โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BA บวกแรง 4% โบรกอัพกำไรปีนี้แตะ 1.4 พันล้าน พ่วงเป้าใหม่ 20 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 09.26 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 มิ.ย.66) ราคาหุ้น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ณ เวลา 16:14 น. อยู่ที่ระดับ 14.70 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 3.52% สูงสุดที่ระดับ 14.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 14.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 176.84 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า BA รายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/2566 ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 7 ปีที่ 875 ล้านบาท (เทียบกับ 5 พันล้านบาท ใน Q1/2562 สูงเกินคาด ขณะที่กำไรปกติยังไม่แตะระดับสูงสุด มีโอกาสที่ผู้โดยสารนานาชาติในเส้นทางเกาะสมุยจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นค่าบัตรโดยสารและค่าบริการผู้โดยสาร (PSC)

โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 20 บาท จากเดิม 18 บาท เพื่อสะท้อนแนวโน้มธุรกิจสายการบินที่ดีขึ้น BA มีการซื้อขายในระดับการประเมินมูลค่าที่ต่ำเพียง 17 เท่า ของ P/E เชื่อว่าหุ้นมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้จากการถือหุ้นของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กว่า 5.21% และสนามบินสมุยที่มีการประเมินมูลค่าในระดับสูง ในขณะที่ธุรกิจสายการบินของ BA ไม่น่าจะฉุดกำไรอีกต่อไป แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2566 ขึ้น 49% เป็น 1.4 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนเป้าประมาณการของผู้บริหารล่าสุดที่คาดอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Load Factor ในอัตราที่สูงขึ้นเป็น 76-77% (จากเดิม 73%) และค่าบัตรโดยสารเฉลี่ยที่ 3,500 บาท (จากเดิม 3,400 บาท)

อย่างไรก็ตามคงสมมติฐานปริมาณผู้โดยสารไว้ที่ 4.4 ล้าน คิดเป็น 75% ของระดับก่อนโควิด ประมาณการของบริษัทมี Upside อยู่ที่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือ pent-up demand ที่สูงเกินคาดของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10-15% ของรายได้ในปี 2562

BA เป็นหนึ่งในหุ้นท่องเที่ยวไม่กี่ตัวที่สามารถรายงานกำไรปกติ Q1/66 สูงกว่าระดับใน Q1/62 แม้ว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศจะฟื้นตัวเป็นเพียง 60% ของระดับก่อนโควิด โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญอยู่ที่ Load Factor ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 87% และค่าบัตรโดยสารที่สูงกว่าระดับก่อนโควิดอยู่ 8% ในที่ประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารให้ข้อมูลเพิ่มว่า ทั้ง Load Factor และค่าบัตรโดยสารยังอยู่ในระดับดีเมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิดใน Q2/66 แม้ว่าจะเป็นฤดูที่ซบเซาที่สุดของปี

ทั้งนี้ แม้ว่าผลประกอบการ Q1/66 จะออกมาดี ตลาดยังคงกังวลว่า pent-up demand จะสิ้นสุดลง ทำให้ Load Factor และค่าบัตรโดยสารอาจกลับสู่ระดับปกติในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดีบริษัทเห็นต่าง และเชื่อว่ากระแสกำไรของ BA น่าจะดีต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 ปี

เนื่องจากค่าบัตรโดยสารเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ได้แก่ ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม ,แคนาดา, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐเกาหลี ได้ปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับก่อนโควิดถึงประมาณ 25% แต่ยังต่ำกว่าราคาค่าเชื้อเพลิงอากาศยานซึ่งยังอยู่ที่ประมาณ 40-50% เหนือระดับก่อนโควิด

ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารต่างประเทศของสนามบินสมุยฟื้นตัวเป็นเพียง 50% ของระดับก่อนโควิดใน Q1/66 ซึ่งหมายความว่า BA ยังมีโอกาสที่ทั้งค่าบัตรโดยสารและค่าบริการผู้โดยสารจะฟื้นตัว (BA เรียกเก็บเงิน 700 บาทจากผู้โดยสารในเที่ยวบินต่างประเทศเทียบกับ 300 บาท สำหรับผู้โดยสารในประเทศ) ทั้งนี้ BA วางแผนกลับมาให้บริการในเส้นทางสมุยไปยังฮ่องกง เฉินตู และฉงชิ่ง ในเดือน ก.ค. 2566 ด้านราคาค่าเชื้อเพลิงอากาศยานอยู่ในแนวโน้มขาลงจากค่าเฉลี่ยที่ 106 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปัจจุบัน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เพิ่มมูลค่าเหมาะสมที่ 14.2 บาท เพิ่มจาก 13.8 บาท แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในระยะสั้นในช่วงนี้ ส่วนความล่าช้าในการลงทุนที่สนามบินอู่ตะเภา คาดการณ์การดำเนินการจะไม่มีความคืบหน้าจนกว่ารัฐบาลใหม่จะทำงาน

ด้านนายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-27 พ.ค. 66 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 10,378,457 คน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแล้วกว่า 428,000 ล้านบาท โดยประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 1,606,373 คน จีน 1,098,604 คน รัสเซีย 734,995 คน เกาหลีใต้ 627,760 คน และอินเดีย 583,319 คน

ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในปี 66 จะกลับสู่ 80% ของรายได้ก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในปี 62 โดยเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.5 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 880,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมตลาดอย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันสู่เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2.38 ล้านล้านบาท โดยสำหรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ เร่งเครื่องด้วย Great Resumption Episode II ประกอบด้วย 5 กิจกรรมส่งเสริมตลาดหลัก ได้แก่

1.China is back มุ่งเจาะกลุ่มตลาดใหม่ในจีน พร้อมเพิ่มเที่ยวบินเพื่อรองรับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการส่งเสริมการเดินทางทางบก

2.7-Digit Target เน้นกลุ่มตลาดศักยภาพในประเทศที่นักท่องเที่ยวเกิน 1 ล้านคน

3.Color your life by Amazing Thailand จัด Consumer Fair นำ Soft Power ไทยเข้าไปอยู่ในใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

4.Responsible Tourism ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

5.Second Tier, second to none เจาะกลุ่มเมืองรองในตลาดระยะใกล้ สำหรับตลาดระยะไกล เน้นการเพิ่มความถี่และที่นั่งสายการบินสู่เมืองหลักและเมืองรองในประเทศไทย ร่วมทำงานกับพันธมิตร เพื่อเจาะกลุ่มตลาดใหม่ในเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงเชื่อมโยงสู่เมืองรองในประเทศไทย และการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแบบ all-year round

นอกจากนี้ ททท. ยังมุ่งนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ Luxury Experience ในกรุงเทพฯ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต รวมถึงสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาทิ แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ และการพักผ่อนที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขณะเดียวกัน ควบคู่ไปกับการมุ่งนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อาทิ การท่องเที่ยวชุมชนด้วยจักรยานที่คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ การท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่อุ้มผาง จังหวัดตาก การท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่จุดหมายปลายทางคาร์บอนต่ำ เกาะหมาก จังหวัดตราด และ Little Amazon คลองสังเน่ห์ จังหวัดพังงา

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ททท. เดินหน้ายกระดับห่วงโซ่อุปทาน Shape Supply สู่เป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals: STGs) ซึ่งต่อยอดจาก 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ โดยสร้างมาตรฐานความยั่งยืน Sustainable Tourism Accelerating Rating (STAR) ให้ผู้ประกอบการนำไปใช้พัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานในการให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มประเภทรางวัล Low Carbon & Sustainability ในรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 14 การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการนำแพลตฟอร์มออนไลน์ มาช่วยในการบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงแรม และแหล่งท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...