โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวดี "ช้างไทย" ไม่เสี่ยงสูญพันธุ์-ป่าตะวันออกเพิ่มร้อยละ 10

Thai PBS

อัพเดต 13 มี.ค. 2561 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2561 เวลา 03.44 น. • Thai PBS

วันนี้ (13 มี.ค.2561) วันช้างไทย สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สรุปตัวเลขประชากรช้างป่า ใน 16 กลุ่มป่า 69 พื้นที่อนุรักษ์ คาดว่ามีช้างป่าจำนวน 3,341 ตัว โดย 5 อันดับแรกที่มีประชากรช้างมากที่สุดคือ กลุ่มป่าตะวันตก ประมาณ 642-734 ตัว กลุ่มป่าแก่งกระจาน 487-500 ตัว กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 501 ตัว กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว 489 ตัว กลุ่มป่าตะวันออก 423 ตัว

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มป่าฮาลา-บาลา 100-140 ตัว กลุ่มป่าทุ่งแสลวงหลวง ภูเมี่ยง-ภูทอง 60-100 ตัว กลุ่มป่าคลองแสง-เขาสก 100 ตัว กลุ่มป่าลุ่มน้ำปาย-สาละวิน 50 ตัว กลุ่มป่าแม่ปิง 50 ตัว กลุ่มป่าภูพาน 48 ตัว กลุ่มป่าศรีลานนา-ขุนตาล 36 ตัว กลุ่มป่าพนมดงรัก-ผาแต้ม 30 ตัว กลุ่มป่าดอยภูคา-แม่ยม และกลุ่มป่าชุมพร พื้นที่ละ 20 ตัว 

 

 

ขณะที่ผลการนับช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภาคตะวันออก เป็นกลุ่มประชากรที่มีอัตราการเพิ่มสูงที่สุดในประเทศไทยเมื่อปี 2560 ประชากรช้างป่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เนื่องจากสภาพของพื้นที่ที่เหมาะสม เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่า นอกจากนี้ช้างป่ายัง ปราศจากสัตว์ผู้ล่าในธรรมชาติเช่น เสือโคร่ง รวมไปถึงการป้องกันและปราบปรามการล่าสัตว์ของเจ้าหน้าที่

ช้างไทยเพิ่ม-ขัดแย้งเชิงพื้นที่

นายนริศ ภูมิภาคพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ในภาพรวมสถานการณ์ช้างป่าไทย น่าจะเป็นข่าวดีว่าช้างป่าไม่น่าจะสูญพันธุ์แล้วในตอนนี้แต่ต้องจัดการให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

ถ้าพูดถึงช้างในธรรมชาติ เป็นข่าวดีแล้วว่าถ้าเทียบกับสัตว์ป่าหายากชนิดอื่นๆ ช้างไม่เสี่ยงสูญพันธ์ุแล้ว ตอนนี้มีประชากรมากขึ้น มีภาพถ่ายจากหลายพื้นที่ แต่มีปัญหาที่ต้องจัดการเร่งด่วนคือ และคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้กับพื้นที่หากินของช้าง มีความขัดแย้งคนกับช้างมากขึ้น ซึ่งยอมรับการตามแก้ปัญหายาก ต้องทำทั้งระบบทั้งในพื้นที่ และระบบระหว่างพื้นที่ คนคุมนโยบาย ต้องสั่งการไม่อย่างนั้นจะทำลำบาก  รัฐบาลมีนโยบายอย่างไรกับเรื่องนี้

 

 

นักวิชาการ บอกอีกว่า ในบางพื้นทีมีแนวโน้มประชากรช้างเพิ่ม จนออกมาหากินนอกพื้นที่ต้องสำรวจว่าพื้นที่ที่ช้างข้างในมีปัญหาอะไรหรือไม่ เช่น อาหาร แหล่งน้ำไม่เพียงพอ อาหารและพื้นที่เกษตรดึงดูดช่้างให้ออกมาหากิน ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกรบกวน

มีหลายแนวคิด และการตั้งคำถามว่าถ้าเต็มแล้วจับย้ายได้มั้ย เช่นการย้ายช้างไปไว้พื้นที่อื่นๆ เรื่องนี้ต้องประเมินการรองรับเชิงพื้นที่ระยะยาว 30 ปี แต่ที่ดีที่สุดคือต้องป้องกันพื้นที่ไว้ให้ดีที่สุด แหล่งอาหารต้องเพียงพอกับประชากรที่เหมาะสม เพราะถ้าช้างเยอะก็จะทำลายแหล่งอาศัยได้ด้วย รวมถึงอาจมีการควบคุมประชากรโรคระบาด อาจจะส่งผลให้ตายทั้งประชากร 

 

 

ด้านนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กล่าวว่า ถ้านับจาก 200 ปีประชากรช้างลดลง แต่ถ้าห้วงเวลา 10 ปีประชากรช้างเพิ่มขึ้น ขณะนี้การอนุรักษ์ช้าง การดูแลสุขภาพช้างมีผลต่อการเพิ่มประชากร เราคงไม่มองแต่เพิ่มหรือลด แต่ถ้ามองคุณภาพชีวิตของช้าง เราอนุรักษ์พื้นที่และถิ่นอาศัยทำดี แต่คุณภาพชีวิตไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อพันธุกรรมของช้าง

เช่นป่ารอยต่อตะวันออก 5 จังหวัด เมื่อสำรวจประชากรช้างเทียบกับขนาดของพื้นที่ประชากรมี 424 ตัวขระที่ป่ารองรับได้ถึง 500 ตัว ช้างยังไม่ล้นป่า แต่เมื่อคาดการณ์ไปช้างหน้าถ้าเพิ่ในอัตราร้อยละ 10 ช้างจะล้นป่าแน่นอนเพราะในป่าไม่มีสัตว์ผู้ล่า 

นับต่อจากนี้ไปการอนุรักษ์ช้าง เราจะให้ความสำคัญด้านสวัสดิภาพช้าง และการแก้ปัญหาช้างให้แก้ที่ใจ ถ้าทุกคนเข้าใจและถ้าคนเข้าใจการคลายปมที่คาใจก็จะเป็นทางออกในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า

จันทร์จิรา พงษ์ราย ไทยพีบีเอสออนไลน์ รายงาน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ตำรวจเร่งสืบสวน ตามตัวผู้ก่อเหตุจุดไฟเผา "มอลลี่" สุนัขไซบีเรียน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

1.34 แสนล้านดอลลาร์ ใครจะได้คืนหลังศาลสูงสุดคว่ำ "ภาษีทรัมป์"

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สตง.ปล่อย MV "ปณิธานคนตรวจเงิน" คำร้องโดย ผู้ว่าฯมณเฑียร เจริญผล

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวดี ลูกพญาแร้งจากห้วยขาแข้งฟักสำเร็จ สมาชิกใหม่ตัวแรกของปี

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...