โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

[Review] อัพเดตสกินแคร์ดูแลผิวหน้าหนาวนี้ โหวตแล้วผิวชุ่มชื่นบอกลาริ้วรอย

SistaCafe

อัพเดต 06 ก.พ. 2563 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 03.52 น. • thelittle.tt

สวัสดีค่ะ และแล้วลมหนาวก็ได้จากลาจากเราไปไกลแสนไกล แงงง TwT แต่ตอนนี้ก็ยังฤดูหนาวอยู่ + ฟังกรมอุตุเขาว่า ลมหนาวอาจจะพัดผ่านกลับมาอีกครั้ง เพราะงั้นไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราเลยขอมาอัพเดตสกินแคร์ดูแลผิวหน้าหนาวที่ช่วงก่อนหน้านี้เราได้ใช้เป็นรูทีน สำหรับใครที่จะไปเจออากาศหนาว/แห้งที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศสามารถเข้ามาเก็บลิสต์ข้อมูลเตรียมตัวช่วยให้ผิวชุ่มชื้น+บอกลาริ้วรอยไว้ได้เลยค่า

ใครไม่แคร์แต่สกินแคร์นะ ผ๊ามผ่ามมม! จะบอกว่าในรูปนี้ + มีตกหล่นนิดหน่อยชิ้นนึงคือ ตัวช่วยบำรุงผิวในช่วงหน้าหนาวนี้ (ถึงจะไม่ค่อยหนาวแล้วแต่ก็ใช้ได้ถ้านอนแห้งแอร์หรือเป็นชาวผิวแห้ง-ผิวผสม)

THREE Balancing Cleansing Oil R (185ml/1,900.-) และ Balancing Foam R (150ml/1,600.-) ตัวช่วยทำความสะอาดผิวคู่บุญคู่ใหม่ ถ้าได้ลองเซ็ตเก่าแล้วติดใจ คู่ใหม่ก็ต้องมาแล้ววว ส่วนผสมเปลี่ยนจากเดิมที่ธรรมชาติมากแล้ว แต่ตอนนี้ดันส่วนผสมธรรมชาติ จาก ออยล์88%>100% จากโฟม 90%>98%
เนื้อสัมผัส ออยล์มีความเบา และไม่เลื่อมเท่าตัวก่อน สีเข้มขึ้น ส่วนโฟมมาเป็นรูปแบบฟองโฟมสีขาวเนื้อเบาเลย ไม่แห้งตึงเท่าตัวก่อนส่วน กลิ่นทั้งคู่เปลี่ยนจากแนวซิตรัสอโรม่ามาคล้ายพวกชาสมุนไพรมากขึ้น
ความรู้สึก ตอบในฐานะที่เป็นชาวผิวผสมคือใช้แล้วชอบมาก ทำความสะอาดผิวได้ดี รู้สึกผิวสะอาดแต่สมดุลความชุ่มชื้นไม่เสียไป แอบชอบมากกว่าคู่ก่อนเล็กน้อย ตรงที่ออยล์คลีนเมคอัพได้ง่ายกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เบาสบายผิวกว่าเดิม ส่วนโฟมก็ให้ความสบายผิว+ใช้ง่ายขึ้น ไม่รู้สึกแห้งเท่าตัวก่อน แต่แอบคิดว่าตัวเดิมใช้ได้นานกว่าตัวนี้นิดนุง โดยรวมคือ ชอบ!

LANCOME Tonique Confort (200ml/ประมาณ1,200) 
โทนเนอร์สำหรับผิวแห้ง ฉายาน้องนมชมพูววว ที่ไปโดนมาช่วงงานที่เขาจัดตรงพารากอน มีส่วนผสมเด็ดจากน้ำผึ้ง ช่วยเติมความชุ่มชื้นและคลีนผิวให้สะอาดขึ้นอีกระดับ + Sweet Almond Extract ปรับผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ฯลฯ ไม่มีแอล
เนื้อสัมผัสเป็นเหมือนน้ำนมสีชมพูที่มีน้ำหนักนิดหน่อย ไม่ได้เหลว+เบาขั้นน้ำเปล่า มีกลิ่นหอมน้ำหอมพอสมควร
ความรู้สึก เป็นโทนเนอร์ที่ดีมากกๆๆ ใครที่เคยใช้หรือสัมผัสนางมาก่อนน่าจะชอบเหมือนกัน ให้ฟีลลิ่งที่ละมุนผิวมั่กๆ หลังเช็ดผิวแล้วรู้สึกผิวมีความนุ่มขึ้นจริงๆ เขาว่าใช้เช็ดผิวหรือเป็นตัวน้ำตบก็ได้ แต่ส่วนตัวใช้เป็นโทนเนอร์ เช็ดแล้วผิวสะอาดขึ้น(วันไหนล้างหน้าไม่สะอาดก็มีคราบติดสำลีมาด้วยฮือ) ความชุ่มชื้นในผิวไม่เสียไป แถมช่วยเติมความชุ่มชื้นไปอีก ใช้ช่วงหน้าหนาวคือดือออ แต่ไม่หนาวก็ใช้ได้นะคะนี่ใช้ตลอดเลย ติดนิดเดียว แลดูจะหมดไวนิดนึง กะปริมาณใช้บ่ถูกเลย

