โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รอดชีวิตปาฏิหาริย์ 1 คน "แอร์อินเดีย" ตกในอาห์เมดาบัด

Thai PBS

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • Thai PBS
เหตุการณ์เครื่องบินสายการบิน “แอร์อินเดีย” ตกในย่านชุมชนเมืองอาห์เมดาบัด พบผู้รอดชีวิตปาฏิหาริย์ 1 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่ชัดนอกจากคนที่อยู่บนเครื่องบิน 241 คน

วันนี้ (13 มิ.ย.2568) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์เครื่องบินโบอิง 787 ดรีมไลเนอร์ ของสายการบินแอร์ อินเดีย เที่ยวบิน AI171 ประสบเหตุตกกลางย่านที่พักอาศัยในเมืองอาห์เมดาบัด รัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย เพียงไม่ถึงนาทีหลังเครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินอาห์เมดาบัด เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินลอนดอน แกตวิก กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ช่วงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ ท่ามกลางซากความเสียหายที่ไหม้ดำและกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เช่นเดียวกับตัวอาคารที่ได้รับผลกระทบด้วย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตออกไปได้แล้วอย่างน้อย 265 คน ในจำนวนนี้เป็นคนจากบนเครื่องบิน 241 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุ บนเครื่องบินมีผู้โดยสารและลูกเรืออยู่รวม 242 คน เป็นผู้โดยสาร 230 คน แบ่งเป็นชาวอินเดีย 169 คน, ชาวอังกฤษ 53 คน, ชาวโปรตุเกส 7 คน และชาวแคนาดาอีก 1 คน ขณะที่มีนักบินและลูกเรือรวม 12 คน โดยหัวหน้านักบินมีชั่วโมงบิน 8,200 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำงานในจุดเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน AI171 ของแอร์อินเดีย ตกในย่านอยู่อาศัยใกล้กับสนามบินอาห์เมดาบัด

สายการบินแอร์ อินเดีย ระบุว่า เหตุการณ์นี้มีคนบนเครื่องบินเสียชีวิต 241 คนและรอดชีวิตปาฏิหาริย์ 1 คน เป็นผู้โดยสารชาวอังกฤษ ชื่อว่า Vishwashkumar Ramesh ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีรายงานว่าเขาเดินไปหารถพยาบาลในที่เกิดเหตุ

Ramesh เปิดเผยว่า หลังจากเครื่องบินขึ้นได้ 30 วินาที ก็เกิดเสียงดังขึ้นและทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก สอดคล้องกับสื่อบางสำนักที่รายงานว่าหลังจากขึ้นบินไม่นาน นักบินส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ ก่อนจะเงียบหายไป

ทั้งนี้ Ramesh นั่งที่นั่งหมายเลข 11A ซึ่งอยู่ในส่วนที่ค่อนไปทางด้านหน้าของเครื่องบิน ใกล้กับทางออกฉุกเฉินของเครื่อง ซึ่งการรอดชีวิตของผู้ที่นั่งในตำแหน่งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้เชี่ยวชาญหลายคน

เครื่องบินตกใส่ "หอพักวิทยาลัยแพทย์" เสียหายหนัก

ส่วนอาคารที่เครื่องบินตกใส่เป็นหอพักวิทยาลัยแพทย์ โดยตกบริเวณที่รับประทานอาหารในช่วงเวลาบ่ายโมงเศษๆ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ขณะเกิดเหตุมีหลายคนกำลังรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนจะหนีเอาชีวิตรอด หรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ส่วนหางของเครื่องบินยื่นออกมาจากผนังอาคารและตัวอาคารพังเสียหาย

ส่วนหางของเครื่องบินแอร์อินเดียยื่นออกจากผนังอาคารและทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่คาดว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น โดยคืนวันที่12 มิ.ย. มีรายงานนักศึกษาแพทย์อยู่ระหว่างรักษาตัว 50 คน ขณะที่ซีอีโอของบริษัทแอร์ อินเดีย ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและส่งทีมเข้าดูแลในที่เกิดเหตุ รวมถึงตั้งสายด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุ

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า ส่งทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนไปอินเดียเพื่อร่วมสอบสวนเหตุดังกล่าว เช่นเดียวกับคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) ที่โพสต์ผ่าน X ว่า จะนำทีมสืบสวนสอบสวนจากสหรัฐฯ เดินทางไปอินเดีย เพื่อช่วยสอบสวนเหตุเครื่องบินตกของแอร์อินเดียด้วย

ด้านนายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ ว่า สถานกงสุลใหญ่ฯ ตรวจสอบแล้วไม่พบผู้โดยสารชาวไทยในรายชื่อผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว พร้อมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อ่านข่าว

เร่งช่วย 242 ชีวิต เครื่องบิน "แอร์อินเดีย" ตก หลังบินขึ้น 5 นาที

"ฮุน มาเนต" ลั่นหยุดซื้ออินเทอร์เน็ต-ไฟฟ้าจากไทย งดฉายหนังไทย

13 มิ.ย.ศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนคดีชั้น 14 "ทักษิณ" ส่งทนายแทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สมาชิกเดโมแครตโจมตี "ทรัมป์" แถลงนโยบายต่อสภา ชี้โกหก-เพ้อฝัน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"กัมพูชา" เสนอไทยร่วมสำรวจ-จัดทำหลักเขตแดนอีกครั้ง มี.ค.นี้

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาพอากาศวันนี้ พายุฤดูร้อนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมแรง - กทม.ฝน 30%

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถกหลายฝ่าย หลังผลวิจัย พบ ‘สารหนู’ ในคนริมน้ำกก แม้ยังระบุต้นตอไม่ได้

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...