"พริษฐ์" ชวนจับตา กกต.จะยื่นฟ้องหรือยกคำร้อง 229 สว.คดีฮั้ว
วันนี้ (18 มิ.ย.2569) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน รับมอบหลักฐานจากกลุ่ม สว. สำรองนำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล, น.ส.ณัฐนันท์ ทองดีวงศ์ และนายมนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพื่อมอบแฟ้มหลักฐาน "ลับ" สำคัญที่สุด คดี ฮั้ว สว.
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการเปิดเผยคลิปบรรยากาศการเลือก สว.ในปี 2567 จนทำให้หลายคนตั้งคำถาม รวมถึง สว.ที่ทำหน้าที่อยู่ขณะนี้ว่าใครเป็นผู้นำมาเปิด คลิปที่ได้มาใครอนุญาตให้มาเปิด ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่าในคลิปไม่สามารถที่จะเหมารวมได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สว.ทั้งหมดกระทำความผิด เป็นสิ่งที่สว.สำรองกำลังขับเคลื่อนต่อสู้เรื่องนี้
แต่ในคลิปที่เกิดขึ้นมีกระบวนการโกง สว.จนประสบผลสำเร็จ 138 คน แต่ที่ผ่านมามีความพยายามจะล้มคดีฮั้ว สว. จึงตั้งคำถามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมแล้วหรือไม่
นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้นำหลักฐานที่เก็บมาตลอด 2 ปี ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุ หรือโรงแรมที่พัก รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดกระบวนการนี้ นอกจากนี้ โพยที่จะนำเข้าสู่คูหาการเลือกตั้งได้นั้น เรียกว่า สว.3 ที่ได้มาในขั้นตอนระดับจังหวัด แต่ กกต.นำมากล่าวอ้างว่าโพยไม่ผิด สามารถนำเข้าไปในคูหาได้ กกต.กำลังสร้างความสับสนให้กับประชาชน
นอกจากนี้ ในโพยมีชื่อและหมายเลขชัดเจน หมายความว่าในแต่ละกลุ่มมีการลงคะแนนซ้ำ ๆ กัน พร้อมขอให้ กกต.เร่งทำสำนวนให้เร็วที่สุดและโปร่งใส โดยนำสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ส่งศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด
สิ่งที่นำมาวันนี้คือใบสั่ง ต้องเลือก สว.138 คน อาจมีสมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการชุดที่ กกต.ตั้งขึ้นมาก็ได้ออกหมายเรียก หนึ่งในนั้นมีนายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายคน
ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวขอบคุณการยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม และในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระฯ ของสภาฯ ที่ตรวจสอบเรื่องนี้จะนำข้อมูลหลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมชี้ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ กกต. จะมีมติทางใดทางหนึ่งกับการดำเนินการว่า จะยกคำร้องหรือยื่นฟ้องต่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปยังศาลฎีกา ภายใน 90 วัน
จากข้อมูลที่ตัวแทน กกต.มาชี้แจงกรรมาธิการองค์กรอิสระฯ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างการดำเนินตรวจสอบข้อมูล 2 ชุด คือ รายงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่สรุปรายงานว่าให้ยื่นฟ้อง และคณะอนุชุดที่ 36 ซึ่งผลสรุปรายงานให้ยกฟ้อง ซึ่งกรรมาธิการพยายามตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะทั้ง 2 ชุด เกี่ยวกับความรอบคอบในการพิจารณา เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลของคณะใดมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน
ทั้งนี้ คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง กกต.และดีเอสไอ ใช้เวลา 120 วัน มีผลตรวจสอบยาว 90,000 หน้า อีกทั้งมีความเห็นของกรรมการความยาว 1,000 หน้า รวมถึงการสอบพยานบุคคล 100 คน โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะสอบสวนชุดที่ 26 ไม่ได้ตอบว่าในสำนวนมีหลักฐานใดบ้าง แต่ยืนยันว่ามีประเภทหลักฐานที่หลากหลาย เช่น หลักฐานการนัดหมาย การตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
นายพริษฐ์ กล่าวว่า กรรมาธิการยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า คณะอนุวินิจฉัยที่ 36 มีกรอบเวลาในการพิจารณา จำนวนครั้งในการประชุม และมีข้อสรุปอย่างไร โดยคณะชุดนี้เป็นการตั้งขึ้นพิเศษ ไม่ได้ใช้ 35 คณะที่มีอยู่แล้ว และ 7 คนที่เป็นอนุกรรมการ ไม่ได้ใช้ผู้ที่มาจากคณะอนุที่มีอยู่ 35 ชุด แต่แต่งตั้งคนนอก
ทางกรรมาธิการจึงทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต.เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเชิญชวนสังคมตรวจสอบในประเด็นนี้ เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานการทำงานของคณะตรวจสอบ 2 ชุด ก่อนได้สรุปว่าชุดใดมีพยานหลักฐานหนักแน่นกว่ากัน
นายพริษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการ กกต.จะดำเนินคดีผู้ที่เผยแพร่คลิปวันเลือก สว. ว่า ขณะนี้หน้าที่ของ กกต. คือการตรวจสอบทุกเรื่องที่มีความปรากฏ โดยเรียกร้องให้ กกต.มีสมาธิในการตรวจสอบ และทำงานอย่างตรงไปตรงมาในคดีฮั้ว สว.
ต้องถามกลับมากกว่าหาก กกต.มีคลิปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในมือ และมีข้อสงสัยจากสังคมว่าเกิดอะไร การที่ กกต.จะเลือกนำบางส่วนที่ตอบข้อสงสัยได้มาเผยแพร่โดยไม่ขัดกฎหมาย เชื่อว่า กกต.ดำเนินการได้และทำให้เกิดความโปร่งใส ทำให้ข้อครหาได้รับคำตอบที่ชัดเจน
อ่านข่าว :
"เอกนิติ" เชื่อสหรัฐฯ-อิหร่านเซ็น MOU ช่วยหนุนฟื้นลงทุน-ราคาน้ำมัน
ส่องโปร์ไฟล์ 2 ผู้ประนอมฝ่ายไทย เดินหน้ากลไก UNCLOS สางข้อพิพาททางทะเล "กัมพูชา"
"รักชนก" ยัน "ภาวุธ" สส.ปชน.พร้อมให้ DSI ตรวจสอบปมโยงคดี Forex