Alteya Organic Rose Water (100ml/780.-) สเปรย์น้ำแร่ Rose Water สายพันธ์ Rosa Damascena ผ่านการกลั่นกรองระบบไอน้ำ จนได้น้ำกุหลาบแท้บริสุทธิ์ เขาว่างั้นนะ ส่วนผสมก็เป็นน้ำกุหลาบบริสุทธิ์ 100% เลย มีสารอาหารจากวิตามิน A, B3, C, D, E, K แร่ธาตุและอาหารผิวต่างๆ เช่น แคโรทีน, ฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น + ฟื้นฟูผิวจากพิษ
เนื้อสัมผัสเป็นน้ำแร่ใส ไม่มีสี คล้ายน้ำเปล่าแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว มีกลิ่นหอมกุหลาบอ่อนๆ
ความรู้สึก ชอบที่นางเอนกประสงค์ + พกไปฉีดเติมความชุ่มชื้นระหว่างวันได้ นี่วันนึงก็ฉีดไปหลายฟึ่ช แต่ก็ยังไม่พร่องเยอะเท่าไหร่ นี่ชอบเอาไว้ฉีดก่อนและหลังแต่งหน้า สบายผิวดี ถ้าบำรุงกลางคืนก็ไว้ขั้นตอนแรกหลังเช็ดผิวเลย ช่วยเติมความชุ่มชื้นผิวได้เบาๆ + ผ่อนคลายจากกลิ่นและความสดชื่น จริงๆ เขาว่า ใช้ผสมอาหารกับเครื่องดื่มได้แต่นี่ยังไม่เคยลอง

PLANTSTORY Bioganic Essence (100ml/1,150.-) เอสเซนส์เนื้อเบาที่ช่วยปรับผิวอ่อนล้าให้แลดูกระจ่างใส ส่วนตัวเราเขาส่งมาให้ลองใช้ มีส่วนผสมจาก Job’s Tear extract หรือลูกเดือย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอย ปรับผิวเรียบเนียน + Artichoke Leaf extract ต้านอนุมูลอิสระ + Organic Chamomile extract ต้านอนุมูลอิสระ ปลอบปละโลมผิว + ฯลฯ
เนื้อสัมผัสเป็นเอสเซนส์สีขาวบางเบา ทาแล้วเหมือนน้ำนมค่อนข้างเหลว และซึมไว แอบได้กลิ่นน้ำหอมชัดเล็กน้อย ความรู้สึก ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ชอบอะไรเบาสบายผิว แต่ในช่วงหน้าหนาวใช้เดี่ยวตัวเดียวเราว่าไม่พอ แต่ถ้าใช้เพิ่มเติมก่อนลงเนื้อหนักก็โอเคอยู่ ช่วยเติมความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี ใช้ติดต่อกันแล้วรู้สึกผิวกระจ่างใสขึ้นเบาๆ

