โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

1.34 แสนล้านดอลลาร์ ใครจะได้คืนหลังศาลสูงสุดคว่ำ "ภาษีทรัมป์"

Thai PBS

อัพเดต 1 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (21 ก.พ.2569) CNN รายงาน หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 เสียง สั่งยกเลิกมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าที่ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งขึ้นโดยอาศัยกฎหมาย IEEPA ธุรกิจกว่า 300,000 แห่งในสหรัฐฯ ต่างต้องการเงินคืนภาษีนำเข้าที่จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 134,000 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็นมูลค่าราว 4.17 ล้านล้านบาทไทย

ตัวเลขนี้คือรายได้ภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บได้จากผู้นำเข้าสินค้าต่าง ๆ ภายใต้มาตรการภาษี IEEPA ที่ทรัมป์ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งครอบคลุมภาษีตอบโต้กับเกือบทุกประเทศคู่ค้า ภาษีปราบยาเฟนทานิลจากจีน เม็กซิโก แคนาดา และภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการขาดดุลการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยภาษีเหล่านี้ถูกเก็บจากบริษัทสหรัฐฯ ที่นำเข้าสินค้า และส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นสำหรับชาวอเมริกัน

เอลิซาเบธ บูชวาลด์ เป็นนักข่าวสายเศรษฐศาสตร์ CNN กล่าวว่า การโน้มน้าวให้ผู้พิพากษาศาลสูงสุด 6 คน เห็นว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการตั้งภาษีนำเข้าแบบกว้างขวาง โดยอาศัยกฎหมายฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ ถือเป็นส่วนที่ "ง่าย" แต่ส่วนที่ยากคือการได้คำตอบที่ชัดเจนว่า "อะไรจะเกิดกับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่บริษัทสหรัฐฯ จ่ายไปแล้ว ?"

รัฐบาลทรัมป์ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ สัญญาว่าจะคืนเงินภาษีที่เก็บไปหากศาลสูงสุดตัดสินแพ้ แต่ทั้งรัฐบาลและตุลาการไม่ได้ระบุวิธีการคืนเงินอย่างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่ความกังวลว่ากระบวนการจะซับซ้อนและยืดเยื้อ ผู้พิพากษา เบรตต์ คาวานอห์ ผู้ที่ออกความเห็นแย้งในคำพิพากษา ได้เขียนอย่างละเอียดว่า

การคืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์จะมีผลกระทบสำคัญต่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ศาลไม่ได้พูดอะไรวันนี้ เกี่ยวกับว่าจะคืนเงินหรือไม่ และถ้าคืนจะทำอย่างไร แต่กระบวนการนี้น่าจะเป็นความยุ่งเหยิง ตามที่ยอมรับในระหว่างการโต้แย้งด้วยปากเปล่า

หลังสิ้นสุดการพิพากษา ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งคำถามว่า ทำไมผู้พิพากษาไม่ได้ระบุว่า ต้องคืนเงินภาษีนำเข้าหรือไม่ โดยกล่าวกับนักข่าวว่า ต้องฟ้องร้องกันอีก 1-2 ปี แล้วยังกล่าวว่า อาจเป็น 5 ปีข้างหน้า นั่นหมายความว่า ธุรกิจจะต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อโอกาสได้เงินคืน แม้ว่ารัฐบาลจะมีบันทึกการจ่ายภาษีที่ละเอียดชัดเจนก็ตาม

คดีนี้ไม่เคยเกี่ยวกับเงินคืน และเป็นไปไม่ได้ที่ศาลสูงสุดจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีคืนเงิน เท็ด พอสนอร์ ทนายความการค้าและหุ้นส่วนบริษัท Baker Botts กล่าว พร้อมระบุต่อว่า ตอนนี้กำลังคุยกับบริษัทเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป คงต้องรอศาลการค้าระหว่างประเทศ เกี่ยวกับกระบวนการคืนเงิน จะต้องยื่นเอกสาร ขั้นตอย อะไรบ้าง และตอนนี้บริษัทและแม้แต่ประเทศต่าง ๆ ยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน นั่นหมายถึงผู้นำเข้าจะต้องยื่นฟ้องเองเพื่อให้ได้เงินคืนมาเอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก

รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ กล่าวในสัมภาษณ์รอยเตอร์เมื่อเดือน ม.ค. ว่า หน่วยงานมีเงินสดพอที่จะคืนเงินให้ผู้นำเข้า แต่กระบวนการอาจใช้เวลาหลายปี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลต้องคืนเงินภาษีตามคำตัดสินศาลสูงสุด คำตัดสินปี 2541 นำไปสู่การคืนเงินภาษี 730 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทอเมริกัน แม้จะใช้เวลาถึง 2 ปีกว่าจะสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้บริโภคที่จ่ายเงินแพงขึ้นเพราะภาษี ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เงินคืนแต่อย่างใด เพราะบริษัท ร้านค้าจะไม่ลดราคากลับไปจุดเดิมอย่างแน่นอน สเตฟานี รอธ นักเศรษฐศาสตร์กล่าว ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากภาษีทรัมป์ที่ผู้บริโภคได้รับ อาจไม่ได้รับการชดเชยโดยตรง แม้เจ้าของธุรกิจจะฟ้องร้องจนได้เงินคืนก็ตาม

อ่านข่าวอื่น :

สตง.ปล่อย MV "ปณิธานคนตรวจเงิน" คำร้องโดย ผู้ว่าฯ มณเฑียร เจริญผล

ข่าวดี ลูกพญาแร้งจากห้วยขาแข้งฟักสำเร็จ สมาชิกใหม่ตัวแรกของปี

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งยุติการย้ายช้างป่าทั่วประเทศ พร้อมชี้แจงศาลปกครอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

‘ค่าไฟฟ้า’ ภาระหนักการเงิน! กสม. ชงข้อเสนอปรับโครงสร้างราคาเป็นธรรมคนทุกกลุ่ม

38 นาทีที่แล้ว

"พาณิชย์" ประเมินท่าทีสหรัฐฯ พร้อมดูแลผลกระทบผู้ประกอบการไทย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลายชาติจับตา "ทรัมป์" ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก 10%

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจเร่งสืบสวน ตามตัวผู้ก่อเหตุจุดไฟเผา "มอลลี่" สุนัขไซบีเรียน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...