โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

THCOM เอาจริง! ใช้ “เทคโนโลยีอวกาศ” สู้ฝุ่นพิษ PM2.5 ผนึก สอน. จับตาเผาอ้อยจากนอกโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยคม จํากัด (มหาชน) หรือ THCOM ร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม,สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดตัวแพลตฟอร์ม Burn Tracking อย่างเป็นทางการ เพื่อติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศระบบดาวเทียม(Space Technology) ผสานกับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI (Artificial Intelligence) เพื่อติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยแบบเรียลไทม์ มุ่งลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเป็นระบบ พร้อมต่อยอดขยายผลสู่ทุกภาคเกษตรกรรม หวังยกระดับสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงาน สอน. ดำเนินนโยบายภายใต้แนวคิด “Mind ใช้หัว และใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยปีการผลิต 2567/2568 มีชาวไร่อ้อยขึ้นทะเบียนกว่า 430,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 11.13 ล้านไร่ มีปริมาณอ้อยเข้าหีบกว่า 92 ล้านตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2567 มากกว่า 184,000 ล้านบาท และเฉพาะครึ่งปี 2568 สร้างรายได้แล้วกว่า 92,500 ล้านบาท ขณะที่ในเวทีโลกไทยเป็นผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 5 ของโลก และส่งออกมากเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล

ทั้งนี้ สอน. ได้ดำเนินมาตรการลดการเผาอ้อยอย่างเข้มข้น 6 ด้าน หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาแพลตฟอร์ม Burn Tracking ร่วมกับไทยคม ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจจับร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยได้อย่างแม่นยำ โดยในฤดูผลิตที่ผ่านมา อัตราอ้อยสดเข้าหีบสูงถึง 85% ลดการเผาลงเหลือเพียง 15% หรือราว 13.68 ล้านตัน จากเดิมกว่า 24 ล้านตัน เทียบเท่าลดการเผาป่ากว่า 1 ล้านไร่ และลดฝุ่น PM 2.5 ได้มากกว่า 5,000 ตันต่อปี

สำหรับแพลตฟอร์ม Burn Tracking ที่เปิดตัวในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์การเผาไหม้ในไร่อ้อยแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบ Dashboard และแผนที่เชิงพื้นที่ (Geo-Map) สามารถแสดงข้อมูลตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด ไปจนถึงตำบล พร้อมระบบวิเคราะห์ผลผลิตอ้อย การคาดการณ์ปริมาณอ้อยเข้าโรงงาน และแสดงจุดความร้อนในพื้นที่อย่างแม่นยำ รองรับการส่งออกข้อมูลในรูปแบบ PDF และ CSV และสามารถใช้งานผ่าน Line Official Account ได้อีกด้วย

ด้านนายปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THCOM กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยคมได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ในการนำเทคโนโลยีอวกาศ หรือ Space Tech มาคิดค้นนวัตกรรมและบริการเพื่อพัฒนาการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ล่าสุดครั้งนี้เดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างรายได้จากกลุ่มเทคโนโลยีอวกาศ (Space Tech) และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยพัฒนาแพลตฟอร์มตรวจจับการเผาในไร่อ้อยร่วมกับสอน. เบื้องต้นครอบคลุม 4 จังหวัดจากทั้งหมด 47 จังหวัดปลูกอ้อย หวังขยายผลใช้ทั่วประเทศในอนาคต พร้อมต่อยอดข้อมูลจากดาวเทียมด้วย AI วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นที่แบบ real-time เสริมศักยภาพบริหารจัดการมลพิษ PM2.5

สำหรับรูปแบบรายได้คาดว่าจะมาจากการเก็บค่าเข้าถึงและค่าบริการแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจเป็นรายปีหรือรายเดือนคาดว่าจะสร้างรายได้จากรูปแบบสมาชิกหรือค่าบริการรายปีแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยในการบริหารจัดการปัญหาการเผาอ้อย และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลการเผาอ้อยได้ ปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ล้านไร่ จากพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมด 14 ล้านไร่

นอกจากนี้ธุรกิจ Space จากการประเมินการดูดซับคาร์บอน (Carbon Watch) โดยใช้ดาวเทียมในการประเมินการดูดซับคาร์บอน โดยได้เซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ๆ อย่าง CPack ของ SCG และ Global Green Chemical (GGC) ภายใต้กลุ่ม ปตท. ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จำเป็นต้องหาทางดูดซับคาร์บอนกลับคืนบริการนี้กำลังเริ่มต้นและคาดว่าจะขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีกฎหมาย (พ.ร.บ.) เกี่ยวกับคาร์บอนเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ทุกคนตื่นตัวและต้องดำเนินการเครื่องมือ Carbon Watch นี้ได้รับการรับรองจาก T-VER ของ อบก. (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก).

