โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำน่านมาแรงพัดแพอาหารเก่าเมืองพิษณุโลกแตกล่มจมเสียหาย

แนวหน้า

เผยแพร่ 10 ต.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

น้ำในแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกยังเพิ่มระดับขึ้นไม่หยุด เนื่องจากยังมีฝนตกในภาคเหนือ ส่งผลให้แพผู้ประกอบการอาหารขนาดใหญ่ที่หยุดกิจการถูกน้ำพัดจนแตกจมน้ำเสียหาย

วันที่ 11 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ระดับน้ำแม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่าน และสูงขึ้น โดยเช้านี้ระดับน้ำแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก ได้ปรับสูงขึ้นอีก ที่สถานวัดระดับน้ำ N5A เวลา 09.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 6.72 เมตร มวลน้ำที่ไหลผ่าน 693.80 ลบ.ม./วินาที ซึ่งระดับน้ำที่รับได้ถึง 10.37 เมตร ซึ่งระดับน้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลกวันนี้สูงขึ้นกว่าเมื่อวานประมาณ 1 เมตร

จากระดับน้ำที่สูงขึ้นส่งผลให้แพอาหารเก่าแก่ขนาดใหญ่ ชื่อ “แพน้ำน่าน” ที่ผู้ประกอบการได้หยุดกิจการ บริเวณริมแม่น้ำน่านหน้าวัดจันทร์ตะวันออก ถูกกระแสน้ำพลัดจนแตก เสียหาย เนื่องจากผู้ประกอบการไม่มีใครทำการปรับระดับแพขึ้นตามระดับน้ำ ส่งผลให้แพแตกจมน้ำเสียหาย

เบื้องต้นนายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำตามสายหลักให้ระวังระดับน้ำที่ยังสูงขึ้นอีก เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง อาจทำให้ปริมาณน้ำสูง พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่รับทราบสถานการณ์น้ำล่วงหน้า พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ให้ได้มากที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...