ซื้อยาสัตว์ออนไลน์ ระวัง ! เช็กให้ดี “ของจริง” หรือ “ของเถื่อน” ?
การซื้อยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์อาจสะดวกและมีราคาถูกกว่า แต่ผู้ซื้ออาจไม่สังเกต หรือตรวจสอบได้ว่าสินค้าที่ได้รับเป็นยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือมีคุณภาพตามมาตรฐานหรือไม่ ที่ผ่านมา อย. เคยเตือนว่ายาสัตว์ที่ไม่มีเลขทะเบียนอาจไม่มีสารสำคัญ หรือมีปริมาณสารสำคัญต่ำหรือสูงกว่าที่กำหนด ส่งผลให้ยาไม่ได้ผลหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้
ทลายแหล่งยาสัตว์เถื่อน ซุกในกล่องเครื่องสำอาง
15 มิ.ย. 69 - ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตวังทองหลาง กทม. ทลายแหล่งจำหน่ายยารักษาสัตว์ (แมว) เถื่อน ที่ลักลอบนำยามาบรรจุใส่กล่องสกินแคร์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ก่อนส่งขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตรวจยึดของกลางเป็นยาสัตว์ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยารวม 622 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมนำตัวผู้ดูแลสถานที่ส่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
กรณีนี้สะท้อนว่า การเห็นสินค้าวางขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หรือมีบรรจุภัณฑ์ดูน่าเชื่อถือ ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านการตรวจสอบหรือได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
[caption id="attachment_15605" align="aligncenter" width="2560"]
ภาพ: ตำรวจสอบสวนกลาง[/caption]
ทำไม “ยารักษาสัตว์เถื่อน” จึงอันตราย ?
ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาจไม่ได้ผ่านการตรวจสอบด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพเหมือนยาที่ได้รับอนุญาต
หากมีสารสำคัญ น้อยเกินไป มีการผสมแป้ง หรือถูกนำไปเติมน้ำ อาจทำให้รักษาไม่ได้ผล ขณะที่หากมีสารสำคัญมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้
โดยเฉพาะยาที่ใช้รักษาโรคหรือยาที่ต้องควบคุมขนาดการใช้ เจ้าของสัตว์ไม่ควรตัดสินใจเลือกหรือกำหนดขนาดยาเองจากข้อมูลในโพสต์ รีวิว หรือคำแนะนำจากผู้ขาย
ทั้งนี้ หากสัตว์เลี้ยงป่วยควรพาไปตรวจรักษากับสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและใช้ยาอย่างเหมาะสม
6 วิธี เช็กยาสัตว์ก่อนซื้อออนไลน์
1. เช็กเลขทะเบียนและข้อมูลผลิตภัณฑ์
ก่อนซื้อยารักษาสัตว์ ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือไม่ และข้อมูลบนผลิตภัณฑ์ตรงกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้หรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตผ่านเว็บไซต์ อย. รวมถึงช่องทาง Line @FDAThai
2.เช็กฉลากให้ครบ
ก่อนซื้อหรือใช้ ควรดูว่า
- ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อผู้ผลิต/ ผู้นำเข้าชัดเจนหรือไม่
- มีเลขทะเบียนหรือข้อมูลการอนุญาตที่ตรวจสอบได้หรือไม่
- ระบุส่วนประกอบหรือสารสำคัญหรือไม่
- มีวิธีใช้และคำเตือนหรือไม่
- มีวันผลิตและวันหมดอายุหรือไม่
- บรรจุภัณฑ์มีร่องรอยแกะ เปิด หรือเปลี่ยนสภาพหรือไม่
หากข้อมูลสำคัญไม่ครบ อ่านไม่ออก หรือไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ไม่ควรเสี่ยงนำมาใช้กับสัตว์เลี้ยง
3. อย่าหลงคำโฆษณาที่อ้างเกินจริง
การกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริงเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรระวัง เช่น “กินแล้วรักษาได้หายขาด” “รักษาได้ทุกโรค” “เห็นผลในไม่กี่วัน” “ปลอดภัย 100%” “ไม่ต้องพบสัตวแพทย์”
4. ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติ–เร่งให้โอน
ราคาถูกกว่าท้องตลาดมากอาจไม่ใช่โอกาสเสมอไป โดยเฉพาะหากผู้ขายเร่งให้โอนเงิน หรืออ้างว่าเป็น “ของหลุดสต๊อก” “ของแท้ราคาพิเศษ” แต่ไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาได้
ควรตรวจสอบชื่อร้าน แหล่งจำหน่าย และข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจ
5. ไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งให้สัตว์กิน
หากไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร มีสารสำคัญอะไร หรือเหมาะกับสัตว์ชนิดไหน อย่าเพิ่งทดลองใช้เอง
โดยเฉพาะสัตว์ที่มีอาการป่วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน เพราะการใช้ยาผิดชนิดหรือผิดขนาดอาจทำให้การรักษาล่าช้าและเกิดอันตรายได้
ที่มา:ตำรวจสอบสวนกลาง CIB