นอกจากนี้ยังมีความสนใจที่จะขยายบริการนี้ไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศลาว ที่มีป่าใกล้เคียงกับประเทศไทยการวัดคาร์บอนในไทยจะรับรองวิธีการวัด ส่วนในระดับนานาชาติอย่าง Vera หรือ Gold Standard จะดูภาพรวมทั้งโครงการ

"แนวโน้มรายได้ไตรมาส 3/68 บริษัทคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นกว่าไตรมาส 2/68 โดยการเติบโตนี้เป็นผลมาจากโครงการที่เคยล่าช้าในช่วงไตรมาสแรกและเริ่มสร้างรายได้ในช่วงกลางไตรมาส 2 โดยจะสามารถสร้างรายได้ได้อย่างเต็มที่ อาทิ การให้บริการต่อเนื่องของโครงการ USOSAT เฟส 2 ซึ่งตอนนี้เริ่มสร้างรายได้แล้ว และการส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วย NT ควบคุมดาวเทียม ซึ่งทาง NT ได้อนุมัติแล้วและเริ่มดำเนินการในช่วงกลางไตรมาส 2 เช่นกัน และรายได้จากการร่วมมือกับ ฮิวจ์ คอมมิวนิเคชั่นส์ อินเดีย (Hughes Communications India Private Limited: HCI) ผู้ให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์ชั้นนำในประเทศอินเดีย ขณะนี้เริ่มให้บริการไทยคม 8 แล้ว โดยการใช้งานดาวเทียมไทยคม 8 ปัจจุบันมีการใช้งานประมาณ 65-70% แต่มี Commitment จากคู่ค้าว่าจะใช้เต็ม 100% และคาดว่ารายได้รวมทั้งปี 68 จะดีกว่าปีที่แล้ว" นายปฐมภพ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับโครงสร้างรายได้ปัจจุบันงบริษัทมาจากประเทศไทยประมาณกว่า 60% และจากต่างประเทศประมาณ 40% ส่วนรายได้จากกลุ่ม Space Tech (S-Tech) ยังคงเป็นส่วนน้อยของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและในอนาคตคาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านความคืบหน้าโครงการ USO เฟส 3 (USO 3): เป็นโครงการที่มีมูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท บริษัทมีความตั้งใจที่จะเข้าประมูล โดยมีเป้าหมายที่จะเป็น ผู้รับเหมาหลัก (prime integrator) ในบางภูมิภาค แทนที่จะเป็นเพียงผู้ให้บริการดาวเทียมเหมือนใน USO เฟส 2 การเป็นผู้รับเหมาหลักจะทำให้บริษัทได้รับรายได้ในส่วนของ "top-line" มากขึ้น เนื่องจากต้องรวมการบริการอื่นๆ เช่น ไฟเบอร์ และระบบที่ไม่ใช่ดาวเทียมด้วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น(เฮียริ่ง) ครั้งที่ 2 และคาดว่าจะมีการเปิด TOR และเซ็นสัญญาได้ภายในปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อเร่งส่งมอบอุปกรณ์บางส่วนก่อนสิ้นปี

ส่วนการประมูลวงโคจรใหม่บริษัทลูกของไทยคมได้ยื่นข้อเสนอในการประมูลวงโคจรสุดท้าย 2 วงโคจร ได้แก่ 51 องศาตะวันออก และ 142 องศาตะวันออก ซึ่งแม้ว่าอาจจะยังไม่มีการใช้งานที่สูงมาก แต่ถือเป็นสมบัติของประเทศ และบริษัทพร้อมที่จะพัฒนาหากมีโอกาสทางธุรกิจ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการยื่นข้อเสนอและอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กสทช. และคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า การประมูลครั้งนี้ไม่มีคู่แข่ง นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดตัวดาวเทียมไทยคม 9 ในช่วงปลายปี 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...