"เอกนิติ" ชี้ไทยได้ประโยชน์ภาษีทรัมป์ 15% สั่งเจรจาเชิงรุก USTR
กรณีศาลสูงสุดของสหรัฐฯ วินิจฉัยให้การประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมายการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้า ค.ศ.1974 กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเทศเท่ากันร้อยละ 15 ซึ่งบังคับใช้ 150 วัน
วันนี้ (23 ก.พ.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้ประชุมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงสถานการณ์ดังกล่าว
เบื้องต้น ไทยได้รับประโยชน์หลังถูกเก็บภาษีลดลง จากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 15 ขณะที่ประเทศคู่แข่งเคยเจรจาภาษีได้อัตราร้อยละ 10 ก็ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 จึงถือเป็นโอกาสเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน
ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เจรจาเชิงรุกกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมาตรการภาษีเพิ่มเติม และรักษาผลประโยชน์ผู้ส่งออกไทย รวมทั้งขอให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมความพร้อมเปิดเจรจาเขตการค้าเสรี เพื่อขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ รองรับความไม่แน่นอนที่ยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ เปลี่ยนเครื่องมือกีดกันทางการค้าจาก Reciprocal Tariff เป็นกฎหมายการค้าอื่นๆ ซึ่งสามารถกำหนดอัตราภาษีทั้งรายสินค้าและรายประเทศ
ส่วนกระทรวงการคลังทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเร่งรัดคำขอรับส่งเสริมการลงทุน ภายใต้มาตรการ Thailand FastPass ควบคู่กับการทำงานกับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดการแก้ไขระเบียบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคการลงทุน
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วก็พร้อมนำเรื่องเปิดเจรจา FTA และปลดล็อกการลงทุน เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาฯ ทันที โดยหวังให้การลงทุนเป็นกลไกหลักในการรับมือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจใขยายตัวตามเป้าหมายไม่น้อยกว่า 3%
ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบ หลังผู้นำสหรัฐฯ แพ้คดี แต่เบื้องต้นการที่สหรัฐฯ เก็บภาษีทุกประเทศเท่ากันร้อยละ 15 ในช่วง 150 วัน ถือเป็นอัตราที่เท่าเทียมกันและจากนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการส่งออกของแต่ละประเทศ ที่จะช่วงชิงโอกาสในช่วง 150 วันนี้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม นอกจากมาตรการทางการค้าแล้ว ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าเขตน่านน้ำตะวันออกกลาง เพื่อกดดันอิหร่าน จึงต้องติดตามสถานการณ์ทั้งหมดอย่างใกล้ชิด
อ่านข่าว
ส่องสถานะคู่ค้าสหรัฐฯ รับมือ "ทรัมป์" เก็บภาษีสินค้านำเข้า 15%
"ภาษีทรัมป์" ดันนำเข้ากลุ่มอาหารเพิ่ม พาณิชย์ย้ำ เจรจาการค้าต้องเดินต่อ
ส่งออก ม.ค. โต 24.4 % ขยายตัวสูงสุดรอบ 4 ปีมูลค่าสูงสุดประวัติการณ์