โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปราสาททองโอสถ’ เฉือนหุ้นเพิ่มฟรีโฟลต ONEE

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2565 เวลา 00.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

หุ้นบมจ.เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ONEE) ดิ่งลง 6.45% ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ภายหลังปรากฏข้อมูล “แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ONEE ขายหุ้นสามัญจำนวน 357,000,000 หุ้น สัดส่วน 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทออกมา

โดยขายให้แก่ผู้ลงทุนในวงจำกัดแบบข้ามคืน (Overnight Private Placement) รวมถึงผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ ผู้ลงทุนสถาบันในต่างประเทศ ผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา และ/หรือนิติบุคคลโดยเฉพาะเจาะจง จำนวนไม่เกิน 50 ราย ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในราคา 8.50 บาทต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาบนกระดานหลักที่ปิดทำการซื้อขายเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 ณ ระดับราคา 9.30 บาทต่อหุ้น

ให้เหตุผลในการขายหุ้นราคาต่ำว่า กำหนดโดยวิธีการสำรวจความต้องการการซื้อหลักทรัพย์กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ (Bookbuilding) คิดเป็นมูลค่ารายการเท่ากับ 3,034.5 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Placement Agent)

แพทย์หญิงปรมาภรณ์ เป็นลูกสาวของ “นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งเป็นเศรษฐีหุ้นไทยประจำปี 2565 อันดับ 3 โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 62,735.68 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 4,517.85 ล้านบาท หรือ 7.76%

หุ้นที่ถือครองประกอบด้วย บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เจ้าของเครือข่ายโรงพยาบาล อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ, สมิติเวช, บีเอ็นเอช, พญาไท, เปาโล ในสัดส่วน 12.77% และ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 11.38%

ขณะที่ แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย อันดับ 6 นั่งเก้าอี้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 ใน BDMS โดยถือหุ้นในสัดส่วน 5.08% และ BA 6.49% รวมทั้งยังถือหุ้นใน ONEE จนมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 35,001.87 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 20,950.06 ล้านบาท หรือ 149.09% ส่งเสริมความเป็นเศรษฐีให้ขยับขึ้นจากอันดับ 21 เมื่อปีที่แล้ว

ONEE เป็นหุ้นน้องใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งก่อนหน้านี้แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 40.04% หรือจำนวน 953,500,000 หุ้น

ส่วนผู้ถือหุ้นรอง ๆ ลงมาอีก 4 ลำดับ ประกอบด้วย บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) 595,774,850 หุ้น สัดส่วน 25.02% บริษัท ซีเนริโอ จำกัด 201,722,000 หุ้น สัดส่วน 8.47%, ถกลเกียรติ วีรวรรณ 104,072,000 หุ้น สัดส่วน 4.37% และบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 37,774,059 หุ้น เท่ากับ 1.59%

ภายหลังการขายหุ้นออกครั้งนี้ แพทย์หญิงปรมาภรณ์จะมีสัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 25% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และเป็นกรรมการของ ONEE ต่อไป โครงสร้างการบริหารจัดการและนโยบายในการดำเนินธุรกิจไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

แต่สาเหตุที่ยอมตัดขายหุ้นออกในครั้งนี้ เพราะต้องการให้ฐานผู้ลงทุนประเภทสถาบันและผู้ถือหุ้นรายย่อยของ ONEE มีการกระจายตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือฟรีโฟลต (Free Float) เพิ่มขึ้นจากเดิม 21% เป็น 36%

การเปิดเมือง ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับโควิด ทำให้ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาเติบโต แต่สำหรับโฆษณาสื่อโทรทัศน์ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและกําลังการบริโภคที่ลดลงของภาคครัวเรือน ส่งผลให้สื่อโฆษณาโทรทัศน์สะสม ณ 9 เดือนแรก ปี 2565 นี้เติบโตเล็กน้อยเพียง 1.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

ส่วนเม็ดเงินโฆษณา ภาพรวมในประเทศไทยสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 73.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากมูลค่าสะสมช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.2 พันล้านบาท หรือ 9.2% ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากสื่อโรงภาพยนตร์ สื่อในระบบขนส่ง สื่อในอาคารและสื่อกลางแจ้ง

ภาพรวมเรตติ้งไพรม์ไทม์สะสมเฉลี่ยเดือนมกราคม-กันยายน 2565 ของช่อง one31 อยู่ที่ 2.481 ทำได้เพียงรักษาอันดับสถานีโทรทัศน์อันดับที่ 21 ส่วนเรตติ้งช่วงเวลากลางวันเฉลี่ยเดือนมกราคม-กันยายน 2565 อยู่ที่ 0.951 เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 31 ของอุตสาหกรรม

สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ONEE มีรายได้รวม 1,655.0 ล้านบาท และมีกําไรสุทธิ 164.0 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น 546.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% แต่กำไรสุทธิลดลง 3.9 ล้านบาท หรือลดลง 2.3% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติทำให้ ONEE ยังมีรายได้จากธุรกิจอื่นเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่สามารถจัดงานได้เต็มที่ ดังนั้นรายได้จากส่วนนี้จึงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 10.3% ของรายได้รวมทั้งหมด นอกจากนี้รายได้จากธุรกิจบริหารศิลปินและการขายสินค้าอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

ผู้บริหาร ONEE คาดเม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 4 นี้จะทรงตัวจากไตรมาสก่อน เพราะสินค้ากลุ่ม Global brand ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ด้านสินค้ากลุ่ม Local brand ยังมีปัจจัยกระตุ้นจากกิจกรรมบอลโลก และจะยังคงกลยุทธ์บริหารต้นทุนรับภาวะเม็ดเงินโฆษณาชะลอด้วยการลดเวลาละคร Primetime ราว 30 นาทีต่อวัน

ฐานสมาชิกแพลตฟอร์ม oneD แข็งแกร่งต่อเนื่อง Monthly Active User (MAU) ที่ 3-6 ล้านรายต่อเดือน และยอดวิว 20-40 ล้านวิวต่อเดือน โดยมุ่งหวังเรตติ้งข้ามแพลตฟอร์ม (Cross Platform Rating) จะช่วยเพิ่มรายได้จากช่องทางออนไลน์ออกอากาศสดจะช่วยเพิ่มโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณา การรับชมย้อนหลังได้ยังทำให้ขายโฆษณา Tie in ได้เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าไว้ 50% จากปัจจุบัน 30%

ด้าน OTT Platform มีแนวโน้มจ้างผลิต Original content มากขึ้น แทนที่การซื้อลิขสิทธิ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ONEE ตั้งเป้ารายได้ Copyrigth ปี 2566 ที่ 300 ล้านบาทต่อไตรมาส ใกล้เคียงปีนี้ และหวังมีรายได้จากการรับจ้างผลิต content

ONEE มีโบรกเกอร์ถึง 9 รายแนะนำให้ “ซื้อ” ราคาอยู่ระหว่าง 11-12.80 บาท ราคาหุ้นสูงสุดในรอบ 1 ปี เคยวิ่งไปถึง 13.10 บาท และเคยทำสถิติต่ำสุด 8.85 บาท แต่ล่าสุดราคาหุ้นทรุดไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 8.70 บาท ไม่ขานรับการตัดสินใจขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพื่อเพิ่มฟรีโฟลตเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...