Café Hopping งานอดิเรกยอดฮิตติดเทรนด์ ที่ทำให้คาเฟ่เป็นได้มากกว่าร้านขายกาแฟ
เมื่อ “สภากาแฟ” มีวิวัฒนาการมาจนเป็นมากกว่าที่พบปะ รวมพลคนชอบคุย รับฟัง ถกถาม แลกเปลี่ยนเรื่องราวไปพลางจิบกาแฟไปพลางอย่างที่คุ้นชินกันในอดีต แต่ได้กลายร่างมาเป็น “คาเฟ่” แสนเก๋หลากสไตล์ ที่นอกจากจะมีกาแฟและเครื่องดื่มมากมาย ยังมีทั้งขนม เบเกอรี่ และอาหารจานสวย ไว้บริการความอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งอันโดดเด่นไปด้วยดีไซน์ที่หลากหลายเพื่อสร้างความแตกต่าง จนเป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวของคนรักการถ่ายภาพ (มากกว่าชอบดื่มกาแฟ) และเกิดคำศัพท์ที่ใช้บัญญัติกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ว่า “Café Hopping” ขึ้น ซึ่งเป็นงานอดิเรกสุดฮอตของคนที่ชอบไปร้านกาแฟเป็นประจำ และไปหลายร้านในวันเดียว โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนชอบดื่มกาแฟนั่นเอง
นอกจากจะเป็นงานอดิเรกยอดนิยมของคนยุคนี้ จนมีเหล่า Café Hopper กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์คอยพากินพาเที่ยวและแนะนำคาเฟ่จนสร้างทั้งชื่อเสียงและรายได้ได้จำนวนไม่น้อยแล้ว กระแสของ Café Hopping ยังเป็นปัจจัยสำคัญของคาเฟ่เกิดใหม่มากมาย ที่ต่างพากันงัดจุดดีสร้างจุดเด่นที่พิเศษมากกว่าแค่ร้านขายกาแฟธรรมดาสามัญ
Empre Can Acer / Pexels
วัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบมีดีไซน์
โรเบิร์ต ชไนเดอร์ (Robert Schneider) กล่าวถึง Café หรือ Coffee Shop ไว้ในหนังสือ Café Culture For Lovers of Coffee and Good Design (2019) ว่า วัฒนธรรมการดื่มกาแฟได้รับการพัฒนาให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หากจะกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างร้านกาแฟแบบดั้งเดิมกับคาเฟ่สมัยใหม่ จะพบว่าแต่ละที่ต่างให้บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม บุคลิกภาพ รูปลักษณ์ และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน โดยร้านกาแฟแบบดั้งเดิมยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของกาแฟ หรือเครื่องดื่มอย่างช็อกโกแล็ต รวมถึงขนมอบต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็มีร้านกาแฟอีกไม่น้อยที่เพิ่มในส่วนของเมนูอาหาร รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์หรือไวน์ อันเป็นผลให้ร้านกาแฟแปรเปลี่ยนเป็นคาเฟ่มากขึ้นในปัจจุบัน
ชไนเดอร์ยังเขียนถึงการออกแบบที่เต็มไปด้วยสไตล์ของคาเฟ่ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันด้วยว่า ร้านกาแฟหรือคาเฟ่เกิดใหม่นั้นเริ่มมองเห็นว่าการออกแบบสามารถสร้างมูลค่าในการสร้างแบรนด์ของร้านตัวเองให้เป็นที่จดจำและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับแบรนด์หรือร้านของตัวเองได้ แม้ว่าการออกแบบในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกอาจดูเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกใช้วัสดุยอดนิยมจำพวกไม้รีไซเคิลต่าง ๆ แต่การออกแบบคาเฟ่ในปัจจุบันก็มีความประณีต พิถีพิถัน และซับซ้อนมากขึ้น เนื่องมาจากการเลือกใช้สถาปนิกและนักออกแบบมืออาชีพที่มีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้คาเฟ่หรือร้านกาแฟมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสถาปนิกและนักออกแบบได้มีการใช้ข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น โครงสร้าง สถานที่ตั้ง กฎในการก่อสร้างอาคารของท้องที่นั้น ๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการกำหนดแนวคิด สร้างสรรค์การออกแบบร้านแต่ละร้าน เพื่อเป็นการสร้างความต่างที่มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟหรือการเข้าคาเฟ่ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ มากกว่าจะแข่งขันกันในเรื่องของสูตรหรือรสชาติกาแฟ
Café Culture for Lovers of Coffee and Good Design
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่า เพราะเหตุใดคาเฟ่จึงกำเนิดขึ้นมากมายในทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นกระทั่งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก ยังลุกขึ้นมาทำคาเฟ่สุดหรูในแบบฉบับเฉพาะแบรนด์มากมาย อาทิ
- Beige by Chanel ร้านอาหารและคาเฟ่ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ดังอย่าง Chanel และ Alain Ducasse Enterprise ซึ่งตั้งอยู่ในตึกของ Chanel ย่านดาวน์ทาวน์ในกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น
