อัยการจ่อยื่นอุทธรณ์ยึดทรัพย์ "ทนายตั้ม-ภรรยา" ในกรอบเวลา 30 วัน
กรณีศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องของรัฐและคืนทรัพย์สินให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และภรรยา มูลค่าประมาณ 71-74 ล้านบาท ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีฉ้อโกงเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท
วันนี้ (25 ก.พ.2569) แหล่งข่าวในสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด เนื่องจากมีขั้นตอนที่อัยการสามารถดำเนินการได้ โดยอัยการจะตรวจสอบคำพิพากษาของศาลแพ่ง เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นคำร้องขออุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการอุทธรณ์ 30 วันหลังจากศาลมีคำพิพากษา
แต่หากไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายเวลาได้โดยต้องมีเงื่อนไขที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขยายเวลา ซึ่งขณะนี้อัยการอยู่ระหว่างคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาของศาล คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
ที่ปรึกษากฎหมาย "เจ๊อ้อย" ระบุคำสั่งคดีแพ่งไม่มีผลผูกพันคดีอาญา
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับ น.ส.จตุพร ผู้เสียหายในคดี เปิดเผยภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องยึดทรัพย์นายษิทราว่า เคารพในคำพิพากษาศาล แต่ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่อัยการไม่สืบความประจักษ์พยานหรือผู้เสียหาย
นายปานเทพ กล่าวถึงนายษิทราว่า คดีแพ่งไม่ผูกพันคดีอาญา ซึ่งคือคดีหลักและยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา โดยศาลจะเริ่มสืบพยานวันที่ 3 มี.ค.นี้
สำหรับคดีอาญา นายษิทราถูกฟ้องดำเนินคดีร่วมกับพวกรวม 7 คน ในข้อหาฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ โดยมีจำเลย 4 คนให้การรับสารภาพแล้ว
อ่านข่าว
ศาลแพ่งยกคำร้อง สั่งคืนทรัพย์สิน "ทนายตั้ม" คดีฉ้อโกง "เจ๊อ้อย"
ผู้เชี่ยวชาญเปิด 3 องค์ประกอบความร้อน เพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 สุรินทร์
"สีหศักดิ์" โต้ "กัมพูชา" กลางวง UNHRC บิดเบือนใส่ร้ายไทย-ยั่วยุซ้ำซาก