‘พรีเมียมคลินิก’ ทางเลือกบริการ-เพิ่มรายได้ รพ.รัฐ ‘ผอ.รพ.ราชวิถี’ เผยดึงประกันเอกชนเข้าร่วมเพิ่มขึ้น
ผอ.รพ.ราชวิถี ชี้ ‘พรีเมียมคลินิก’ กระแสตอบรับเกินคาด มีผู้ใช้บริการ 700-1,000 คน/เดือน ยัน ไม่เพิ่มภาระแพทย์ ใช้ระบบ P4P จ่ายค่าตอบแทน ขณะที่ กลุ่มจ่ายเงินสด-สิทธิข้าราชการ ใช้บริการมากที่สุด ย้ำ ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำ แต่เพิ่มทางเลือกรายได้กลับสู่โรงพยาบาล หวั่น อนาคตค่าใช้จ่ายสุขภาพพุ่ง คนไทยควรมีประกันสุขภาพเสริม
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยกับ The Active ถึงการดำเนินโครงการ “Premium Clinic” ของโรงพยาบาลราชวิถี ว่า เป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้ารับบริการของประชาชนที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น โดยยืนยันว่าการเปิดคลินิกพิเศษดังกล่าว ไม่กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยในระบบปกติและผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพทุกกองทุน ขณะที่กระแสตอบรับหลังเปิดให้บริการเมื่อเดือนมกราคม 2569 ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้
นพ.จินดา ระบุอีกว่า แนวคิดของ Premium Clinic คือการเปิดให้บริการภายในเวลาราชการ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ยังต้องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐที่มีความเชื่อมั่นในคุณภาพของแพทย์และการรักษา
นโยบายดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 หลังโรงพยาบาลได้รับนโยบายก็ได้วางแผนทันที และสามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569
“เราเปิดบริการมาได้ประมาณครึ่งปีแล้ว ถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี”
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์
ผู้ใช้บริการเกินคาด เตรียมขยายพื้นที่รองรับ
ผอ.รพ.ราชวิถี บอกด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ Premium Clinic เฉลี่ยประมาณ 700-1,000 รายต่อเดือน แม้จะยังไม่ใช่จำนวนมากเมื่อเทียบกับผู้ป่วยทั้งหมดของโรงพยาบาล แต่ถือว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงเริ่มต้น
“ตอนแรกเราคิดว่าผู้ใช้บริการอาจจะยังไม่มาก แต่หลังเปิดบริการและประชาสัมพันธ์ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนขณะนี้เริ่มรู้สึกว่าพื้นที่ที่เตรียมไว้ค่อนข้างเล็ก จึงอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาและขยายพื้นที่รองรับในอนาคต”
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์
กลุ่มจ่ายเงินสด-ข้าราชการ ใช้บริการมากที่สุด
สำหรับผู้ที่สามารถใช้บริการ Premium Clinic ได้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
ผู้ที่ชำระค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเอง
ผู้ใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (กรมบัญชีกลาง)
ผู้ประกันตนประกันสังคมที่มีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นโรงพยาบาลประจำ
ผู้ถือประกันสุขภาพเอกชนที่บริษัททำข้อตกลงกับโรงพยาบาล
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้บริการหลักในปัจจุบันคือ ผู้จ่ายเงินเอง และ ผู้ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ ส่วนผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง หากเลือกเข้ารับบริการใน Premium Clinic จะ ไม่สามารถใช้สิทธิ 30 บาทได้ และต้องชำระค่ารักษาเองทั้งหมด
นพ.จินดา ย้ำว่า Premium Clinic เป็นเพียงบริการเพิ่มเติมจากระบบเดิม โดยโรงพยาบาลยังคงจำนวนคิวตรวจและศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยสิทธิเดิมไว้เท่าเดิม ไม่มีการดึงทรัพยากรหรือโควตาผู้ป่วยออกจากระบบปกติ
ยืนยันไม่เพิ่มภาระแพทย์ ใช้ระบบ P4P จ่ายค่าตอบแทน
เมื่อถูกถามถึงข้อกังวลเรื่องภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ นพ.จินดา ยอมรับว่า โรงพยาบาลบริหารกำลังคนเป็น 2 ส่วน คือ บุคลากรประจำ และบุคลากรที่เกษียณอายุหรือออกจากราชการแล้วแต่ยังมีศักยภาพและเวลาว่าง ซึ่งเชิญกลับมาช่วยให้บริการ
ส่วนบุคลากรประจำจะเป็นผู้บริหารจัดการตารางการทำงานของตนเอง โดยต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลักก่อน จากนั้นจึงสามารถแบ่งเวลามาปฏิบัติงานใน Premium Clinic ได้
