โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GPSC มั่นใจ Q4 ธุรกิจพลังงานฟื้น ปักหมุดผลิตแบตเตอรี่ EV เฟส 2 ปี 68

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 09.26 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือGPSC เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 25 พฤจิกายน 2567 ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2567 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 770.70 ล้านบาท ลดลง 56.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,789.51 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีต้นทุนของก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นและปริมาณการขายของ กฟผ. ลดลงแต่ปริมาณความต้องการไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่สูงขึ้นประกอบกับโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ (IPP) ได้แก่ โรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพีหยุดซ่อมบำรุงตามแผนจำนวน 13 วันในไตรมาสที่ 3 ปี 2567

รวมถึงในไตรมาส 3 การเรียกรับไฟฟ้าจาก กฟผ. ลดลง โรงไฟฟ้าห้วยเหาะมีรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) ลดลงจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามการเรียกรับไฟฟ้าที่ลดลงของ กฟผ. สำหรับไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งปียังคงเป็นไปตามแผน พร้อมทั้งมีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ทิศทางในอนาคตบริษัทจะใช้กลยุทธ์ คือ S1 Strengthen & Expand the Core โดยที่บริษัทนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรองรับการผลิต พร้อมทั้งดำเนินการศึกษาปรับปรุงคุณภาพโซล่า ในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับลูกค้าได้มากขึ้น อนึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีลูกค้าที่มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง Aditya Birla ที่มีความต้องการใช้พลังงานจากไอน้ำเพิ่มขึ้น 140,000 ตัน/ปี และลูกค้าอีก 1 ราย มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 25 เมกะวัตต์

ส่วนกลยุทธ์ที่ S2 Scale – Up Green Energy เป็นการเดินหน้าเติบโตในธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปถือหุ้น บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (GRP) ซึ่งประกอบธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศสนับสนุนกำลังการผลิตพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 44 เมกะวัตต์ หลักๆ จะเป็นการลงทุนธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ขณะที่ในต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50.2 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทมีการเติบโตในโซลาร์ฟาร์มอย่างก้าวกระโดดในประเทศอิเดีย ซึ่งมีการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตไปอยู่ที่ 30 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 30 ส่วนธุรกิจพลังงานลมในไต้หวัน ได้รับในอนุญาตในการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า COD ทั้ง 62 ต้น รวม 592 เมกะวัตต์ ในวันที่ 20 กันยายน 67 ที่ผ่านมา และมีแผนจ่ายไว้ครบในปีนี้ ส่วนแผนประมูลงานโครงการภาครัฐอยู่ระหว่างเตรียมตัว หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไป

ขณะที่ แผนประมูลงานโครงการกับภาครัฐบริษัทยังคงอยู่ระหว่างเตรียมโครงการและเตรียมข้อมูลเพื่อที่นำเสนอ พร้อมทั้งการพัฒนาโครงการอย่าง PDP (Power Development Plan) หรือ แผนการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของประเทศที่กำหนดโดยรัฐบาล และ Non-PDP พัฒนาโครงการพลังงานจากเอกชน เพื่อสนับสนุนให้กับลูกค้าที่ต้องการพลังงานสีเขียวหากมีความชัดเจนบริษัทจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไป

กลยุทธ์ S3 S-Curve & Batteries ส่วนนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจแบตเตอรี่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาทั้ง Hydrogen, Carbon Capture Storage (CCS) และ Nuclear Technology

นอกจากนี้ โรงงาน NV Gotion ซึ่งผลิตและพัฒนา แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Batteries) ใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้เริ่ม Line ผลิตที่ 1 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 67 บริษัทได้ดำเนินการส่งมอบชุดแบตเตอรี่แล้วจำนวน 4,491 ชุด รวม 162 เมกะวัตต์/ชั่วโมง ให้กับลูกค้าและคาดการณ์ว่าจะส่งมอบทั้งหมดอีกจำนวน 9,022 ชุด รวม 325 เมกะวัตต์/ชั่วโมง และ Line ผลิตที่ 2 จะเริ่มผลิตในปี 68

ส่วนทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2567 ในกลุ่มธุรกิจหลักๆ ของบริษัทฯ อาทิ พลังงานไฟฟ้า-น้ำ คาดการณ์ว่าจะเป็นไปตามทิศทางราคาไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทิศทางที่ปรับตัวสม่ำเสมอ ส่วนโรงไฟฟ้าอื่นๆ ยังคงคาดการณ์ว่าปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2567 เนื่องจากในไตรมาส 3 นับเป็นช่วง Low Season

ขณะที่ หากพูดถึงโครงการ XPCL (Xayaburi Power Company Limited) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ตั้งอยู่ใน สปป.ลาว ไตรมาส 3 ปี 67 มีการหยุดซ่อมบำรุง 17 วัน เนื่องจากปริมาณน้ำที่มากเกินไป ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าไตรมาส 4 ปี 2567 กำลังการผลิตจะกลับมาสู่ระดับปกติสนับสนุนให้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอยู่ในทิศทางที่ดี ประกอบกับปัจจัยที่บริษัทยังคงขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติม ขณะที่ ราคาต้นทุนก๊าซ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ยังคงอยู่ในทิศทางทรงตัวดี นับเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาไฟฟ้าใกล้เคียงราคาตลาดและสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หากมองไปยังปี 2568 บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจไปตามแผนที่ได้มีการลงทุนไว้ ซี่งย้ำว่าบริษัทว่าปัจจุบันมีเงินทุนมากพอในการใช้ลงทุนต่างๆ

Company Snapshot

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...