โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ปราชญ์ สามสี’ ไขข้อสงสัย เทียบโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่าน ใช้กับกัมพูชาได้หรือไม่?

เดลินิวส์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตอบแล้ว!

จากกรณีสหรัฐและระบอบไซออนิสต์อิสราเอลได้กระทำการอันป่าเถื่อน ฉีกกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 2 วรรค 4 ด้วยการรุกรานบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านอย่างโจ่งแจ้ง ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทหาร แต่คือ “อาชญากรรมสงคราม” ที่มุ่งเป้าทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ "ปราชญ์ สามสี" ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณีมีคำถามว่า หากสหรัฐ ใช้ปฏิบัติการโจมตีผู้นำอิหร่านได้ ไทยจะใช้ “โมเดลเดียวกัน” กับผู้นำกัมพูชาได้หรือไม่ เผยว่าไม่สามารถเทียบเคียงกันได้ เนื่องจากทางภูมิรัฐศาสตร์และศักยภาพของไทยแตกต่างจากมหาอำนาจอย่างสิ้นเชิง

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า "มีผู้ตั้งคำถามว่า หากสหรัฐอเมริกาสามารถใช้ปฏิบัติการโจมตีผู้นำอิหร่านได้ ไทยจะสามารถยก “โมเดลเดียวกัน” มาใช้กับผู้นำกัมพูชาได้หรือไม่ คำตอบของผมคือ เรื่องเช่นนี้ไม่อาจเทียบเคียงกันได้โดยตรง ประการแรก บริบททางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา สหรัฐมีศักยภาพทางทหาร เครือข่ายพันธมิตร และอำนาจต่อรองระดับโลกที่ทำให้สามารถรับแรงกระแทกจากผลสะเทือนระหว่างประเทศได้ ไทยในฐานะประเทศขนาดกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ย่อมต้องคำนึงถึงเสถียรภาพภูมิภาค ความสัมพันธ์อาเซียน และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง"

นอกจากนี้ "ประการที่สอง การใช้กำลังต่อผู้นำรัฐอื่น ไม่ใช่เพียง “การลั่นไก” ครั้งเดียวแล้วจบ แต่คือการเปิดประตูสู่ความขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งผลกระทบไม่ได้ตกอยู่ที่ผู้นำเพียงคนเดียว หากแต่ตกอยู่กับประชาชนหลายร้อยหลายพันครอบครัว ทั้งสองฝั่งชายแดน แม้ในใจลึก ๆ อาจมีความไม่พอใจต่อท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาที่กระทบต่อศักดิ์ศรีของไทย แต่รัฐที่มีสติสัมปชัญญะย่อมไม่ตัดสินใจบนฐานของอารมณ์ ความโกรธ หรือความสะใจทางการเมืองระยะสั้น หากต้องยืนอยู่บนหลักความพอเหมาะพอควร ความได้สัดส่วน และผลประโยชน์แห่งชาติระยะยาว ประเทศไทยไม่ใช่รัฐที่กระหายสงคราม และไม่ควรเป็นเช่นนั้น"

"ความอดทนของรัฐก็มีขีดจำกัด หากมีการกระทำใดที่กระทบต่ออธิปไตยหรือเกียรติภูมิของประเทศอย่างร้ายแรง รัฐย่อมมีเครื่องมือหลายระดับในการตอบสนอง ตั้งแต่มาตรการทางการทูต เศรษฐกิจ ความมั่นคง ไปจนถึงการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่การเลือกใช้มาตรการใด ต้องตั้งอยู่บนหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน มิใช่บนความกวนอารมณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไทยต้องส่องกระจกตัวเองเสมอว่า เรากำลังปกป้องศักดิ์ศรีด้วยสติ หรือกำลังถูกดึงเข้าสู่เกมที่ทำให้ภูมิภาคทั้งภูมิภาคร้อนระอุ"

อย่างไรก็ตาม "ในโลกที่ความตึงเครียดกำลังขยายวงกว้าง การตัดสินใจที่หนักแน่นแต่สุขุม อาจทรงพลังยิ่งกว่าการตอบโต้ที่รวดเร็วแต่ไร้การคำนวณ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สงครามเริ่มต้นได้ง่าย แต่สันติภาพต่างหากที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงกว่าเสมอ"

ขอบคุณข้อมูล : ปราชญ์ สามสี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...