ป.ป.ช.ลับดาบทีมสืบ 5 ภาค ล่าตัวผู้ต้องหาหนี สางคดีค้างเก่า
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เดินหน้ายกระดับศักยภาพงานสืบสวนและปราบปรามการทุจริตเชิงรุก โดยสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ได้จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการสำหรับนักสืบสวนคดีทุจริต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทบทวนแนวทางปฏิบัติในการสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับ โดยมีศูนย์กลางการจัดงาน ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9
การประชุมครั้งนี้มีนายทวิชาติ นิลกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีผู้บริหารระดับสูงและนักสืบสวนคดีทุจริตในสังกัดภาค 9 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังได้บูรณาการผ่านระบบประชุมทางไกล (WebEx Meetings) ถ่ายทอดสดไปยัง สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2, ภาค 4, ภาค 6 และภาค 8 ครอบคลุมพื้นที่การปฏิบัติงานทั่วประเทศ
เป้าหมายสำคัญของการระดมสรรพกำลังในครั้งนี้ คือการบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษกับสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนภูมิภาค โดยในที่ประชุมได้หยิบยกวาระสำคัญขึ้นมาถกเถียงและวางแผนปฏิบัติการ อาทิ
การวางแผนสะสางหมายจับคงค้าง ติดตามผลการดำเนินการสืบสวนและล่าตัวผู้กระทำผิดที่ยังลอยนวล เพื่อคืนความยุติธรรมให้สังคม
เจาะลึกเทคนิคการสืบสวน วิเคราะห์อุปสรรคและหาแนวทางแก้ไขในการติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาที่หลบหนีไปต่างประเทศ รวมถึงยุทธวิธีการทำหนังสือขอข้อมูลเส้นทางการเงินจากธนาคาร
ยกระดับระบบเทคโนโลยี อบรมการบันทึกข้อมูลในระบบบริหารจัดการหมายจับ (AWMS) ให้เป็นปัจจุบันและมีความแม่นยำสูงสุด
ความรัดกุมทางนิติวิทยาศาสตร์ การพิจารณาความถูกต้องของหมายจับ และแนวทางปฏิบัติที่รัดกุมในการทำทะเบียนประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ถูกจับ ตามประกาศของสำนักงาน ป.ป.ช.
ในช่วงท้ายของการประชุม นายธนิต สุวรรณากาศ ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนฯ และ นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ได้ร่วมกันตอบข้อซักถามและให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ทีมนักสืบ เพื่อนำไปปรับใช้ในหน้างานจริง
การบูรณาการในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่มุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรให้ก้าวทันอาชญากรรมยุคใหม่ ปิดทุกช่องทางการหลบหนี และสร้างความมั่นใจว่าผู้กระทำความผิดคดีทุจริต จะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม