เจาะปูมหลัง "อาริศ–คริษฐ์" อดีตลูกน้องสนิท สู่จุดแตกหัก "บิ๊กโจ๊ก"
“ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ก็เอาอำนาจใส่มือเขาดู และธาตุแท้ของเขาก็จะปรากฏ ให้เห็นตัวตนและจิตใจของเขา…เพื่อนจะกลายเป็นศัตรู หนูจะกลายเป็นเสือ หมาจะกลายเป็นหมี คนดีจะกลายเป็นคนร้าย คนอ่อนน้อมจะจองหอง พี่น้องจะแตกหัก จากคนเคยรักจะกลายเป็นเกลียด และจงระวังเมื่ออำนาจตกใส่มือ” คำกล่าวของ อับราฮัม ลินคอล์น ยังเป็นสัจธรรมที่จริงเสมอ
ไม่ต่างจากคดีความและเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตลูกน้องคนสนิท “พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์-พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ” ซึ่งปรากฎกายแจ้งความเอาผิด ”นายเก่า” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” โดยทั้งสองอ้างว่า ระหว่างที่ยังรับราชการตำรวจ ได้ถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกาย
และมีใบรับรองแพทย์ ระบุว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหูซ้าย จนสูญเสียการได้ยินและเข้ารับการรักษาตัว เมื่อปี 2560 ส่วน พ.ต.อ.อาริศ แพทย์ลงความเห็นว่าถูกทำร้ายจิตใจจนเป็นโรคซึมเศร้า แม้ทั้งสองคดีจะเกิดต่างกรรมต่างวาระ แต่กลับเป็นที่น่าจับตามองว่า อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสีกากีหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้ที่กุมข้อมูลหลังบ้านของ พล.ต.อ.สุระเชษฐ์ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
คนหลังบ้าน "อาริศ – คริษฐ์" อดีตลูกน้อง "บิ๊กโจ๊ก"
ในช่วงที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ก้าวขึ้นมาเป็นนายตำรวจดาวรุ่ง มีบทบาทนำในคดีใหญ่ระดับประเทศ เขาไม่ได้ขับเคลื่อนงานเพียงลำพัง แต่มี “ทีมงานหลังบ้าน” ที่ไว้ใจสูงสุดคอยดูแล และรายล้อมเปรียบเสมือนเงาตามตัว ไม่ใช่แค่ชื่อของพ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศสมัย ,และพ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศสมัย สองพี่น้องนักสืบมือดี อดีตลูกน้องคนสนิท ที่ออกมามาชนกับอดีตนายเก่า
โดยแสดงจุดยืน ขอไม่อยู่ข้างเจ้านายเก่า จากปมคดีติดสินบนทองคำแท่งกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีการเข้าแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่บก.ปปป. เมื่อปลายปีที่ว่า มีการนำทองคำแท่งน้ำหนัก รวม 246 บาท ไปเสนอให้หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. แลกช่วยพ้นผิด
แต่ยังมีอดีตลูกน้องอีก 2 คน ที่แยกวงออกมา คือ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ (นรต.) รุ่นที่ 56 อดีตผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา และ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ (นรต.) รุ่นที่ 61 รองผู้กำกับสืบสวนสถานีตำรวจภูธรพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ที่แปรพักตร์จากลูกน้องคนสนิท - สู่คู่กรณีทางกฎหมาย
สำหรับบทบาทของพ.ต.อ.อาริศและ พ.ต.ท.คริษฐ์ ที่ผ่านมา พวกเขา คือ หนึ่งในทีมงานคนสนิทที่ขับเคลื่อนภารกิจและคดีสำคัญ ๆ หลายคดี เช่น การปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ คดีกำนันนก และ คดีแอมไซยาไนด์ โดย พ.ต.อ.อาริศ อยู่ในฝั่งปฏิบัติการ ขณะที่พ.ต.ท.คริษฐ์ อยู่ในฝ่ายประสานข้อมูล และบุคคล เป็นหลัก
พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาตามสายงานเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็น “คนใกล้ตัว” ที่เข้าถึงตัวผู้บังคับบัญชาได้โดยตรง รับรู้ทั้ง งานในระบบ และนอกระบบ ขับเคลื่อนกลไก การสืบสวนสอบสวนคดี
"คดีเว็บพนัน" จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตราชการ
คดีเว็บพนัน “มินนี่ – BNK Master” พ.ต.ท.คริษฐ์ มีรายชื่อ ถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ มีโยงกับเส้นทางการเงิน ความสัมพันธ์กับเครือข่ายเว็บพนัน ทำให้สถานะในวงการสีกากีมัวหมองจนต้องถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกับเพื่อนข้าราชการตำรวจคนอื่น ๆ แม้คดีเว็บการพนันเครือข่ายมินนี่จะถูกยกฟ้อง แต่บางคดียังอยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช.
