โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

โรคหัวใจ VS กรดไหลย้อน อาการคล้ายกัน แต่ความเสี่ยงต่างกัน

PPTV HD 36

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอกอาจเกิดได้ทั้งจากโรคหัวใจและกรดไหลย้อน สังเกตลักษณะอาการ จุดที่ปวด และอาการร่วม หากเจ็บรุนแรงเกิน 10-15 นาที ควรรีบพบแพทย์ทันที

เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก หลายคนมักเกิดความกังวลใจ เพราะความรู้สึกอึดอัดคล้ายมีของหนักมากดทับ หรือมีอาการจุกอกตรงกลาง อาจทำให้สับสนว่าเป็นเพียงปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป หรือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายจากโรคหลอดเลือดหัวใจกันแน่ การทำความเข้าใจความแตกต่างของอาการ ทั้งลักษณะความเจ็บปวด ตำแหน่ง และปัจจัยกระตุ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างถูกต้อง พร้อมรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

10 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ เปิดปัจจัยเสี่ยง คนวัยหนุ่มสาวก็ต้องระวัง

เช็กด่วน! 6 สัญญาณเตือน สุขภาพจิตเริ่มมีปัญหา พร้อมวิธีดูแลใจให้แข็งแรง

“อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก” ภัยเงียบที่เตือนปัญหาสุขภาพ

ความรู้สึกเจ็บหน้าอกและแน่นหน้าอกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน ผู้ที่มีอาการมักบรรยายความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บางรายอาจรู้สึกอึดอัดเหมือนมีสิ่งของมากดทับที่บริเวณหน้าอก บางรายอาจรู้สึกจุกแน่นกลางอก หรือปวดแสบปวดร้อน ซึ่งความหลากหลายของอาการเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกการแจ้งเตือนจากร่างกายว่าระบบอวัยวะภายในบริเวณทรวงอกอาจกำลังทำงานผิดปกติ

สิ่งสำคัญคือการประเมินลักษณะความเจ็บปวดเบื้องต้น เพราะบริเวณทรวงอกเป็นศูนย์รวมของอวัยวะสำคัญหลายส่วน ทั้งหัวใจ ปอด หลอดอาหาร และกล้ามเนื้อ หากปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การหมั่นสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและแยกแยะโรคเบื้องต้นได้อย่างแม่นยำ

อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร?

หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร และทำไมจึงทำให้สับสนระหว่างสองโรคนี้ สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ เนื่องจากหลอดอาหารและหัวใจตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันบริเวณส่วนกลางของทรวงอก เมื่อเกิดความผิดปกติหรือมีการอักเสบ เส้นประสาทที่รับความรู้สึกในบริเวณดังกล่าวจึงส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่อาจเกิดการทับซ้อนกัน ทำให้สมองรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บหรือจุกในบริเวณเดียวกัน การทำความเข้าใจกลไกของแต่ละโรคจึงช่วยให้แยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แน่นหน้าอกแบบโรคหัวใจเกิดจากอะไร?

ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ มักมีจุดเริ่มต้นมาจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงตอบสนองด้วยอาการเจ็บหัวใจ ซึ่งมักมีลักษณะแน่นเหมือนของหนักมาทับอย่างรุนแรง หรือเจ็บใต้ราวอกซ้าย อาการเหล่านี้มักจะกำเริบหรือแย่ลงเมื่อมีการออกแรงทำกิจกรรมหนัก ๆ หรือมีความเครียดสะสม และมักจะทุเลาลงขณะพัก แต่หากมีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปแล้ว การพักจะไม่ดีขึ้น

จุกแน่นหน้าอกแบบกรดไหลย้อนเกิดจากอะไร?

ในส่วนของโรคระบบทางเดินอาหาร มักเกิดจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ปิดไม่สนิท ทำให้กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการแสบร้อน หรือเจ็บกลางอก ลิ้นปี่ โดยมักมีอาการชัดเจนขึ้นเมื่อกินข้าวแล้วจุกกลางอก หรือกินข้าวแล้วแน่นอก และในบางรายอาจพบภาวะกรดไหลย้อน จุก อก ปวดหลังร่วมด้วย เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณหลอดอาหารสามารถส่งกระแสประสาทร้าวไปที่แผ่นหลังได้

โรคหัวใจ VS โรคกรดไหลย้อน

เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง สามารถสังเกตความแตกต่างของอาการระหว่างโรคหัวใจและโรคกรดไหลย้อนได้จากเช็กลิสต์เปรียบเทียบดังต่อไปนี้

โรคหลอดเลือดหัวใจ

  • เจ็บเหมือนมีของหนักมากดทับ บีบรัด
  • อกซ้าย ร้าวไปกราม คอ ไหล่ และแขนซ้าย
  • ออกแรง ออกกำลังกาย หรือมีความเครียด
  • หายใจลําบาก หายใจไม่สะดวก เหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืด

โรคกรดไหลย้อน

  • แสบร้อนทรวงอก จุกเสียด แน่นบริเวณลิ้นปี่
  • กลางหน้าอก คอหอย ลิ้นปี่ อาจมีปวดร้าวไปหลัง
  • ทานมื้อใหญ่ ทานอาหารรสจัด หรือนอนแล้วแน่นอก
  • เรอเปรี้ยว มีรสขมในปาก ไอแห้ง คลื่นไส้

หากมีอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง และยาวนานกว่า 10-15 นาที โดยที่นั่งพักแล้วอาการยังไม่ทุเลาลง หรือมีอาการเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือขากรรไกร ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อความปลอดภัย เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคโดยแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายเบื้องต้น หากสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ แพทย์จะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ เช่น

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram)
  • การเดินสายพาน (Exercise Stress Test)
  • เจาะเลือดดูเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจ

หากประเมินแล้วว่าอาจมาจากปัญหาระบบทางเดินอาหาร แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารต่อไป

อาการเจ็บหน้าอกไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ล้วนเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรละเลย การหมั่นสังเกตลักษณะอาการ ปัจจัยกระตุ้น และอาการร่วมต่าง ๆ จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ แม้ว่าบางครั้งอาจมีความคล้ายคลึงกันระหว่างโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินอาหาร แต่การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการคือแนวทางที่ช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...