การ “วิจารณ์หนังสือพิมพ์” ครั้งสำคัญ–เส้นทางสี จิ้นผิง(239)
การ “วิจารณ์หนังสือพิมพ์” ครั้งสำคัญ--เส้นทางสี จิ้นผิง(239)
กาลเวลาล่วงเลยมากว่า 20 ปีแล้ว นายเว่ย จางกวน ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฝูเจี้ยนรื่อเป้า ซึ่งเกษียณอายุมานานหลายปีแล้ว ยังคงเก็บรักษาจดหมายฉบับหนึ่งไว้เป็นอย่างดี จดหมายนั้นเริ่มมีสีเหลืองจางลงตามกาลเวลา โดยมีเนื้อความว่า
สหายจางกวน:
ได้รับจดหมาย และได้อ่านเอกสารที่แนบมาด้วยแล้ว การทำอุตสาหกรรมเกษตรเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรูปแบบการผลิตและการบริหารจัดการชนบท จำเป็นต้องมีการศึกษาค้นคว้าทางทฤษฎีอย่างต่อเนื่อง และเร่งผลักดันการปฏิบัติให้ก้าวหน้าเร็วขึ้น ชุดบทความของคุณเขียนได้ดี มีทั้งมุมมองทางทฤษฎีและกรณีตัวอย่างจากการปฏิบัติจริง ประเด็นสำคัญชัดเจน เนื้อหาค่อนข้างครบถ้วน อย่างไรก็ดี ผมเห็นว่ายังมีบางประเด็นที่ควรศึกษาและอภิปรายต่อไปให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การทำอุตสาหกรรมเกษตรดำเนินมานานกว่าสิบปีแล้ว เหตุใดระดับการพัฒนาจึงยังไม่รวดเร็ว และผลลัพธ์ยังไม่เด่นชัด “หัวขบวน” ของอุตสาหกรรมเกษตร โดยเนื้อแท้แล้วคือภาคธุรกิจหรือคือตลาดกันแน่? ความสัมพันธ์ระหว่างการทำอุตสาหกรรมเกษตรกับการตลาดและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นเป็นอย่างไรกันแน่? ปัจจุบัน การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรของมณฑลเรามีจุดยากและจุดสำคัญอยู่ที่ใด? หวังว่าคุณจะได้ศึกษาประเด็นเหล่านี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และอธิบายเรื่องอุตสาหกรรมเกษตรให้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น ความเห็นข้างต้นเหมาะสมหรือไม่ ขอเสนอไว้เพื่อประกอบการพิจารณา
สี จิ้นผิง
10 มกราคม ค.ศ. 2002
เบื้องหลังจดหมายฉบับนี้ คือ เรื่องราวการ “วิจารณ์หนังสือพิมพ์” ของนายสี จิ้นผิง
นายเว่ย จางกวน เป็นผู้สื่อข่าวที่เชี่ยวชาญ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าข่าวชนบท และในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวหนังสือพิมพ์ฝูเจี้ยนรื่อเป้า เขาเขียนรายงานเกี่ยวกับ “สามเกษตร” (เกษตรกรรม ชนบท เกษตรกร) เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่นายสี จิ้นผิงดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์และผู้ว่าการมณฑลฝูเจี้ยนนั้น นายเว่ย จางกวน มักติดตามไปทำข่าวและสัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่
“ผมรู้สึกว่าท่านเป็นคนเข้าถึงง่ายมาก ยึดมั่นในเหตุผลความเป็นจริง และพูดแต่สิ่งที่เป็นจริง” นายเว่ย จางกวนเล่าย้อนความหลังว่า “สหายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับงาน ‘สามเกษตร’ อย่างยิ่ง เข้าใจและคุ้นเคยกับสภาพความเป็นจริงของ ‘สามเกษตร’ เป็นอย่างดี สามารถวิเคราะห์ปัญหา ‘สามเกษตร’ ได้ลึกถึงแก่นและเข้าใจง่าย มีมุมมองเฉพาะตัวและเฉียบคม ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหา ‘สามเกษตร’ ก็มักคิดนอกกรอบ แตกต่างจากเดิม คำพูดของท่านสามารถนำมาใช้เป็นพาดหัวข่าวในรายงานพิเศษได้โดยตรง”