นอกจากนี้ อีกคดีที่ทำให้ชื่อ พ.ต.ท.คริษฐ์ ถูกจับตามองอย่างมาก เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 คือ "คดีโกงข้อสอบนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงแม้สำนวนถูกส่งให้อัยการ โดยไม่สามารถสืบจากหลักฐานได้ว่าใครเป็นผู้สั่งการ แต่ในมุมพนักงานสอบสวนพ.ต.ท.คริษฐ์ คือ บุคคลที่ทรายรายละเอียด ที่มา-ที่ไป ของคดีดังกล่าวมากกว่าข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในสำนวน
จนนำไปสู่จุดแตกหักจาก “คนใน” สู่ “ผู้กล่าวหา” เมื่อพ.ต.อ.อาริศ และ พ.ต.ท.คริษฐ์ แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อ้างว่าถูก ข่มขู่ ,ทำร้ายร่างกาย ,ใช้อำนาจกดดันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวหา ยังมาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ ที่ได้เข้ารับรักษา
จากหลักฐาน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเปิดเผยว่า ใบรับรองแพทย์ ระบุ พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหูซ้าย จนสูญเสียการได้ยิน โดยใบรับรองแพทย์ระบุวันรักษาตัวในช่วงปี 2560
ส่วน พ.ต.อ.อาริศ แพทย์ลงความเห็นว่าถูกทำร้ายจิตใจจนเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งถูกทำร้ายจิตใจในช่วง 2- 3 ปี พร้อมกันที่ยังมีพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเป็นพยานในคดีด้วย และจากหลักฐานการรักษาตัวในช่วงปี 2560 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าสามารถดำเนินคดีได้เพราะมีอายุความถึง 10 ปี รวมถึงมีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
"จับตา อดีตลูกน้อง "บิ๊กโจ๊ก" อาจจะเป็นพยานในคดีสำคัญ"
2 คดีหลัก ที่ยังคงอยู่ในขบวนการยุติธรรม และยังไม่ได้มีคำตัดสินในชั้นศาล คือคดีการรับผลประโยชน์จากเครือข่ายเว็บการพนัน "บีเอนเค มาสเตอร์" และในคดีโกงข้อสอบ นิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมี พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาของทั้ง 2 คดี อาจถูกจับตามองว่า คำให้การในคดีที่เคย “เงียบ” อาจถูกเปิดเผยออกจากปากทั้ง 2 คนนี้หรือไม่
แม้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะออกมายืนยันว่า "ไม่กังวล" และมองว่าเป็นความพยายามกลั่นแกล้ง ไม่ให้ตัวเองกลับเข้ารับราชการ และพร้อมที่จะต่อสู้ตามขบวนการยุติธรรม โดยมอบอำนาจทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งความกลับ พ.ต.อ.อาริศ และ พ.ต.ท.คริษฐ์ ข้อหา แจ้งความเท็จเพื่อให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ
คดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างบิ๊กโจ๊ก “นายเก่า” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และอดีตลูกน้องทั้ง 4 นาย ยังน่าจับตาว่า ปลายท้ายสุดท้ายจะได้ข้อยุติลงอย่างไร ..อำนาจ เป็นสิ่งที่หอมหวาน แต่ยามเมื่อสิ้นอำนาจ ก็ขื่นขมยิ่ง
รายงานโดย : คัมคุณ ยมนาค ผู้สื่อข่าวอาชญากรรม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส
อ่านข่าว