โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรุงเก่าอยุธยา มีประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี และคณะราษฎร (?)

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
(ซ้าย) ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเก่า (ขวา) รัชกาลที่ 5 ขณะเสด็จออกหน้าพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่ในคราวพระราชพิธีรัชมงคล พ.ศ. 2450

กรุงเก่าอยุธยา ไม่ได้มีแต่ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แต่ยังมีประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี และคณะราษฎร มีตรงไหนบ้าง?

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ สำนักพิมพ์มติชนออกหนังสือเล่มใหม่จำนวนหลายเล่ม มีอยู่เล่มหนึ่งที่ทางกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมชวนอ่าน ผลงานเล่มใหม่ของ อ. ชาตรี ประกิตนนทการ เรื่อง “เสกวัดปาฏิหาริย์ อำนาจพุทธสถานใน (การ) เมืองไทย” ซึ่งมีอยู่บทหนึ่งว่าด้วย “การรื้อฟื้นวัดและเมืองเก่าอยุธยา: ‘การปฏิสังขรณ์อดีต’ ในประวัติศาสตร์การเมืองรัตนโกสินทร์”

รื้อสร้างกรุงเก่าอยุธยา

อ. ชาตรี เสนอว่า กรุงเก่าอยุธยาหรือพระนครศรีอยุธยาไม่ได้มีแต่ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา แต่ยังมีประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี และคณะราษฎร

แถบป้อมเพชรกับวัดสุวรรณดาราม ซึ่งอยู่ใกล้กัน ย่านนี้ในอดีตเป็นบริเวณสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี เพราะเป็นเคหสถานเดิมของรัชกาลที่ 1 อยู่บริเวณตั้งแต่วัดสุวรรณดาราราม ไปจนถึงป้อมเพชร และคลองในไก่ (คลองมะขามเรียง)

ส่วนวัดสุวรรณดาราราม อ. ชาตรีอธิบายว่า ราวกลางทศวรรษ 2470 ในสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดโครงการใหญ่ คือ การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังประวัติสมเด็จพระนเรศภายในพระวิหาร ภาพชุดนี้ส่งผลมิใช่แค่เพียงต่อการปฏิสังขรณ์อดีตอยุธยา แต่ยังส่งผลต่อการสร้างอดีตของราชวงศ์จักรี และประเทศสยามไปพร้อมกัน

ภาพจิตรกรรมชุดนี้วาดโดยพระยาอนุศาสน์จิตรกร เขียนช่วง พ.ศ. 2473-2474 โดยมีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นผู้กำหนดเนื้อหาและโครงเรื่อง ตลอดจนตำแหน่งของภาพจิตรกรรมทั้งหมด

วัดเสนาสนาราม อยู่หลังวังจันทรเกษม เดิมชื่อวัดเสื่อ ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ และพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดเสนาสนาราม” เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมเรื่องสำคัญคือ พระราชพิธีสิบสองเดือน โดยได้รับรูปแบบและแนวคิดจากจิตรกรรมพระราชพิธีสิบสองเดือน ภายในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

ทั้งวังจันทรเกษมและวัดเสนาสนารามที่รัชกาลที่ 4 ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์นี้ อ. ชาตรี สะท้อนว่า โบราณสถานไม่ใช่ของไร้ค่า แต่มีความหมายของการเป็น “อดีต” และ “ประวัติศาสตร์” อันมีค่าในรูปแบบใหม่ ที่สามารถเสริมสร้างบารมี และสถานะของผู้ปกครองได้

ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อรูปรัฐและชาติสมัยใหม่ เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนอารยธรรมเก่าแก่ของรัฐ เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นบ้านเมืองที่เจริญมาช้านาน ไม่ใช่พวกบ้านป่าเมืองเถื่อน และเป็นอาภรณ์ประดับกายที่สื่อถึงความศิวิไลซ์ให้แก่ชนชั้นนำ

ด้วยความหมายใหม่เช่นนี้เอง ที่ส่งผลทำให้กรุงเก่าอยุธยา รวมถึงเมืองเก่าทิ้งร้างในที่อื่นด้วย เริ่มกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง และเป็นคำตอบให้แก่โครงการปฏิสังขรณ์มากมายที่รัชกาลที่ 4 ได้เข้าไปทำในโบราณสถานต่าง ๆ

ทั้งหมดคือปฏิบัติการเดินทางย้อนกลับไปสำรวจเพื่อ “ค้นหา/สร้างใหม่” สิ่งที่เรียกว่า “อดีต” และ “ประวัติศาสตร์” ของชนชั้นนำสยามผ่านการปฏิสังขรณ์อยุธยา

รัฐชาติสมัยรัชกาลที่ 5

พระราชวังโบราณ บริเวณพระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท พระที่นั่งตรีมุข และพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ บริเวณนี้ใช้เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีรัชมงคล ร.ศ. 126 ในสมัยรัชกาลที่ 5

อ. ชาตรีอธิบายว่า พระราชพิธีนี้เป็นการย้อนกลับไปหาอดีตอันยิ่งใหญ่ของอยุธยาในเชิงกายภาพอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก ต่อหน้าเจ้านาย ขุนนาง และราษฎรเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างสายโซ่ทางประวัติศาสตร์ของ “สถาบันกษัตริย์สยามประเทศ” อันยาวนานระหว่างวงศ์กษัตริย์อยุธยากับราชวงศ์จักรี

ที่สำคัญที่สุดคือ ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2450 (วันสุดท้ายของพระราชพิธี) รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ เพื่อเสวยพระกระยาหารร่วมกับเจ้านายต่าง ๆ และหลังจากนั้นได้ทำการประชุมจัดตั้ง “โบราณคดีสโมสร” ขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดพื้นที่การศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างจริงจังโดยชาวสยามเป็นครั้งแรก

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี จะสังเกตว่า พระเจ้าแผ่นดินในราชวงศ์จักรีให้ความสนใจในพื้นที่กรุงเก่าอยุธยามาโดยตลอด ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4-5 จะมีนัยสำคัญเกี่ยวข้องกับ “การก่อรูปรัฐและชาติสมัยใหม่”

อยุธยากับคณะราษฎร

หลังการปฏิวัติ 2475 คณะราษฎรมีอำนาจบริหารประเทศจนได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ ในอยุธยาหลายอย่าง มีการตัดถนนโรจนะเข้าไปกลางเกาะเมืองอยุธยา มีสะพานปรีดี-ธำรง เชื่อมต่อคมนาคมทางรถยนต์เข้าสู่เกาะเมืองอยุธยาเป็นครั้งแรก รวมไปถึงสร้างโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย และศาลากลางจังหวัด ซึ่งมีพระบรมรูปอดตบูรพกษัตริย์อยุธยา 6 พระองค์ประดิษฐานอยู่ด้านหน้า อาคารทั้งสองแห่งมีลักษะเป็นศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของคณะราษฎร

จนถึงยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลัง พ.ศ. 2490 มีโครงการบูรณะโบราณสถานมากมาย เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือฉายภาพอดีตอันยิ่งใหญ่ของอยุธยาภายใต้โครงเรื่องประวัติศาสตร์ (เชื้อ) ชาตินิยมไทย ซึ่งหลายอย่างยังส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

รายละเอียดการวิเคราะห์ของ อ.ชาตรี ยังมีมากกว่านี้ ติดตามอ่านใน “เสกวัดปาฏิหาริย์ อำนาจพุทธสถานใน (การ) เมืองไทย” พบกันที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24

บูธ “J02” บูธสำนักพิมพ์มติชน
วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569

️ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น.

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรุงเก่าอยุธยา มีประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี และคณะราษฎร (?)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...