่งที่ทำตอนเช้าแล้วจะรู้สึกดีไปทั้งวัน

Growth Mindset คืออะไร ? พาทำความรู้จักวิธีคิดในแบบที่คนสมัครงานใหม่ควรมี

หายข้องใจ ! ทำความรู้จักการเป็น “ Job Hopper ” พร้อมข้อดี - ข้อเสียที่ควรรู้

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...