นายเว่ย จางกวนยังจดจำถ้อยคำอันคมคายของนายสี จิ้นผิงได้จนถึงทุกวันนี้ เช่น “การสร้างหมู่บ้านใหม่ ไม่ได้หมายความว่าต้องสร้างบ้านใหม่ทั้งหมด ไม่ควรใช้อำนาจบังคับแบบเหมารวม ไม่ควรยึดติดกับรูปแบบภายนอก รื้อบ้านเก่าแล้วสร้างบ้านใหม่ทั้งหมดจนเพิ่มภาระให้เกษตรกร ควรให้บ้านใหม่กับบ้านเก่าอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสม” ; “ไม่ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่เป็นเกษตรกรกลับไปบ้านเกิดเพื่อยึดครองที่ดินสร้างวิลล่า เพราะสร้างเสร็จก็กลับมาอยู่เพียงไม่กี่วันในช่วงตรุษจีน วันปกติ ‘วิลล่าก็กลายเป็นบ้านร้าง’” ; “ไม่ควรเน้นสร้าง‘โครงการมอบเป็นของขวัญ’เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติหรือในวาระครบรอบต่างๆ เพราะโครงการก่อสร้างมีกฏเกณฑ์ของมันเองและต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของโครงการเป็นอันดับแรก อย่าเร่งเวลาแข่งความเร็ว ควร ‘ระมัดระวังในการเสนอโครงการมอบเป็นของขวัญ’” ฯลฯ
“คำพูดที่เป็นจริง พูดตรง และเป็นประโยชน์ของสหายสี จิ้นผิง ผมนำมาใช้เป็นชื่อบทความบทวิเคราะห์ของผมเกือบทั้งหมด ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ฝูเจี้ยนรื่อเป้า ซึ่งหลายชิ้นได้รับการคัดเลือกเป็นบทความคุณภาพ” นายเว่ย จางกวนกล่าว
นอกจากนี้ ตามเจตนารมณ์ในคำปราศรัยของนายสี จิ้นผิงเกี่ยวกับงาน “สามเกษตร” ผนวกกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปี นายเว่ย จางกวนได้เขียนบทวิเคราะห์ชุดหนึ่งเกี่ยวกับ “การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร” อย่างละเอียดซึ่งตีพิมพ์ในหน้าข่าวเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์ฝูเจี้ยนรื่อเป้าติดต่อกันเป็นเวลา 9 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ถึง 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 สัปดาห์ละหนึ่งบทความ แต่ละบทมีความยาวประมาณหนึ่งพันตัวอักษร ครอบคลุมหัวข้อต่างๆตั้งแต่ “การผลิตต้องมีฐานที่มั่นคงและมีขนาดใหญ่” “การพัฒนาธุรกิจตัวกลางด้านการค้าและการขนส่ง” ไปจนถึง “เกษตรกรรมจะก้าวสู่ WTO ได้อย่างไร” เป็นต้น
หนึ่งเดือนหลังจากบทความชุดทั้งเก้าตอนตีพิมพ์ นายเว่ย จางกวนได้เขียนจดหมายที่มีข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่สิบคำถึงนายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล พร้อมแนบข่าวตัดบทวิเคราะห์ทั้งเก้าชิ้น แล้วนำไปส่งที่แผนกรับ–ส่งจดหมายของหนังสือพิมพ์ โดยจ่าหน้าซอง “เรียน ผู้ว่าการมณฑลสี จิ้นผิง โปรดรับด้วยตนเอง” เขาส่งไปโดยไม่คาดคิดว่า เพียงห้าวันต่อมา จะได้รับจดหมายตอบกลับจากนายสี จิ้นผิง
“จดหมายตอบกลับของผู้ว่าการสี ในทางความเป็นจริงถือเป็นการวิจารณ์หนังสือพิมพ์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง ทั้งให้การยืนยันว่าบทความชุดนี้เขียนได้ดี และยังชี้ว่า ‘ยังมีบางประเด็นที่ควรศึกษาเพิ่มเติม’”
นายเว่ย จางกวนกล่าวเพิ่มเติมว่า ในจดหมายได้ตั้งคำถามไว้สี่ประเด็น รวมถึงเหตุใดอุตสาหกรรมเกษตรจึงพัฒนาได้ไม่เร็วและผลลัพธ์ยังไม่เด่นชัด “เมื่อนำมาพิจารณาในวันนี้ คำถามทั้งสี่ข้อของสหายสี จิ้นผิง ยังคงเป็นแนวปฏิบัติให้บังเกิดผลเป็นจริงและแนวทางชี้นำที่สำคัญ และยังคงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมณฑลและสื่อมวลชน ศึกษาและหาทางออกทั้งในทางทฤษฎีและการปฏิบัติอย่างลึกซึ้งต่อไป”
“คำถามทั้งสี่ข้อนี้ อย่างน้อยสามารถต่อยอดเป็นบทความใหญ่ได้สี่ชิ้น น่าเสียดายที่ด้วยข้อจำกัดด้านความสามารถส่วนตัวและปัจจัยอื่นๆ ทำให้ในขณะนั้นผมไม่ได้เขียน ‘บทความชุดนี้’ ต่อ” เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต นายเว่ย จางกวนยังคงรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่