PAÑPURI REVIVE ArunaYouth™ Complex Bakuchiol Age Delay Night Oil (30ml / 3,200.-) ปกติเราก็ขาดออยล์ไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ยิ่งหน้าหนาวคือไม่ต้องพูดถึง แต่ตัวนี้เป็นตัวใหม่ที่ใช้มาได้เกือบเดือน ออยล์ตัวนี้มีส่วนผสมจากธรรมชาติ + ออร์แกนิค ถึง 100% เลยเด้อ ตัวเด็ดอยู่ที่ Bakuchiol ที่มีในส่วนผสมของออยล์อันนี้ โดยการทำงานของ Bakuchiol ที่ทุกคนเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ช่วยดูแลผิวเหมือนเรตินอล แต่เป็นเรตินอลที่ได้จากธรรมชาติ ช่วยลดเรือนริ้วรอย + กระตุ้นคอลลาเจน + ช่วยดูแลผิวที่อักเสบ แต่อ่อนโยนกับผิวมากกว่า เคยอ่านรีวิวของพี่ปูเป้ในเพจของเค้า เขาบอกว่าสามารถใช้ร่วมกับวิตเอได้ มีแนวโน้มเสริมการทำงานกัน และ ArunaYouth™ Complex ส่วนผสมที่สกัดมาจากดอกมะลิ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง ช่วยทั้งเรื่องดูแลริ้วรอยและให้ผิวแข็งแรงขึ้น
เนื้อสัมผัส เป็นออยล์ที่เนื้อเบาดีเลยค่ะ ใส และจะมีสีน้ำเงินอ่อน เป็นสีจากน้ำมันที่ผสมกัน ไม่หนักผิว กลิ่นมีความผ่อนคลายละมุนๆ เป็นกลิ่นมะลิที่สดชื่นๆ เราใช้เป็นขั้นตอนหลังทาเซรั่มหรือจะทาทับสกินแคร์พวกน้ำก็ได้น้า เพราะซึมเข้าผิวเร็ว ไม่ค่อยทิ้งความมันไว้เท่าไหร่นะคะ
ความรู้สึกส่วนตัวชอบทั้งเนื้อสัมผัส-กลิ่น-ส่วนผสมตั้งแต่ที่ได้อ่านคนอื่นๆ ป้ายยา เรื่องการเติมความชุ่มชื้นสำหรับผิวผสมที่นอนห้องแอร์เป็นประจำ เราจะผิวแห้งแบบไม่รู้ตัว นี่ว่ามันมีความพอดี ไม่เหนอะหนะผิว แต่ช่วยเก็บความชุ่มชื้นได้ดีเลย คือหน้ายังมีความนุ่มๆ ของผิวอิ่มน้ำอยู่ ผิวมีความฟูมากขึ้น เป็นอีกตัวที่ช่วยให้ผิวรอดในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาเลย ส่วนเรื่องริ้วรอยของเราปกติแล้วยังไม่มีเท่าไร แต่ที่ใช้มาหน้ามีความเนียนขึ้น จับแล้วรู้สึกผิวนุ่มและเด้งมากขึ้นนะคะ ปล. แอบนวดผิวตามบล็อกเกอร์ Gadgetlily ด้วย ไม่ได้ผสมออยล์ตามเขา แต่ลองวิธีการใช้ออยล์นวดผิวตามแล้วคือดีมากกก เครียดอย่างเดียวคือ ถ้าใช้หมดช่วงไม่มีเงินนี่ร้องเลยนะแม่

ขอพูดทั้ง 3 ตัวแบบสั้นๆ นะคะ บางตัวเคยพูดถึงไปแล้วในรีวิวเก่าๆ สามารถย้อนอ่านได้เลยเด้อ
Philosophy Take A Deep Breath (60ml/1490.-) มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและออกซิเจนให้ผิวได้พักผ่อน เอ้าาา ไปอยู่ไหนมา เขาดังข้ามปีแล้วนี่พึ่งลอง นางเป็นเจลครีมที่ใช้สารจากธรรมชาติเป็นตัวแอคทีฟ เช่น ใบข้าวบาร์เล่ย์ กักเก็บออกซิเจน+ฟื้นฟูผิวป้องกันมลภาวะ + สารต้านอนุมูลอิสระอีกหลากหลาย เช่น โสม กาแฟเขียว ชาเขียว ผลไม้ตระกูลส้ม ฯลฯ ปราศจากน้ำมัน เนื้อสัมผัส เป็นเจลครีมที่หน้าตาเป็นครีมสีขาวอมเขียวนิดๆ เนื้อเบาสบายผิว ปาดลงบนผิวแล้วจะสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้นและเย็นสบายผิวนิดๆ ส่วนตัวไม่รู้สึกมันหรือเหนอะหนะผิวแม้แต่น้อย (แต่ยังไม่เคยลองใช้ตอนเช้าช่วงอากาศร้อนปกติ) ความรู้สึก ชอบฟีลลิ่งมันดีมั่กก ไม่ได้ถึงขั้นซึมไว แต่เนื้อค่อนข้างเบา สบายผิว นวดๆ ทาๆ บนผิวตอนกลางคืนให้ซึมลงผิวแล้วผิวดูอิ่มน้ำฉ่ำโกลว์มากๆ + มีความดูสดใส ดูเฟรชมากขึ้น กลบความหมองลงเบาๆ อาจจะเพราะผิวดูเปล่งมาจากข้างใน มีความปลอบปละโลมผิวจากการระคายเคืองเบาๆ ด้วย ชาวผิวผสมแบบเราชอบเลยยย .
BURT’S BEES Intense Hydration Night Cream With Clary Sage (50ml/1,780.-) ตัวนี้เป็นไนท์ครีมสุดเข้มข้นที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลอง มีส่วนผสม Clary Sage + Mafura Butter + Tucuma Butter ช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้น + Bitter Orange Peel Extract ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความเปล่งปลั่ง + ฯลฯ เนื้อสัมผัส เป็นครีมสีขาวเข้มข้นมากกก กลิ่นคือ ธรรมชาติจริงไรจริง ควรไปลองดมที่เคาท์เตอร์ก่อนสอยค่ะ ความรู้สึก เข้มข้นจริง เหมาะกับผิวแห้งมาก ช่วงหนาวๆ ทาไปคือผิวไม่แห้งเลย แต่จะให้โปะอาจจะไม่ไหวเพราะเนื้อค่อนข้างมีน้ำหนักพอสมควร ทาแล้วได้ความฟู + ตื่นมาผิวจะนุ่มเนียนและชุ่มชื้นขึ้นฝุดๆ .
ERI EDEN Rejuvenating Sleeping Mask (1,350.-/50ml.) สลีปปิ้งมาสก์เขาให้มาลองเหมือนกัน มีส่วนผสมเด็ดเยอะมาก เช่น Rose of Jericho ช่วยเรื่องชุ่มชื้น ทั้งเติมเต็มและกักเก็บน้ำให้ผิว + Sodium Hyaluronate กักเก็บความชุ่มชื้น + Glycyrrhiza Glabra (Licorice) Root Extract + Scutellaria Baicalensis Root Extract ปลอบปละโลมผิว ฯลฯ เนื้อสัมผัส เป็นเจลทาแล้วเปลี่ยนเป็นเอสเซ้นส์ ค่อนข้างเบา ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ความรู้สึก จะบอกว่า ดีจริง คนอื่นบอกว่าดียังไงนี่คือ ไม่เถียง ไม่หือ ไม่อือ เลยนะ ส่วนตัวใช้แล้วปรับสมดุลความชุ่มชื้นในผิวได้ค่อนข้างดี + ปลอบปละโลมผิวโอเคเลย ช่วงที่หนาว+อากาศแห้งคือโปะทุกวัน ช่วยให้ผิวค่อยๆ ดีขึ้นได้จริง บอกก่อนว่า 3 ตัวนี้เราไม่ได้ใช้พร้อมกัน เนื่องจากว่า อากาศไม่ได้หนาวเย็นหรือแห้งมากเฟ่อขนาดนั้น เราจะเลือกหยิบบางตัวมาใช้ ถ้าวันไหนผิวแห้งมาก หน้าตึงไม่ต้องพึ่งโบท็อกซ์กันไปเลย ก็จะหยิบ BURT’S BEES มา ตัวเดียวจบ แต่ส่วนใหญ่จะหยิบตัว PHILOSOPHY มาทาก่อนแล้วตามด้วย ERI EDEN หรือตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวนี้มากกว่าค่ะ

