โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดสาเหตุ‘แม่ทัพภาคที่2’ สั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้า‘ช่องสายตะกู’

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

เปิดสาเหตุ‘แม่ทัพภาคที่ 2’สั่งปิดด่านช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ เหตุกังวลความปลอดภัยคนไทย หลัง 30 นักท่องเที่ยวกัมพูชา เหิมร้องเพลงที่‘ปราสาทตาควาย’

22 มิถุนายน 2568 จากกรณีที่ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) มีคำสั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เมื่อค่ำวานนี้ (21 มิ.ย.68) เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุของการปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู เนื่องจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา จำนวนประมาณ 30 คน เดินทางเข้ามายังบริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยได้มีการบันทึกภาพ วิดีโอ และร่วมร้องเพลงในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้เข้าระงับเหตุการณ์อย่างสุภาพและเหมาะสม

ขณะที่ก่อนหน้านี้ วันที่ 19 มิ.ย.68 เวลา 09.17 น. ทางกัมพูชา ได้สั่งปิดจุดผ่อนปรนช่องอานม้ากะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้าให้ทางประชาชนทั้ง 2 ประเทศทราบ

ทั้งนี้ จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ที่ผ่านมาเปิดตามมาตรการควบคุมวันเวลาเปิด-ปิด จาก 7 วัน เหลือสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี เวลา 09.00 - 12.00 น. แต่ปัจจุบันปิดแล้ว 2 ด่าน คือ จุดผ่อนปรนช่องอานม้า และด่านจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู เหลือจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ และจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ที่ยังคงเปิด-ปิด ตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 2

สำหรับการค้าขายในพื้นที่นี้ ประชาชนฝั่งกัมพูชาส่วนมากจะข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค พืชผัก และปุ๋ย ส่วนคนไทยจะข้ามไปซื้อเหล้า เบียร์ บุหรี่ ตามปริมาณที่รัฐกำหนดให้ และบางส่วนก็ข้ามไปเล่นบ่อนคาสิโน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘แม่ทัพภาคที่ 2’สั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้า‘ช่องสายตะกู’บุรีรัมย์ ปกป้องอธิปไตย-ประชาชน

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...