สำหรับค่าตอบแทน กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดระเบียบรองรับไว้อย่างชัดเจน โดยใช้ระบบ Pay for Performance (P4P) สำหรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบราชการ และไม่ขัดต่อข้อกำหนดเรื่องการทำงานนอกเวลา
บริษัทประกันเอกชนเริ่มสนใจ หลังค่ารักษาเอกชนสูงขึ้น
นพ.จินดา ยังบอกอีกว่า เดิมบริษัทประกันสุขภาพเอกชนมีความร่วมมือกับโรงพยาบาลราชวิถีในบริการผู้ป่วยใน (IPD) อยู่แล้ว แต่หลังเปิด Premium Clinic ก็เริ่มมีบริษัทประกันเข้าร่วมสำหรับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) มากขึ้น
ปัจจุบันมีบริษัทประกันที่ทำสัญญากับโรงพยาบาลแล้ว 7 บริษัท และยังมีอีกหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการเจรจา สาเหตุสำคัญมาจากค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทประกันต้องการเพิ่มทางเลือกในการส่งลูกค้าเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า
ต้นทุนรักษาเพิ่มจากเงินเฟ้อ แต่ รพ.ยังไม่ขึ้นค่าบริการ
แม้ต้นทุนการรักษาจะเพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและสถานการณ์โลก แต่โรงพยาบาลราชวิถียังคงใช้อัตราค่าบริการตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข นพ.จินดา ย้ำว่า ปัจจุบันทั้งยาและเวชภัณฑ์หลายรายการปรับราคาสูงขึ้น บางรายการเพิ่มขึ้นถึง 10-20% และบางชนิดยังประสบปัญหาการจัดส่ง แต่โรงพยาบาลไม่ได้ปรับขึ้นค่าบริการ
ส่วนค่ารักษาที่ได้รับจากกองทุนหลักทั้งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ยังคงเป็นไปตามอัตราที่รัฐกำหนด โรงพยาบาลไม่สามารถเรียกเก็บเพิ่มเติมได้
ชูบริการใกล้เคียงเอกชน ลดเวลารอ แต่ยังอยู่ในราคาภาครัฐ
ผอ.รพ.ราชวิถี บอกด้วยว่า จุดเด่นของ Premium Clinic คือ การบริหารจำนวนผู้ป่วยในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สามารถลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มเวลาที่แพทย์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้
แม้อาจไม่สามารถเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนทุกระดับได้ แต่เชื่อว่าผู้ใช้บริการจะสัมผัสถึงความแตกต่างในด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และประสบการณ์การรับบริการที่ดีขึ้น
ย้ำ Premium Clinic ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำ แต่เพิ่มทางเลือกและรายได้กลับสู่โรงพยาบาล
นพ.จินดา ย้ำอีกว่า เป้าหมายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการผลักดัน Premium Clinic มีหลายด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนที่ต้องการบริการที่สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพบแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐที่ตนเองเชื่อมั่น
รายได้ที่เกิดขึ้นจากค่าบริการพิเศษจะถูกนำกลับเข้าสู่ระบบของโรงพยาบาล เพื่อนำไปใช้พัฒนาคุณภาพบริการและเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยทุกสิทธิ์
“Premium Clinic เป็นเพียงทางเลือกเพิ่มเติม ไม่ใช่การลดทอนบริการเดิม ผู้ป่วยทุกสิทธิยังได้รับการดูแลเหมือนเดิม ไม่มีการลดจำนวนคิวตรวจหรือศักยภาพของบริการปกติ เราเพียงเพิ่มอีกช่องทางหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น”
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์
ชี้อนาคตค่าใช้จ่ายสุขภาพพุ่ง คนไทยควรมีประกันสุขภาพเสริม
เมื่อถามถึงแนวโน้มระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพของประเทศ นพ.จินดา บอกว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังและโรคซับซ้อนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีทางการแพทย์ ยาใหม่ และนวัตกรรมการรักษาก็มีต้นทุนสูงขึ้น ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม รายรับของโรงพยาบาลจากกองทุนสุขภาพหลักทั้ง 3 กองทุน ยังเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น จึงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบบริการสุขภาพไทยในการรักษาสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่าย
หากประชาชนที่มีศักยภาพสามารถทำประกันสุขภาพภาคเอกชนเพิ่มเติมเพื่อใช้ควบคู่กับสิทธิการรักษาของรัฐ ก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงบริการ และช่วยให้ระบบการเงินด้านสุขภาพของประเทศมีความสมดุลมากขึ้นในระยะยาว โดยยังคงรักษาหลักประกันสุขภาพภาครัฐให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างยั่งยืน