CARMEX Classic Moisturising Lip Balm (10g./135.-)สุดท้ายค่ะ สำหรับใครที่บอกให้เก็บปากไว้แตกหน้าหนาว ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ปากไม่แตก (สรุปคนอ่านกระทู้จบเดินมาตบตอนนี้เลยจ้ะแม่555) จริงๆ ปกติเราไม่ใช่คนที่ปากแห้งลอกง่ายอยู่แล้ว แต่ตัวนี้มีคนซื้อมาฝาก ได้โอกาสเปิดใช้ช่วงหนาวนี้พอดี เหมือนจะเห็นว่าในไทยมีขายนะคะ
ส่วนผสมไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ หลักๆ เป็น Petrolatum หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Petroleum Jelly เติมเต็มความชุ่มชื้นและเรียบเนียนให้ริมฝีปาก + ความเย็นอ่อนจาก Menthol + มีกลิ่นหอมหวานเบาๆ จาก Parfum หรือน้ำหอม ฯลฯเนื้อสัมผัสเป็นบาล์มขุ่นออกเหลืองนิดๆ ที่มีความข้นเบาๆ เหมือนครีม ได้กลิ่นหอมหวานเบาๆ พอทาลงบนริมฝีปากจะรู้สึกเย็นในระดับหนึ่งความรู้สึก เป็นตัวเดียวในกรุจริงๆ ที่ให้ความชุ่มชื้นมาก อย่างที่บอกว่าปกติเราเป็นคนที่ปากไม่ค่อยแห้งเท่าไหร่ เคยใช้แต่พวกลิปเป็นแท่งง่ะ นานๆ จะถึงขั้นลอกเลยตอบไม่ได้ว่า ช่วยแก้ปากลอกได้มั้ย แต่ส่วนตัวที่เคยใช้มาจนผ่านหน้าหนาวก็ยังไม่เคยสัมผัสกับอาการปากแห้งลอกเลย (ถ้าทาเป็นประจำนะคะ) โดยรวมเราว่า เป็นลิปมันอีกตัวที่ดือในวันที่ดือ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่สาวๆ ผิวแห้ง-ผิวผสม/คนที่ต้องเดินทางต่างประเทศไปเจออากาศหนาวบ่อยๆ นะคะ ยังไงก็ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้าในบทความถัดไปในเร็วๆ นี้นะคะ สวัสดีค่ะ รักรักรัก <3

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...