โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ภาษีทรัมป์ สะเทือน ITC ครึ่งหลังปี 68

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

การบังคับใช้ภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ กับไทย (tariff tax rate) ในอัตรา 36% น่าจะส่งผลกระทบทางลบต่อ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้รับจ้างผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ เนื่องจาก ITC มีลูกค้าหลักเป็นสหรัฐฯ กว่า 60% ขณะที่มีรายได้จากการขายในเอเชียและภูมิภาคโอเชียเนีย มีสัดส่วน 28% ที่เหลือเป็นยุโรป 12%

แม้รัฐบาลไทยจะมีความหวังว่าจะสามารถเจรจาให้อัตราจัดเก็บภาษีดังกล่าวปรับลดลงมา แต่ผลกระทบของ tariff tax rate ก็อาจกดดันยอดขายสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของ ITC ให้ลดลงจากเดิมโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าพรีเมียม (Premium product)

มีการประเมินกันว่า กรณีที่เลวร้ายที่สุด หรือ Worst case อาจจะทำให้ปริมาณขายทั้งหมดของ ITC ในปี 2568 นี้ เติบโตเพียง 1.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งจะกดดันอัตราการทำกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เหลือ 12.13% และอัตราการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เหลือ 19.57% ในกรณีที่ไทยได้รับอัตราภาษีที่สูงมากกว่าประเทศคู่แข่ง

แต่หากไทยประสบความสำเร็จในการเจรจารอบใหม่ ได้รับอัตราภาษีใกล้เคียงกับคู่แข่ง ถือเป็น Base case นั้น ปริมาณขายจะยังคงเติบโต 4.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จะทำให้มี Net Profit Margin อยู่ที่ 14.15% และ Gross Profit Margin อยู่ที่ 21.75% เทียบกับ 19.52% และ 27.7% ในปี 2567 ตามลำดับ

แต่หากไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในการเจรจารอบใหม่ ได้รับอัตราภาษีน้อยกว่าคู่แข่ง หรือ Best case จะทำให้ปริมาณขายโต 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มี Net Profit Margin ที่ 16.7% และ Gross Profit Margin ที่ 24.5%

บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ ชี้ว่า กำไรของ ITC ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ จะสามารถเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก หากเป็นกรณี Best Case คือ หากการเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ได้น้อยกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้คาดกำไรในงวดครึ่งปีแรกไว้ที่ 1.44 พันล้านบาท ลดลง 21.2% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากแรงกดดันของอัตราการทำกำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 25.3% ในไตรมาส 2 ปีนี้ จากต้นทุนปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้น 13% เป็น เฉลี่ยที่ 1,588 ดอลลาร์ต่อตัน นอกจากนี้ Product mix ยังแย่ลง แม้สัดส่วนสินค้า Premium จะทรงตัวที่ 48.7% และการบันทึกรับรู้ภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำ (GMT) ในอัตรา 15%

สำหรับมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 2 ที่ 725 ล้านบาท ลดลง 35% จากปีก่อน แต่ดีขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน เพราะถึงรายได้จะชะลอลง แต่กลับมาดีขึ้น เมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากการจัดการรายการสินค้า หรือ inventory ของลูกค้ายุโรปดีขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยฤดูกาล รวมถึงคำสั่งซื้อลูกค้าสหรัฐฯ ยังเป็นไปตามปกติ ไม่มีสัญญาณชะลอ หรือ เร่งคำสั่งซื้อกว่าปกติก่อนมาตรการ tariffs อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมาตรการ tariffs ที่มีโอกาสเห็นผลกระทบมากขึ้นในครึ่งหลังปีนี้

เช่นเดียวกับบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ซึ่งคาดกําไรไตรมาส 2 ไว้ที่ 731 ล้านบาท โต 8.1% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 27.3% จากงวดปีก่อน โดยคาดการณ์รายได้ที่ 4.48 พันล้านบาท คาด Gross Margin 24% และคาดปริมาณการขายจะโตจากกลุ่มลูกค้ายุโรป

สำหรับผลกระทบของ tariffs ยังไม่เกิดขึ้น แต่กลุ่มลูกค้าจากสหรัฐฯ ยังคงติดตาม หรือ Wait and See เพื่อรอความชัดเจนของมาตรการจากทางสหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบจากมาตรการ GTM จะส่งผลทั้งปี 2568 อยู่ที่ 4-6% ดังนั้นจึงประเมินกำไรปีนี้ไว้ที่ 3 พันล้านบาท มีรายได้ที่ 1.88 หมื่นล้านบาท สูงขึ้น 6% จากปีก่อน

“ข่าวหุ้นธุรกิจ” สำรวจมุมมองของโบรกเกอร์แต่ละสำนัก พบว่า แม้ ITC จะเผชิญกับผลกระทบจาก tariff tax rate แต่ยังคงมีคำแนะนำให้ “ซื้อ” และ “ถือ” ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คาด P/E ปี 2568 สูงสุดที่ 15.26 เท่า ต่ำสุดที่ 11.36 เท่า ขณะที่มี P/BV สูงสุดที่ 1.53 เท่า ต่ำสุดที่ 1.34 เท่า ซึ่ง ITC จะสามารถสร้างผลตอบแทนในรูปปันผลได้ 4.17-7.75% โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 25.25 บาท ต่ำสุดที่ 11.80 บาท

สำหรับในปี 2569 คาด P/E สูงสุดที่ 13.50 เท่า ต่ำสุดที่ 10 เท่า ขณะที่มี P/BV สูงสุดที่ 1.49 เท่า ต่ำสุดที่ 1.22 เท่า ซึ่ง ITC จะสามารถสร้างผลตอบแทนในรูปปันผลได้ 4.35-7.83%

สถานการณ์ของ ITCในครึ่งหลังของปี 2568 ยังต้องติดตาม โดยเฉพาะผลกระทบจากการบังคับใช้ภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ กับไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...