โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KBANK คาดบาทสัปดาห์หน้าแกว่ง 31.00-31.80 บ. จับตาเงินเฟ้อ–การเมืองไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (2-6 ก.พ.69) ที่ระดับ 31.00-31.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่ 31.37 บาทดอลลาร์ ทั้งนี้ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high)

ขณะที่เงินดอลลาร์ขาดแรงหนุนในช่วงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าหลุดแนว 31.00 ไปแตะระดับ 30.866 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนครั้งใหม่ (นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564)

อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งตลาดประเมินว่า อาจเป็นการเข้าดูแลเพื่อลดความผันผวนของเงินบาทจากทางการ และถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงจากแรงขายทำกำไร

นอกจากนี้ Sentiment ของเงินดอลลาร์ยังทยอยฟื้นตัวขึ้นในหลังการประชุมเฟดซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% และมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า เฟดจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ๆ นี้ ขณะที่ คำพูดของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ (ที่เน้นย้ำนโยบายดอลลาร์ฯ แข็งค่าและกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าแทรกแซงเพื่อทำให้เงินเยนแข็งค่า) และการคาดการณ์รายชื่อประธานเฟดคนถัดไป (ที่ตลาดให้น้ำหนักไปที่นายเควิน วอร์ช) ก็เป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

อนึ่ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานเรื่องนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนของคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ซึ่งในรายงานฉบับนี้ไทยถูกเพิ่มชื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มติดตามใกล้ชิด (Monitoring list) ร่วมกับญี่ปุ่น จีน เยอรมนี ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวันและเวียดนาม อย่างไรก็ดี ปัจจัยนี้ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์

ส่วนในสัปดาห์หน้าปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย (8 ก.พ.)

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิต/บริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนม.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนธ.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) (5 ก.พ.) ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการเดือนม.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...