โรคหัวใจ VS กรดไหลย้อน อาการคล้ายกัน แต่ความเสี่ยงต่างกัน
เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก หลายคนมักเกิดความกังวลใจ เพราะความรู้สึกอึดอัดคล้ายมีของหนักมากดทับ หรือมีอาการจุกอกตรงกลาง อาจทำให้สับสนว่าเป็นเพียงปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป หรือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายจากโรคหลอดเลือดหัวใจกันแน่ การทำความเข้าใจความแตกต่างของอาการ ทั้งลักษณะความเจ็บปวด ตำแหน่ง และปัจจัยกระตุ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างถูกต้อง พร้อมรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
10 อาการเสี่ยงโรคหัวใจ เปิดปัจจัยเสี่ยง คนวัยหนุ่มสาวก็ต้องระวัง
เช็กด่วน! 6 สัญญาณเตือน สุขภาพจิตเริ่มมีปัญหา พร้อมวิธีดูแลใจให้แข็งแรง
“อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก” ภัยเงียบที่เตือนปัญหาสุขภาพ
ความรู้สึกเจ็บหน้าอกและแน่นหน้าอกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน ผู้ที่มีอาการมักบรรยายความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บางรายอาจรู้สึกอึดอัดเหมือนมีสิ่งของมากดทับที่บริเวณหน้าอก บางรายอาจรู้สึกจุกแน่นกลางอก หรือปวดแสบปวดร้อน ซึ่งความหลากหลายของอาการเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกการแจ้งเตือนจากร่างกายว่าระบบอวัยวะภายในบริเวณทรวงอกอาจกำลังทำงานผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือการประเมินลักษณะความเจ็บปวดเบื้องต้น เพราะบริเวณทรวงอกเป็นศูนย์รวมของอวัยวะสำคัญหลายส่วน ทั้งหัวใจ ปอด หลอดอาหาร และกล้ามเนื้อ หากปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การหมั่นสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและแยกแยะโรคเบื้องต้นได้อย่างแม่นยำ
อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร?
หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร และทำไมจึงทำให้สับสนระหว่างสองโรคนี้ สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ เนื่องจากหลอดอาหารและหัวใจตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันบริเวณส่วนกลางของทรวงอก เมื่อเกิดความผิดปกติหรือมีการอักเสบ เส้นประสาทที่รับความรู้สึกในบริเวณดังกล่าวจึงส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่อาจเกิดการทับซ้อนกัน ทำให้สมองรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บหรือจุกในบริเวณเดียวกัน การทำความเข้าใจกลไกของแต่ละโรคจึงช่วยให้แยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แน่นหน้าอกแบบโรคหัวใจเกิดจากอะไร?
ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ มักมีจุดเริ่มต้นมาจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงตอบสนองด้วยอาการเจ็บหัวใจ ซึ่งมักมีลักษณะแน่นเหมือนของหนักมาทับอย่างรุนแรง หรือเจ็บใต้ราวอกซ้าย อาการเหล่านี้มักจะกำเริบหรือแย่ลงเมื่อมีการออกแรงทำกิจกรรมหนัก ๆ หรือมีความเครียดสะสม และมักจะทุเลาลงขณะพัก แต่หากมีกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปแล้ว การพักจะไม่ดีขึ้น
จุกแน่นหน้าอกแบบกรดไหลย้อนเกิดจากอะไร?
ในส่วนของโรคระบบทางเดินอาหาร มักเกิดจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ปิดไม่สนิท ทำให้กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการแสบร้อน หรือเจ็บกลางอก ลิ้นปี่ โดยมักมีอาการชัดเจนขึ้นเมื่อกินข้าวแล้วจุกกลางอก หรือกินข้าวแล้วแน่นอก และในบางรายอาจพบภาวะกรดไหลย้อน จุก อก ปวดหลังร่วมด้วย เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณหลอดอาหารสามารถส่งกระแสประสาทร้าวไปที่แผ่นหลังได้
โรคหัวใจ VS โรคกรดไหลย้อน
เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง สามารถสังเกตความแตกต่างของอาการระหว่างโรคหัวใจและโรคกรดไหลย้อนได้จากเช็กลิสต์เปรียบเทียบดังต่อไปนี้
โรคหลอดเลือดหัวใจ
- เจ็บเหมือนมีของหนักมากดทับ บีบรัด
- อกซ้าย ร้าวไปกราม คอ ไหล่ และแขนซ้าย
- ออกแรง ออกกำลังกาย หรือมีความเครียด
- หายใจลําบาก หายใจไม่สะดวก เหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืด
โรคกรดไหลย้อน
- แสบร้อนทรวงอก จุกเสียด แน่นบริเวณลิ้นปี่
- กลางหน้าอก คอหอย ลิ้นปี่ อาจมีปวดร้าวไปหลัง
- ทานมื้อใหญ่ ทานอาหารรสจัด หรือนอนแล้วแน่นอก
- เรอเปรี้ยว มีรสขมในปาก ไอแห้ง คลื่นไส้
หากมีอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง และยาวนานกว่า 10-15 นาที โดยที่นั่งพักแล้วอาการยังไม่ทุเลาลง หรือมีอาการเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือขากรรไกร ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อความปลอดภัย เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคโดยแพทย์
เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายเบื้องต้น หากสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ แพทย์จะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ เช่น
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram)
- การเดินสายพาน (Exercise Stress Test)
- เจาะเลือดดูเอนไซม์กล้ามเนื้อหัวใจ
หากประเมินแล้วว่าอาจมาจากปัญหาระบบทางเดินอาหาร แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารต่อไป
อาการเจ็บหน้าอกไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ล้วนเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรละเลย การหมั่นสังเกตลักษณะอาการ ปัจจัยกระตุ้น และอาการร่วมต่าง ๆ จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ แม้ว่าบางครั้งอาจมีความคล้ายคลึงกันระหว่างโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินอาหาร แต่การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการคือแนวทางที่ช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่