- Gucci Osteria da Massimo Bottura ร้านอาหารอิตาเลียนของเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่เกิดจากการร่วมมือกันของแบรนด์ Gucci กับเชฟ Massimo
- Bar Luce by Prada คาเฟ่สีพาสเทลโดยแบรนด์ Prada ตั้งอยู่กลางกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี
- Vivienne Westwood Café ของแบรนด์แฟชั่นสุดพังก์ Vivienne Westwood ที่เปิดทำการคาเฟ่และร้านอาหารแฟชั่นสุดหรูที่ฮ่องกง
นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์หรูอีกมากมายซึ่งเคยแวะเวียนมาเปิดเป็น Pop Café ที่ประเทศไทยด้วย อาทิ Café Kitsune หรือ Marimekko Pop-Up Café เป็นต้น
Café Culture for Lovers of Coffee and Good Design
เมื่อ “คาเฟ่” ไม่ใช่แค่ร้านขายกาแฟอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่ไม่ได้เน้นในเรื่องของกาแฟและดีไซน์สวยงามสุดชิคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีคาเฟ่ที่เป็นศูนย์รวมความชอบแบบเฉพาะตัวในด้านต่าง ๆ อย่างคาเฟ่เอาใจคนรักสัตว์ ที่มีทั้งคาเฟ่หมา แมว กระต่าย ผีเสื้อ หรือแม้กระทั่งสัตว์หายาก อย่างแร็กคูนคาเฟ่ ไปจนถึงคาเฟ่ที่เปรียบเสมือนสวนสัตว์ขนาดย่อม หรือ Pet Café คาเฟ่สัตว์เลี้ยงแห่งแรกของโลกซึ่วเปิดบริการที่ไต้หวัน เมื่อปี 2541 ชื่อ Cat Flower Garden โดยได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี กระทั่งญี่ปุ่นได้นำไอเดียนี้ไปต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจที่มาแรง รวมถึงในประเทศไทยเช่นกัน
Board Game Café ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของงานอดิเรกยอดฮิตและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องอยู่ในลิสต์ของเหล่า Café Hopper ด้วย โดย Board Game Café นับเป็นคอมมิวนิตี้สร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มีแค่อาหารหรือเครื่องดื่มไว้บริการ แต่เป็นพื้นที่ในการพบปะของคนทุกเพศทุกวัยที่มีความสนใจใน “บอร์ดเกม” ให้ได้มารวมตัวกันเล่นบอร์ดเกมซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทยก็มี Board Game Café เปิดบริการอยู่ไม่น้อย และบางร้านยังเพิ่มจุดขายให้สถานที่มากขึ้นด้วยการเพิ่มบริการเสิร์ฟคราฟต์เบียร์ พิซซ่า หรือชาเบลนด์สูตรพิเศษอีกด้วย
Augos tines Martinus Noppe / Pexels
“คาเฟ่” แบบไทยสไตล์ อร่อยดีและเก๋ด้วย
ไม่ได้มีแค่การรับวัฒนธรรมตะวันตกเท่านั้น แต่ก็ยังมีคาเฟ่แบบ “ไทยสไตล์” ที่นำเอาอาหารไทย ขนมไทย หรือผลไม้ไทยมารังสรรค์เป็นเมนูหรือธีมของคาเฟ่ เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น KANOM CHAN Thai Dessert Rooftop Bar คาเฟ่ขนมไทยและรูฟท็อปบาร์ใจกลางบางลำพูCher Cheeva Thai Dessert Cafe คาเฟ่ขนมไทยโรงแรมสยามนิทรา ราชเทวี เวฬาฌา(เว-ลา-ชา) คาเฟ่ย่านอารีย์ที่นำขนมหวานของไทยมาจับคู่กับชาคุณภาพดีกว่า 40 ชนิด
ราชาแห่งผลไม้อย่าง “ทุเรียน” ก็สามารถนำมาเป็นกิมมิกในการเปิดคาเฟ่ได้เช่นกัน ปัจจุบันมีคาเฟ่ทุเรียนเปิดให้บริการความอร่อยท่ามกลางบรรยากาศสุดชิค ที่เรียกได้ว่าครีเอตทั้งเมนูและสไตล์การตกแต่งร้านอย่างเช่นที่ Tree House Durian Café คาเฟ่ทุเรียนแห่งแรกของจังหวัดจันทบุรี ที่มีเมนูทุเรียนหลากหลายทั้งโทสต์ทุเรียน บิงซูทุเรียน เค้กทุเรียนครีมสด ข้าวเหนียวทุเรียน หรือเมนูของคาวอย่าง ยำทุเรียนกุ้งสด และเมนูเครื่องดื่ม หมอนทองครีมมีสมูทตี้ โดยร้านยังได้รับการตกแต่งด้วยบรรยากาศที่สามารถให้คนมานั่งรับประทานไปด้วย และเลือกมุมถ่ายรูปได้หลากหลายมุม
จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรม Café Hopping นั้นมีองค์ประกอบหลายปัจจัยที่นำไปสู่ความนิยมและความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่หัวใจของร้านอาหารอย่างเมนูเครื่องดื่มหรืออาหารที่ต้องอร่อย หน้าตาสวยงาม และมีคุณภาพเท่านั้น แต่สิ่งที่เหล่า Café Hopper ให้ความสำคัญมากขึ้นในวันนี้ก็คือการสร้างความแตกต่างในด้านของบรรยากาศ การตกแต่ง และเรื่องราวของคาเฟ่แต่ละที่
ขณะเดียวกันกลุ่ม Café Hopper ก็สามารถสร้างโอกาสในการทำเงินได้จากกิจกรรมที่ชื่นชอบนี้ได้เช่นกัน โดยการใช้ความคิดสร้างสรรค์และมุมมองส่วนตัวในการครีเอตคอนเท้นต์ที่สวย เก๋ เท่ มีสไตล์ เพื่อเรียกทั้งแรงดึงดูดใจและยอดไลก์ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนกิจกรรมคลายเหงายามว่างให้เป็นรายได้เสริมหรือแม้แต่รายได้หลักที่จะช่วยสร้างทั้งความสุขและเสริมสภาพคล่องให้ตัวเลขในบัญชีธนาคารในยุคสภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยเป็นใจได้บ้างไม่มากก็น้อย
ที่มา : บทความจากหนังสือ Café Culture For Lovers of Coffee and Good Design
เรื่อง : นพรัตน์ จิตพงศ์สถาพร