นายกฯ เตรียมเยือนมาเลเซีย เร่งเจรจาปลดล็อกส่งออกกุ้ง-ปลา
วันนี้ (2 ก.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดการที่จะเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.2569 เพื่อเข้าพบหารือกับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยมีวาระสำคัญในการยกระดับความร่วมมือ ทั้งในมิติของความมั่นคงตามแนวชายแดน และการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้ากรณีที่ทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งและปลาจากประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา
จากการหารือเบื้องต้นในระดับทวิภาคี ผลการเจรจามีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี โดยผู้นำทั้ง 2 ประเทศ เน้นย้ำความสำคัญในการเร่งรัดคลี่คลายปัญหานี้ให้เสร็จสิ้น ก่อนการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ และคาดหมายว่า จะสามารถลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่ร่วมกันได้ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดทางให้สินค้าประมงของไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียได้อีกครั้ง
ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเชิงเทคนิคว่า หน่วยงานภาครัฐของทั้งไทยและมาเลเซียได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสุขอนามัยและสารตกค้าง (SPS) ในสินค้าสัตว์น้ำระหว่างกันให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ข้อตกลงการนำเข้าและส่งออกฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ได้จริงภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน
ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์และห้องปฏิบัติการยังคงดำเนินไปอย่างเคร่งครัดสูงสุด เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของทั้งสองประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค
เกษตรกรโอดรัฐแก้วิกฤตล่าช้า
นายปรีชา สุขเกษม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา ระบุว่า การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งที่ประเทศไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกัน ซึ่งควรจะสามารถเจรจาข้อยุติได้เร็วกว่านี้ ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ไม่มีผลผลิตกุ้งเหลือส่งออกแล้ว เนื่องจากจำใจต้องจับกุ้งขายในภาวะจำยอมด้วยราคาที่ต่ำกว่าทุนนับตั้งแต่ถูกระงับการส่งออก
สอดคล้องกับ นายสุวัฒน์ พิชัยรัตน์ เจ้าของบ่อกุ้ง ใน ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ที่ชี้ว่า การเดินทางไปเจรจาในครั้งนี้อาจไม่ได้ช่วยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทันท่วงที เนื่องจากปัญหาคาราคาซังมานานนับเดือน จนส่งผลให้ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนสะสมและต้องตัดสินใจหยุดดำเนินกิจการบ่อกุ้งไปแล้ว
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการประสานงานไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงผลผลิตกุ้งจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นำมาเปิดจุดจำหน่ายกระจายสินค้าจังหวัดละ 10 ตัน
พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมมือกับกลุ่มห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และสมาคมผู้ประกอบการห้องเย็นจากจังหวัดสมุทรสาคร ให้เข้ามารับซื้อผลผลิตเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยดูดซับผลผลิตกุ้งออกจากระบบได้มากกว่า 2,000 ตัน
จากการดำเนินงานดังกล่าว บรรยากาศการจำหน่ายกุ้งเริ่มคึกคักในหลายพื้นที่ โดยที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าใน จ.สุรินทร์ ได้เปิดจำหน่ายกุ้งขาวแวนนาไมสดคุณภาพดีในราคาพิเศษวันแรก ประชาชนในพื้นที่ระบุว่า ราคากุ้งลดลงจากปกติกิโลกรัมละ 360 บาท เหลือเพียง 189 บาท ทำให้ประชาชนแห่มาอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
เช่นเดียวกับที่ จ.ร้อยเอ็ด ที่มีการจัดงานจำหน่ายกุ้งขาวคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากเกษตรกร จ.ฉะเชิงเทรา โดยปรับลดราคาจากกิโลกรัมละ 220 บาท เหลือเพียง 199 บาท เพื่อเร่งระบายผลผลิตและประคองเสถียรภาพราคาในประเทศในระหว่างที่รอผลการเจรจาระดับประเทศสัปดาห์หน้า
อ่านข่าว :
เปิด 2 คดีเฮโรอีนซุกเบาะรองนั่ง ก่อนแอร์โฮสเตสไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย
วันเดย์ทริป ดำน้ำดูปะการัง-เรียนรู้ประวัติศาสตร์ “เกาะลังกาจิว” หมู่เกาะชุมพร
แกะรอย 2 ธุรกิจเสี่ยงนอมินี ย่านหลักสี่ พบพฤติการณ์-เส้นเงินผิดปกติ